กลิ่นอายความอับชื้นของสีน้ำมันและหยดน้ำฝนที่เกาะพราวบนกระจกบานใหญ่ในห้องจัดแสดงภาพชั้นบน ขับเน้นให้บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยมวลความอึดอัดเสียจนแทบหายใจไม่ออก รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าผืนผ้าใบที่ไร้เงา—ผลงานชิ้นเอกที่เธอใช้มันเป็นเครื่องมือกรีดเฉือนหัวใจผู้ชายที่เคยขึ้นชื่อว่าเป็นสามีทีละน้อยอย่างเลือดเย็น
ดวงตาคู่คมของเธอภายใต้กรอบแว่นใสสะท้อนภาพของธันวาที่กำลังเซถอยหลัง ร่างสูงโปร่งที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและถือดี บัดนี้สั่นเทิ้มด้วยแรงอารมณ์ที่ตีรวนอยู่ภายใน ความเงียบงันระหว่างพวกเขานานเสียจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามรากับกลองเพลในอกของธันวาเอง
"ริน..." เสียงแหบพร่าของเขาหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากที่ซีดเซียว ธันวากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก สายตาที่มองเธอมันเต็มไปด้วยความเวทนา หวาดกลัว และสำนึกผิดจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม "เธอ... เธอเกลียดฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอ รินรดา"
รินรดาไม่ตอบในทันที เธอเพียงแต่เอียงคอมองเขาเล็กน้อย มุมปากหยิกลึกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ—รอยยิ้มที่เคยทำให้ธันวานอนไม่หลับมาหลายค่ำคืน รอยยิ้มที่ปราศจากความอบอุ่นใดๆ ราวกับเธอกลายเป็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อหากใครแตะต้อง แต่กระนั้น... กลับแข็งแกร่งจนน่ากลัว
"เกลียดเหรอคะ?" เธอย้อนถาม เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ทอดเสียงทุมนุ่มอย่างใจIเย็น "คุณเข้าใจคำว่า 'เกลียด' ผิดไปหรือเปล่าคะธันวา คนเราจะเกลียดใครสักคนได้ มันต้องมีความรู้สึกหลงเหลืออยู่... ต้องมีความใส่ใจ หรือแม้แต่ความโกรธแค้นที่ยังคุกรุ่น"
เธอเว้นจังหวะ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เขาช้าๆ ส้นรองเท้าส้นเข็มกระทบพื้นปูนเปลือยเกิดเสียงก้องกังวาน *ก๊อก... ก๊อก...* ทุกย่างก้าวเปรียบเสมือนเข็มนาฬิกาที่นับถอยหลังสู่การประหารชีวิตทางจิตวิญญาณ
"แต่วินาทีนี้ สำหรับคุณ... มันไม่มีอะไรเลยค่ะ" รินรดาหยุดยืนห่างจากเขาเพียงแค่เอื้อมมือ ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร "ความว่างเปล่า... นั่นคือสิ่งที่คุณได้รับจากฉัน มันคือสิ่งที่คุณสร้างมันขึ้นมาด้วยมือของคุณเองตลอดหลายปีที่ผ่านมา จำไม่ได้แล้วเหรอคะ?"
ธันวาสูดหายใจเข้าลึกอย่างบ้าคลั่ง มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นกุมขมับ อาการปวดหัวตุบๆ เล่นงานเขาจนภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัว เสียงกระซิบหลอนหูจากอดีต เสียงร้องไห้คร่ำครวญในคืนที่ฝนตกหนักวันนั้น วันที่เธอยืนอยู่ท่ามกลางกองเลือดและหยาดน้ำตาโดยที่เขาเลือกจะหันหลังเดินหนีไปกับคำแก้ตัวโง่ๆ ว่ามันคือ 'หน้าที่และความจำเป็น'
"ฉันขอโทษ..." เขากระซิบเสียงสั่น เท้าข้างหนึ่งก้าวเข้ามาหมายจะคว้ามือเธอมากุมไว้เหมือนเก่า "ฉันขอโทษกับทุกอย่าง ริน... ฉันไม่รู้ว่าความจริงมันบิดเบี้ยวไปถึงขนาดนี้ แม่โกหกฉัน... ทุกคนปิดบังฉัน แต่ฉัน... ฉันเองก็โง่เง่าที่ปล่อยให้เธอต้องเผชิญหน้ากับนรกนั้นคนเดียว ได้โปรด... ลงโทษฉันเถอะ ริน จะให้ฉันทำอะไรก็ได้ แต่อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนี้..."
