ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดเลือด•ตอนที่ 3

กลิ่นสีและคราบเลือด

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินหอศิลป์อบอวลไปด้วยสารละลายโพลีเมอร์และกลิ่นฉุนกึกของน้ำมันสนที่ยังระเหยไม่หมด รินรดาตวัดปลายพู่กันขนกระรอกลงบนผืนผ้าใบจำลองอย่างเชื่องช้า สมาธิของเธอแน่วนิ่งรากับรูปปั้นหินอ่อนทว่าแววตากลับไหวระริกด้วยไฟพยาบาทที่ถูกจุดขึ้นมาใหม่ ทุกตารางนิ้วของห้องสี่เหลี่ยมทึบแสงแห่งนี้คือหลุมศพของความทรงจำ ในอดีตเธอเคยเป็นแค่นกน้อยในกรงทองที่ถูกสามีผู้เย็นชาอย่างธันวาขังไว้ให้มองโลกผ่านหน้าต่างกระจกสีหม่น เขาไม่เคยแยแสว่าหยาดน้ำตาของเธอจะร่วงหล่นลงบนพื้นกระเบื้องแผ่นไหน หรือการสูญเสียลูกน้อยในครรภ์เมื่อสามปีก่อนจะกัดกินหัวใจเธอให้แหลกสลายจนไม่เหลือชิ้นดีอย่างไรบ้าง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังสะท้อนก้องกังวานมาจากบันไดวนด้านนอกทำให้รินรดาไม่ต้องหันไปมองเธอก็รู้ว่าเป็นใคร ธันวาในยามนี้ช่างน่าสมเพชเสียจนเธอแทบไม่อยากชายตาแล อดีตซีอีโอหนุ่มผู้เคยถือไพ่เหนือกว่าและเคยมองเธอเป็นเพียงเครื่องประดับราคาแพง บัดนี้กลับมีดวงตาโหลลึก แววตาหวาดผวา และริมฝีปากที่สั่นเทาคล้ายคนใกล้เสียสติ เขาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเงาสลัวของเธอ ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบนี้เคยอบอุ่นและปลอดภัย แต่ในวันนี้มันกลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความผิดบาปที่ไม่มีวันล้างออก "คุณไม่ควรเข้ามาในโซนเก็บกู้ภาพเก่า... ริน" เสียงทุ้มต่ำของธันวาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความระแวง เขากวาดสายตามองโต๊ะทำงานของเธอที่มีทั้งแว่นขยาย หลอดสี และคัตเตอร์ผ่าตัดภาพวาด "ผลงานชิ้นนั้น... มันมีปัญหา คุณปล่อยให้คนอื่นทำแทนก็ได้" รินรดายังคงนิ่งเงียบ เธอวางพู่กันลงบนถาดไม้ช้าๆ อย่างใจเย็น ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา รอยยิ้มที่มุมปากของเธอไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา มันเป็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่กรีดแทงหัวใจคนที่สำนึกผิดให้ร้าวรานได้ในคราเดียว "ปัญหาเหรอคะ ธันวา?" รินรดาทวนคำ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลทว่าบาดลึก "หรือว่าคุณกลัวว่ารินจะบังเอิญไปเห็น... สิ่งที่คุณพยายามซ่อนไว้ใต้ชั้นสีหนาเตอะนั่นกันแน่ ภาพ 'ราชินีไร้บัลลังก์' ผลงานมาสเตอร์พีซชิ้นเอกของหอศิลป์คุณ ทำไมถึงต้องลงสีทับรอยแปรงเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเนื้อผ้าใBDหนากว่าปกติเกือบเซนติเมตรล่ะคะ?" ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สันจوโด่งรั้นมีเหงื่อซึมบางๆ เขาพยายามหลบสายตาที่ราวกับจะทะลุทะลวงเข้าไปถึงก้นบึ้งความลับในใจของเธอ "มันเป็นเรื่องเทคนิค... สีมันร่อน เราแค่วิเคราะห์โครงสร้างผิดพลาดในอดีต..." "โกหกค่ะ" รินรดาตัดบทเสียงเรียบ เธอไม่เปิดโอกาสให้เขาได้แก้ตัวด้วยคำโกหกตื้นๆ อีกต่อไป ร่างเพรียวระหงในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบก้านหนามที่ธันวาเคยเกลียดชังนักหนาในอดีต