ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดเลือด•ตอนที่ 26

ความสิ้นหวังของคนผิด

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นสีน้ำมันจางๆ ที่เคยเป็นดั่งลมหายใจของธันวา บัดนี้กลับคล้ายกลิ่นคาวเลือดที่คลุ้งอยู่ในโพรงจมูก เขายืนแข็งทื่ออยู่กลางห้องโถงหอศิลป์ สายตาจับจ้องไปที่เด็กชายตัวน้อยที่ยืนกุมมือรินรดาแน่น ดวงตากลมโตคู่นั้น... คิ้วที่ขมวดมุ่นยามไม่พอใจ... และจังหวะการหายใจที่ดูประหม่า ทุกอย่างมันคือการฉายซ้ำของเขาในวัยเยาว์อย่างไม่มีผิดเพี้ยน "คุณมองเขาแบบนั้น... ไม่กลัวจะเสียมารยาทหรือคะ คุณธันวา?" รินรดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอเรียบเรื่อย ทว่าแฝงด้วยความเย็นเยียบที่บาดลึกถึงกระดูก ธันวาเม้มปากแน่นจนริมฝีปากซีดเผือด หัวใจของเขาเต้นรัวแรงจนเจ็บหน้าอก เหมือนมีฝ่ามือที่มองไม่เห็นกระชากก้อนเนื้อในอกเขาออกไปขยี้เล่น "ริน... เด็กคนนี้... เขา..." "เขาชื่อ 'ตะวัน' ค่ะ" รินรดาแทรกขึ้นทันควัน รอยยิ้มมุมปากของเธอมันไม่ได้มีความอ่อนโยนอยู่เลย มันคือรอยยิ้มของผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่าในเกมที่เขาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้มาตลอดชีวิต "เป็นลูกชายที่เกิดมาพร้อมกับความทรงจำที่แตกสลายของคุณไงคะ จำไม่ได้หรือคะว่าตอนนั้นคุณพูดอะไรไว้? 'อย่าเอาขยะมาไว้ในชีวิตผม' ... วันนี้ ขยะที่คุณทิ้งไปกำลังยืนอยู่ตรงหน้าคุณแล้วนะคะ" ธันวาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ภาพความทรงจำเลือนรางในคืนฝนตกคืนนั้นหวนกลับมา... คืนที่เขาเมามาย ขับรถด้วยความโกรธแค้นที่รินรดาขอหย่า คืนที่รถสปอร์ตคันหรูของเขาปะทะกับบางอย่างกลางถนนมืดมิด เขาจำได้ว่าเขาลงไปดู แต่ด้วยความกลัวอนาคตจะพังทลาย เขาจึงเลือกที่จะขับรถหนี ทิ้งคราบเลือดและรอยบาดแผลไว้เบื้องหลัง เขาเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราว ความบ้าคลั่งที่รินรดากลับมาพร้อมกับภาพวาดชุด 'มรณะ' ที่มีลายเส้นโชกเลือด... แท้จริงแล้วมันไม่ใช่จินตนาการ แต่มันคือหลักฐาน! "คุณทำอะไรลงไป..." ธันวาพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครือ "คุณต้องการแก้แค้นผมด้วยการทำให้ผมกลายเป็นคนบ้าอย่างนั้นเหรอ?" "คนบ้าเหรอคะ?" รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่เขาเคยหลงใหลเมื่อหลายปีก่อน "ธันวาคะ คนที่ฆ่าความรู้สึกของคนอื่นตายทั้งเป็นอย่างคุณ ยังมีสิทธิ์เรียกตัวเองว่าเป็นคนปกติอีกหรือคะ? สิ่งที่อยู่ในภาพวาดนั่นไม่ใช่ศิลปะ แต่มันคือ 'คำสารภาพ' ที่คุณควรเป็นคนเขียนด้วยตัวเอง แต่ในเมื่อคุณขลาดกลัวเกินกว่าจะยอมรับ ฉัน... ในฐานะภรรยาเก่าที่แสนดี ก็เลยต้องเป็นคนจารึกมันลงบนผืนผ้าใบให้คุณไงคะ" ธันวาทรุดลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ความจริงที่ถูกฉาบไว้ด้วยเงินทองและอำนาจกำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตา เขามองไปที่ตะวัน เด็กน้อยที่ยังคงมองเขาด้วยความสงสัยใสซื่อ ความรู้สึกผิดบาปราวกับหนามแหลมคมทิ่มแทงเข้าสู่ขั้วหัวใจ เขาไม่ใช่แค่สามีที่เลวทราม แต่เขาคือฆาตกร... ฆาตกรที่ทำลายชีวิตของคนที่เขารักที่สุดไปโดยไม่รู้ตัว ศิลาที่ยืนเงียบอยู่ในเงามืดมาตลอดก้าวออกมา มือของเขากดปุ่มเครื่องบันทึกเสียงในกระเป๋าเสื้อเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น "คุณธันวาครับ... ความจริงบางอย่างมันก็เหมือนกระจกเงา ที่ไม่ว่าจะหนีไปไกลแค่ไหน สุดท้ายเราก็ต้องเห็นใบหน้าเน่าเฟะของตัวเองอยู่ดี" ธันวาเงยหน้าขึ้นมองคนทั้งสอง ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความอัดอั้น "ฉันจะรับผิดชอบ... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะชดใช้ให้สาสม" "ชดใช้?" รินรดาก้มลงมองเขา ราวกับกำลังมองแมลงที่ใกล้จะหมดลม "คุณคิดว่าชีวิตที่พังไปแล้วของฉัน กับเศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไปของลูก จะชดใช้ด้วยการเข้าคุกไม่กี่ปีหรือคะ? ความเจ็บปวดที่ฉันได้รับมันมากกว่านั้น... มันมากจนคุณไม่สามารถแม้แต่จะจินตนาการถึงมันได้เลยค่ะ" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายก็ดังขึ้นที่หน้าประตูหอศิลป์ ธันวาสะดุ้งสุดตัว เขามองไปที่รินรดาด้วยความสับสน "ริน... นี่เธอ..." รินรดาไม่ได้ตอบ เธอเพียงแค่หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่บนแท่นแสดงภาพวาดขึ้นมา แล้วโยนลงบนตักของเขา "นี่ไม่ใช่หมายจับค่ะ แต่มันคือผลตรวจ DNA ล่าสุด... ผลที่ยืนยันว่าเด็กที่คุณขับรถชนเมื่อห้าปีก่อนจนเกือบตาย คือลูกชายแท้ๆ ของคุณที่ฉันพยายามปกปิดมาตลอด... และในซองนั่น ยังมีหลักฐานการโอนเงินที่คุณจ้างวานให้เก็บพยานในคืนนั้นด้วยนะคะ" ใบหน้าของธันวาขาวเผือด เขาสั่นมือหยิบเอกสารขึ้นมาดู เพียงบรรทัดแรกที่สายตาปะทะกับชื่อเขาก็แทบหยุดหายใจ รอยหมึกสีแดงบนหน้ากระดาษระบุชัดเจนถึงความเกี่ยวข้องของเขากับคดีฆาตกรรมที่ถูกปิดไปนานปี ทว่า... ในขณะที่เขากำลังจะกรีดร้องด้วยความสิ้นหวัง ประตูหอศิลป์ก็ถูกกระชากเปิดออกพร้อมกับร่างของ 'แม่ของธันวา' ที่เดินหน้าตั้งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เธอชี้หน้ามาที่รินรดาแล้วตะโกนลั่น "นังผู้หญิงสารเลว! แกคิดว่าแกจะทำลายลูกชายฉันได้สำเร็จงั้นหรือ? แกยังไม่รู้สินะว่าสิ่งที่แกถืออยู่ในมือน่ะ... มันเป็นของปลอมที่ฉันเตรียมไว้ให้คนอย่างแกตั้งแต่วันแรกที่แกคิดจะกลับมา!" ธันวาชะงักกึก หันมองแม่สลับกับรินรดา ความวุ่นวายภายในจิตใจพุ่งถึงขีดสุด เขาไม่รู้ว่าอะไรคือความจริง อะไรคือภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายเขาให้แหลกคามือกันแน่ กระจกเงาต้องสาปหวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะยังคงหวั่นไหวไปกับความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความลึกลับของตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าด้วยหัวใจที่เตรียมพร้อมรับแรงกระแทกนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%