รินรดากวาดสายตามองมือที่สั่นเทาของเขาที่ยื่นเข้ามาใกล้ เธอไม่แม้แต่จะขยับถอยหนี ปล่อยให้ปลายนิ้วหยาบกร้านนั้นเฉียดผ่านปลายเสื้อโค้ทของเธอไปเฉยๆ ความเยชาในแววตาของเธอบาดลึกยิ่งกว่าใบมีดโกน
"ลงโทษคุณเหรอคะ?" เธอยิ้มเยาะ มือเรียวบางยกขึ้นจัดปอยผมที่ตกลงมาเคลียแก้มอย่างใจเย็น "คุณคิดว่าชีวิตของฉันที่พังทลายลงในวันนั้น มันมีราคาค่างวดพอที่จะแลกกับการลงโทษคุณแค่ไม่กี่อย่างบนโลกนี้งั้นเหรอคะ ธันวา คุณประเมินความเจ็บปวดต่ำเกินไป... และประเมินความอดทนของฉันสูงเกินไปหน่อย"
"ริน..."
"ทุกหยดน้ำตาที่ฉันเคยหลั่งริน ทุกเสียงสะอื้นในห้องมืดๆ ตอนที่ฉันอุท้องโตอย่างไร้ที่พึ่ง และ... วันที่เด็กคนนั้นจากไปโดยที่แม้แต่หน้าพ่อแท้ๆ ก็ยังไม่มีโอกาสได้เห็น..." น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่นเครือเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความอ่อนแอ แต่เป็นเพราะคลื่นความโกรธที่อัดแน่นจนระอุ "คุณจำได้ไหมคะว่าคุณพูดว่าอะไร? คุณบอกว่ามันเป็น 'ภาระ' เป็นความผิดพลาดที่ไม่อยากจดจำ!"
ถ้อยคำนั้นพุ่งเข้าปักอกธันวาราวกับลูกศรอาบยาพิษ เขาเซถอยหลังไปชนกับเสาปูนด้านหลัง ลมหายใจติดขัดจนหน้าดำคร่ำเครียด ภาพอดีตซ้อนทับขึ้นมาในหัวจนเขาแทบกระอักเลือด ความสำนึกผิดกัดกินเนื้อหนังจนเจ็บปวดไปหมด ร่างกายของเขาฟ้องร้องความผิดบาปด้วยอาการสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่ได้
"ฉันไม่ได้ตั้งใจ... วันนั้น... วันนั้นฉันถูกบีบ..."
