ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดเลือด•ตอนที่ 9

ภาพลวงตาที่งดงาม

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอายของสีน้ำมันผสมสนเทอร์พีนราคาแพงคละคลุ้งไปทั่วห้องโถงจัดแสดงนิทรรศการชั้นบนสุดของหอศิลป์—มันคือกลิ่นเดียวกับที่เคยติดอยู่บนปลายนิ้วของรินรดาในคืนวันอันหน็บหนาวเมื่อห้าปีก่อน คืนที่ภาพวาดชิ้นสำคัญมอดไหม้ พร้อมๆ กับเศษเสี้ยววิญญาณของเธอที่ถูกแผดเผาจนไม่เหลือชิ้นดี แต่วันนี้ กลิ่นเดียวกันนี้กลับหอมหวล ชวนสะอิดสะเอียน และเต็มไปด้วยคราบน้ำตาที่ถูกเคลือบไว้ด้วยวานิชเงางับอย่างประณีต รินรดายืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าผลงานชิ้นเอกของค่ำคืนนี้ ภาพผืนผ้าใบขนาดใหญ่ที่ถูกคลุมด้วยผ้าแพรสีดำสนิท ราวกับหีบศพที่รอเวลาเปิดออกเพื่อพิพากษาคนบาป ปลายนิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าลูกไม้สีดำลูบไล้ขอบกรอบไม้อย่างเชื่องช้า สายตาคมกริบกวาดมองผ่านความสลัวของห้องจัดแสดงไปยังร่างสูงของธันวา อดีตสามีผู้ซึ่งบัดนี้สภาพไม่ต่างอะไรจากซากศพไร้วิญญาณ ดวงตาของเขาแดงก่ำ ขอบตาดำคล้ำราวกับคนอดนอนมาเป็นแรมปี และที่สำคัญที่สุด... มันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้สูทราคาแพง "คุณแน่ใจแล้วเหรอ... ว่าอยากเปิดมันจริงๆ, ริน" เสียงของธันวาแหบพร่าและสั่นเครือ เขาก้าวเข้ามาใกล้โดยไม่กล้าแม้แต่จะเอื้อมมือแตะต้องชายผ้าคลุมนั้น ระยะห่างระหว่างพวกเขาทั้งคู่ในตอนนี้ ช่างเต็มไปด้วยเศษซากความพังทลายที่ไม่มีวันประกอบกลับคืนได้ รินรดาหันกลับมา รอยยิ้มที่ระบายบนเรียวปากสีชาดนั้นเยือกเย็นจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ เธอมองเขาด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ มีเพียงความสมเพชเวทนาที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีอันสง่างาม "ทำไมล่ะคะ, คุณธันวา? กลัวว่าผู้คนจะเห็นความอัปลักษณ์ที่ซ่อนอยู่ใต้รอยพู่กัน หรือว่ากลัวความจริงที่ว่า... ภาพนี้มันกรีดเลือดใครมาบ้าง" คำพูดนั้นทำเอาธันวาชะงักงัน ราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าฉาดใหญ่ เขาจำได้แม่นยำ... ภาพวาดชิ้นนี้ไม่ใช่ผลงานศิลปะธรรมดา แต่มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่รินรดายอมใช้หยาดเลือดหยาดเนื้อและวิญญาณของตัวเองเข้าแลกเพื่อขุดคุ้ยมันขึ้นมาจากหลุมศพแห่งความลับที่เขาเคยฝังกลบมันไว้อย่างมิดชิดเมื่ออดีต ทนายความศิลา ที่ยืนกอดอกอยู่มุมมืดของห้อง ขยับแว่นตากรอบทองเล็กน้อยเพื่อซ่อนแววตารู้ทัน เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยฝีเท้าที่เงียบกริบ พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทิ่มแทง "ทุกอย่างถูกเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วครับ... เอ่อค่ะ... ดิฉันหมายถึง ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่คุณรินรดาต้องการแล้วค่ะ คุณธันวาไม่มีทางดิ้นหลุดจากคดีนี้หรอกค่ะ" ศิลาแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อสบเข้ากับสายตาดุๆ ที่รินรดาปรายส่งมาให้ "ดีค่ะ... เพราะความจริงก็คือความจริงวันยังยค่ำ" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก เธอกวาดสายตาไปยังแขกเหรื่อผู้มีเกียรติ นักวิจารณ์ศิลปะชื่อดัง และสื่อมวลชนจำนวนมากที่เริ่มทยอยเดินเข้ามาในห้องโถงตามกำหนดการ ทุกคนต่างรอคอยที่จะยลโฉมผลงานชิ้นประวัติศาสตร์ที่ถูกโปรโมทว่าเป็น "การกลับมาของอัจฉริยะผู้ไร้เงา" ธันวากลืนน้ำเหนียวลงคออย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ เขาพยายามยื่นมือไปหมายจะคว้าแขนอดีตภรรยา แต่รินรดากลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างแนบเนียนราวกับหลบสิ่งสกปรก "ริน... เราคุยกันเรื่องนี้แล้วไม่ใช่เหรอ เรื่องในอดีต ผมสำนึกผิดแล้ว ผมชดใช้ทุกอย่างเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้แล้วนะ ทำไมคุณต้องทำร้ายผมซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยวิธีนี้ด้วย?" เสียงของเขาขาดห้วงและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวราน