ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดเลือด•ตอนที่ 10

จุดเริ่มของการล่มสลาย

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอับชื้นของน้ำมันสนและคราบไคลโบราณในห้องใต้ดินของหอศิลป์ แขวนลอยอยู่ในอากาศราวกับฝุ่นผงแห่งความผิดบาปที่ไม่มีวันถูกชำระให้สะอาด รินรดาตวัดปลายพู่กันขนกระรอกลงบนพื้นผิวผ้าใบอย่างมั่น Mั่นคง ปลายเรียวแหลมของมันหยาดหยดสีแดงชาดลงไปผสมผสานกับรอยแตករ้าวของกาลเวลาได้อย่างน่าขนลุก ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นใสคู่นั้นไม่ได้ฉายแววหวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับสะท้อนความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลกที่พร้อมจะแช่แข็งทุกความรู้สึกสำนึกผิดของคนที่ยืนอยู่เบื้องหลัง "คุณกำลังทำอะไรกับมันกันแน่... ริน" เสียงแหบพร่าของธันวา, อดีตสามีผู้เคยประกาศกร้าวว่าเธอไม่มีค่าอะไรในชีวิตของเขา ดังลอดความเงียบงันเข้ามา ชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มยับยี่ยืนพิงกรอบประตู ร่างกายของเขาสั่นเทาเล็กน้อยราวกับคนไข้โรคประสาท ดวงตาที่เคยคมปลาบและเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง บัดนี้บวมช้ำและแดงก่ำจากการอดนอนมาหลายคืนติดต่อกัน ความหลอนประสาทจากความผิดพลาดในอดีตกัดกินวิญญาณของเขาจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม รินรดาไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง เธอเพียงแต่ขยับข้อมืออย่างเชื่องช้า ลากเส้นสีแดงฉานทับลงบนร่องรอยการกรีดแทงที่เคยถูกอำพรางไว้ด้วยฝีมือของใครบางคนเมื่อหลายปีก่อน "ฉันกำลังคืนความจริงให้กับภาพวาดชิ้นนี้ค่ะ ธันวา..." น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ใดๆ ราวกับกำลังสนทนากับคนแปลกหน้าข้างถนน "ภาพวาดที่เคยถูกคุณสั่งให้กลบเกลื่อนรอยเลือดของความจริง เพื่อแลกกับชื่อเสียงและเงินทองบนคราบน้ำตาของฉัน" ธันวาก้าวเท้าเซถลาเข้ามาใกล้ กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นกายของเขา เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือหนาที่เคยใช้ตบหน้าเธออย่างไร้เยื่อใยในอดีต บัดนี้กลับสั่นเทาจนต้องซ่อนไว้ข้างลำตัว สายตาของเขาจดจ้องไปยังรอยสีแดงบนผ้าใบ ก่อนที่หัวใจจะกระตุกวูบเมื่อตระหนักได้ว่ารอยแปรงนั้นกำลังเปิดเผยอะไรบางอย่างที่เขาพยายามฝังกลบมันลงหลุมมาตลอดห้าปี "รอยพวกนั้น... มันไม่ใช่แค่วิธีการวาดภาพ แต่มันคือ..." ธันวาพูดตะกุกตะกัก ลมหายใจติดขัดราวกับคนกำลังจะจมน้ำ "ใช่ค่ะ มันคือร่องรอยของของมีคมที่กรีดผ่านเนื้อผ้า... และผ่านร่างของใครบางคนที่มีชีวิตจริงๆ ในคืนวันที่คุณเลือกจะปิดตาข้างหนึ่ง" รินรดาย่อตัวลง วางพู่กันลงบนถาดสี เสียงกระทบกันเบาๆ ดังก้องกังวานในความเงียบ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หันกลับมาเผชิญหน้ากับอดีตสามีด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก "คุณจำไม่ได้หรือคะ? หรือว่าความจำสั้นเสียจนลืมไปแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นหลังฉากนิทรรศการครั้งนั้น ที่ทำให้ฉันต้องสูญเสียทุกอย่าง... แมกระทั่งสิทธิ์ในการเป็นแม่คน" คำพูดประโยคสุดท้ายกรีดแทะเข้าไปในโสตประสาทของธันวา ราวกับใบมีดที่ถูกลับจนคมกริบ เขารู้สึกเหมือนถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรงจนชาไปหมด ความเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยในอดีต ย้อนกลับมาทบต้นทบดอกในรูปแบบของการแก้แค้นที่เลือดเย็นที่สุด รินรดาในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่เอาแต่นั่งร้องไห้ในห้องนอนมืดๆ อีกต่อไปแล้ว เธอคือผู้พิพากษา และเขาคือนักโทษประหารที่รอเวลาให้คมดาบตกลงมา "ผมขอโทษ..." ธันวาเอמהเสียงสั่นเครือ เขาก้าวเข้าไปใกล้เธออีกก้าว หมายจะเอื้อมมือไปคว้าจับข้อศอกเรียวเพื่อวิงวอนขอความเห็นใจ แต่รินรดากลับถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างรังเกียจ ราวกับกลัวว่าเชื้อโรคจากความสกปรกในอดีตจะติดตัวเธออีกครั้ง "เก็บคำขอโทษของคุณไว้ใช้ในศาลเถอะค่ะ ธันวา" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น สายตาคมกริบมองทะลุผ่านร่างของเขาไป "เพราะสิ่งที่คุณกำลังเห็นบนภาพวาดนี้... มันเป็นเพียงแค่น้ำจิ้มเท่านั้น หลักฐานชิ้นสำคัญที่ศิลารวบรวมไว้ ไม่ได้มีแค่รอยเลือดบนผ้าใบลายนี้หรอกนะคะ แต่มันยังมีเอกสารลับที่ยืนยันว่าใครเป็นคนสั่งทำลายพยานปากเอกในคืนนั้นด้วย" ชื่อของ 'ศิลากล่าวขานขึ้นมา ทำให้ธันวาหน้าถอดสีทันที ทนายความผู้กุมความลับและเป็นอดีตเพื่อนสนิทที่ตอนนี้แปรพักตร์มาอยู่เคียงข้างรินรดา คือหนามแหลมที่ทิ่มแทงหัวใจเขาไม่เว้นแต่ละวัน ความจริงเริ่มปริแตกออกทีละนิด และไม่มีพลังอำนาจใดบนโลกนี้ที่จะหยุดยั้งกระแสธารแห่งการชำระแค้นครั้งนี้ได้อีกแล้ว ในจังหวะที่ธันวากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อยื้อยุดสถานการณ์ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงพูดคุยของใครบางคนก็ดังแว่วมาจากบันไดทางขึ้นห้องใต้ดิน ศิลาเดินนำเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลในมือ ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของธันวาหยุดเต้นไปชั่วขณะ ไม่ใช่ร่างของทนายความหนุ่มคู่ปรับ... แต่เป็นเด็กชายตัวเล็กวัยราวๆ สี่ขวบที่เดินจับมือถือชายเสื้อของศิลากร่อกแกรกเข้ามาด้วย ดวงตากลมโตคู่โตและสันจมูกโด่งรั้นที่ถอดแบบมาจากใครบางคนในห้องนี้ ทำให้ธันวารู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกะโหลกศีรษะอย่างจัง เด็กน้อยกวาดสายตามองไปรอบห้องใต้ดินอันมืดทึบ ก่อนจะหยุดมองที่ธันวาด้วยแววตาไร้เดียงสา แล้วเอ่ยถามเสียงใสด้วยคำพูดที่ทำให้โลกทั้งใบของอดีตสามีผู้สำนึกผิดพังทลายลงในพริบตา "คุณอาครับ... ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงร้องไห้ น่ากลัวจังเลยครับแม่?" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกสู่ความมืดมิดและบททดสอบของจิตใจนี้ร่วมกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%