"ทุกคนมีเหตุผลในการเห็นแก่ตัวทั้งนั้นค่ะ" รินรดาตัดบทเสียงเฉียบขาด แววตาคมกริบกวาดมองผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคยยอมมอบทั้งชีวิตให้ "แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีความกล้าพอที่จะยอมรับผลกรรมของความเห็นแก่ตัวนั้น... ยกเว้นคุณ ในตอนนี้ ที่กำลังดิ้นรนเหมือนคนใกล้ตาย เพราะความจริงมันย้อนกลับมาขย้ำคอคุณเข้าแล้วใช่ไหมคะ?"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงฝนด้านนอกที่ยังคงโปรยปรายลงมากระทบกระจกหน้าต่างดังซ่าๆ ศิลา ทนายความหนุ่มผู้ยืนสังเกตการณ์อยู่มุมมืดของห้องขยับตัวเล็กน้อย เขายกย่องมุมปากขึ้นอย่างพอใจกับเกมจิตวิทยาที่รินรดากำลังเล่นงานธันวาได้อย่างราบคาบ
ธันวาทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นปูนเย็นเฉียบอย่างไร้ศักดิ์ศรี น้ำตาของผู้ชายที่แข็งกระด้างมาตลอดชีวิตไหลรินอาบสองแก้มอย่างไม่อายใคร เขาก้มหน้าลงซบกับฝ่ามือ สะอื้นไห้จนตัวโยน ภาพลักษณ์ของเจ้าของหอศิลป์ผู้ทรงอิทธิพลพังทลายไม่เหลือชิ้นดี เหลือเพียงมนุษย์คนหนึ่งที่จิตใจแตกสลายและกำลังร้องขอความเมตตาจากอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ
"ฉันควรทำยังไง... รินบอกฉันที... ให้ฉันชดใช้ด้วยอะไร รินถึงจะพอใจ... ชีวิตฉันเหรอ? เอาไปสิ เอาชีวิตฉันไปเลยก็ได้!" เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและความเวทนาตนเอง
รินรดาก้มมองเขาจากเบื้องสูง สายตาของเธอนิ่งสนิทไร้ซึ่งความสงสาร เธอเหยียดริมฝีปากน้อยๆ ก่อนจะย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าของเธออยู่ในระดับเดียวกับเขา ลมหายใจอุ่นๆ รดรินใกล้กัน แต่ระยะห่างทางความรู้สึกนั้นไกลสุดขอบฟ้า
"ชีวิตของคุณเหรอคะ?" เธอทวนคำ น้ำเสียงกระซิบแผ่วเบาแต่ดังก้องกังวานในโสตประสาทของเขา "มันไร้ค่าเกินกว่าจะเอามาแลกกับความยุติธรรมที่ฉันควรจะได้รับตั้งแต่แรกแล้วค่ะ ธันวา..."
เธอยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง ปรายตามองเขาเป็นครั้งสุดท้ายด้วยความสมเพชเวทนา ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินหนีจากห้องนี้ ปล่อยให้เขาจมดิ่งอยู่กับความมืดมนและเสียงหัวเราะเยาะของเงาตนเอง
แต่ทว่า... ในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวพ้นธรณีประตู เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงหอบหายใจของใครบางคนก็ดังขึ้นที่บันไดวนด้านนอก เสริมด้วยเสียงทุ้มต่ำของศิลาที่ร้องทักขึ้นด้วยความตกใจ
"คุณธันวา... คือว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญ..."
รินรดาชะงักฝีเท้า หันกลับไปมองตามเสียงนั้นด้วยความสงสัยระคนระแวง ธันวาที่คุกเข่าอยู่กับพื้นเงີยหน้าขึ้นช้าๆ ด้วยความงุนงง
เด็กชายตัวเล็กอายุราวๆ เจ็ดขวบ ในชุดกันฝนเปียกปอน กำลังยืนเกาะชายเสื้อของแม่บ้านสูงวัยคนหนึ่งอยู่ที่หน้าประตู ดวงตากลมโตสีดำสนิทคู่นั้นมองตรงมายังรินรดา ก่อนจะกวาดสายตามาหยุดอยู่ที่ธันวาที่กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น
และเพียงแค่เสี้ยววินาทีนั้นเอง... ลมหายใจของธันวาก็แทบจะหยุดชะงักลงทันที เมื่อใบจิ้มลิ้มของเด็กชายคนนั้น... ถอดแบบพิมพ์เดียวกันกับเขาวัยเด็กออกมาไม่มีผิดเพี้ยน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ
ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดเลือด•ตอนที่ 27
ค่ำคืนแห่งการสารภาพ
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!