ภาพของสามีผู้เย็นชาและหยิ่งผยองในอดีตได้มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงชายผู้พ่ายแพ้ต่อบาปกรรมของตนเอง รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข แต่มันช่างไพเราะเสนาะหูเสียเหลือเกินในความรู้สึกของเธอ "ชดใช้เหรอคะ? คุณเอาอะไรมาพูดว่าชดใช้? หยาดน้ำตาของฉัน ลูกที่ต้องตายไปในครรภ์เพราะความเห็นแก่ตัวของคุณ หรือความเงียบงันที่คุณใช้เหยียบย่ำฉันมาตลอดหลายปี... ของพวกนี้ ต่อให้คุณเอาชีวิตเข้าแลกเป็นร้อยๆ ครั้ง มันก็ยังไม่สาสมกับความเจ็บปวดที่คุณฝากไว้หรอกค่ะ" คำว่า "ลูกที่ต้องตายไปในครรภ์" กระแทกเข้ากลางใจของธันวาอย่างจัง เข่าของเขาทรุดฮวบลงเกือบติดพื้น ภาพความทรงจำอันมืดมนเมื่อห้าปีก่อนย้อนกลับมาหลอนซ้ำๆ—วันที่รินรดาล้มลงบนพื้นห้องทำงาน คราบเลือดสีแดงฉานที่ไหลนองบนพรมราคาแพง และความเย็นชาของเขาที่เลือกจะปกป้องชื่อเสียงของตระกูลมากกว่าชีวิตของเลือดเนื้อเชื้อไขตัวเอง ก่อนที่ธันวาจะได้เอ่ยคำร้องขอใดๆ ออกมา เสียงประกาศจากพิธีกรด้านหน้าเวทีก็ดังขึ้นเรียกความสนใจจากทุกคนในงาน "ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านครับ/ค่ะ... และแล้ววินาทีที่เราทุกคนรอคอยก็มาถึง ขอเรียนเชิญคุณรินรดา ภัณฑารักษ์และศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกนี้ พร้อมด้วยคุณธันวา เจ้าของหอศิลป์ ร่วมกันเปิดผ้าคลุมภาพวาด 'ภาพลวงตาที่งดงาม' ณ บัดนี้ครับ!" เสียงปรบมือเกรียวกราวต้อนรับดังขึ้นพร้อมกับแสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปนับสิบตัวที่สาดส่องเข้ามาทางพวกเขา รินรดายืดตัวตรงอย่างสง่างาม เธอก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างภาพวาดชิ้นนั้นโดยมีธันวายืนตัวสั่นเทาอยู่ฝั่งตรงข้าม รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอช่างงดงามราวกับเทพธิดา แต่ในขณะเดียวกันก็อำมหิตและเย็นชาเสียจนธันวารู้สึกราวกับตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหอแห่งขุมนรก "นับสามพร้อมกันนะคะ..." รินรดากระซิบเบาๆ ริมฝีปากของเธอขยับเพียงเล็กน้อยแต่นัยน์ตากลับทอประกายแห่งชัยชนะอย่างเต็มเปี่ยม "หนึ่ง... สอง... สาม" ผ้าแพรสีดำถูกกระชากออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นภาพวาดสีน้ำมันขนาดมหึมาที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับ ทว่า... ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทุกคนในห้องโถงนั้นไม่ใช่ภาพทิวทัศน์หรืองานอาร์ตแอบสแตรกต์ตามที่คาดการณ์กันไว้ แต่มันคือภาพวาดแนวเซอร์เรียลิสม์ที่จำลองเหตุการณ์ในห้องทำงานมืดทึบแห่งหนึ่งเมื่อห้าปีก่อน—ภาพของหญิงสาวท้องแก่ที่กำลังล้มลงบนกองเลือด ขณะที่ชายหนุ่มในชุดสูทหรูยืนมองด้วยแววตาไร้ความรู้สึก และที่มุมล่างสุดของภาพ มีรอยพู่กันป้ายทับด้วยสีแดงฉานราวกับรอยเลือดสดๆ ที่ยังไม่แห้งสนิท พร้อมกับตัวเลขปริศนาที่สลักไว้ด้วยลายมือของรินรดาเอง เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทันที เสียงซุบซิบนินทา เสียงกดชัตเตอร์รัวเป็นชุด และเสียงอุทานด้วยความตกใจจากแขกเหรื่อดังประสานกันระงม ธันวาหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เขาล้มพับลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตาเบิกโพงจ้องมองภาพวาดนั้นด้วยความหวาดผวาถึงขีดสุด ทว่า ท่ามกลางความโกลาหลและเสียงแฟลชที่สาดส่อง รินรดากลับไม่ได้มองอดีสามีที่กำลังทรุดตัวลงอย่างน่าสมเพช สายตาของเธอกลับหลุดลอยออกไปจากกลุ่มคนดู ไปหยุดนิ่งอยู่ตรงประตูทางเข้าห้องจัดแสดงที่เพิ่งเปิดออก ร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยราวสี่ขวบคนหนึ่ง ในชุดเอี๊ยมสีเข้มและดวงตากลมโตใสซื่อกำลังยืนเกาะชายเสื้อของหญิงสาวแปลกหน้าคนหนึ่งอยู่ตรงนั้น—เด็กชายผู้มีโครงหน้า ดวงตา และรอยยิ้มที่ถอดแบบมาจากธันวาในวัยเด็กราวกับพิมพ์เดียวกัน... และที่สำคัญที่สุด เด็กน้อยคนนั้นกำลังจ้องมองตรงมาที่รินรดา พร้อมกับรอยยิ้มปริศนาที่ส่งตรงมาถึงเธอ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกสู่ความมืดมิดและบททดสอบของจิตใจนี้ร่วมกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%