บัดนี้กลับลอยวนอยู่รอบกายเขา ราวกับภูตผีที่ตามหลอกหลอนไม่เลิกรา "คุณไม่ได้แค่ซ่อมแซมภาพ... คุณกำลัง 'กลบเกลื่อน' หลักฐานต่างหาก" มือเรียวบางสวมถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวหยิบแผ่นกระจกขยายแสงขึ้นส่องไปที่มุมล่างขวาของภาพวาดชิ้นใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนขาตั้ง ธันวาพุ่งเข้ามาหมายจะยื้อแย่งและดึงผ้าใบลงมาคลุม แต่วินัยอันเยือกเย็นและแววตาที่แข็งกร้าวของรินรดาทำให้เขากลับชะงักงัน ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งความจริง ภายใต้แสงไฟยูวีสีม่วงเข้มที่รินรดากดเปิดขึ้น รอยแตกร้าวของชั้นสีน้ำมันไม่ได้เผยให้เห็นเพียงเนื้อผ้าใบเก่าคร่ำคร่าตามกาลเวลา แต่คราบสีแดงเข้มที่ซึมลึกผ่านชั้นรองพื้นสีขาวกลับปรากฏชัดเจนจนน่าสะพรึงกลัว มันไม่ใช่สีแดงจากเรดออกไซด์หรือแคดเมียมเรดที่ใช้ในการวาดภาพทั่วไป แต่มันคือรอยเลือดที่กระเซ็นสาดและแห้งกรัง ฝังตัวอยู่ใต้ภาพวาดทิวทัศน์ที่งดงามหลอกตา รินรดาหันกลับมามองอดีตสามี รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนเรียวปากสวย "เลือดของใครเหรอคะ ธันวา? หรือว่า... เลือดของคนที่คุณเคยบอกว่าหนีตามชู้ไปเมื่อสามปีก่อน?" ธันวาก้าวถอยหลังจนสะดุดเข้ากับลังไม้ใส่สี ใบหน้าของเขาซีดเผือดไร้สีเลือด นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวขั้นสุด ภาพหลอนของเหตุการณ์คืนฝนตกหนักเมื่อสามปีก่อน เสียงกรีดร้อง การยื้อยุดฉุดกระชาก และกลิ่นคาวเลือดที่ติดตรึงอยู่ในจมูกไม่เคยจางหาย กลับมาโจมตีประสาทสัมผัสของเขาอีกครั้งจนแทบหายใจไม่ออก เขารู้แล้วว่าผู้หญิงตรงหน้าไม่ได้กลับมาเพื่อรื้อฟื้นอดีตธรรมดา แต่เธอกลับมาเพื่อพิพากษาเขาด้วยมือของเธอเอง ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องใต้ดินกำลังตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ ตามด้วยเสียงเปิดประตูแ음แกล้มกับเสียงฝีเท้าเล็กๆ ของเด็กน้อยที่วิ่งนำเข้ามาในห้องทึบแสงแห่งนี้อย่างรวดเร็ว "คุณพ่อขา! คุณแม่ให้หนูเอาเอกสารนี่มาให้ค่ะ... เอ๊ะ ทำไมที่นี่มีกลิ่นแปลกจังคะ?" รินรดานิ่งงัน หัวใจกระตุกวูบเมื่อมองเห็นเด็กหญิงตัวน้อยวัยสามขวบเศษที่ยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่หน้าประตู ดวงตากลมโต จมูกรั้น และโดยเฉพาะไฝเม็ดเล็กใต้หูข้างขวาของเด็กน้อยคนนั้น... ถอดแบบมาจากรินรดาและธันวาในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน และก่อนที่รินรดาจะได้ทันตั้งตัว ธันวาก็ก้มลงมองเด็กหญิงคนนั้นสลับกับใบหน้าของเธอที่ซีดเผือดลงในเสี้ยววินาที ร่างสูงใหญ่ทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความช็อกสุดขีด เมื่อสายตาของเขาเหลือบไปเห็นกระเป๋าเอกสารหนังสีดำที่เด็กน้อยถือมา ซึ่งมีซองผลตรวจ DNA จากสถาบันนิติเวชชื่อดังหล่นตุงออกมา และชื่อบนเอกสารระบุความเป็นพ่อ-ลูกอย่างชัดเจน... แจ่มแจ้งยิ่งกว่ารอยเลือดใต้ภาพวาด ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกสู่ความมืดมิดและบททดสอบของจิตใจนี้ร่วมกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%