ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดเลือด•ตอนที่ 7

กับดักในหอศิลป์

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอายของสีน้ำมันเก่าและน้ำยาเคมีผสมสารระเหยคละคลุ้งในห้องทำงานใต้ดินของหอศิลป์ มันไม่ใช่กลิ่นที่รินรดาเกลียดนัก—อย่างน้อยก็ซื่อสัตย์กว่ากลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ธันวาเคยใช้พรมเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยความผิดบาปในอดีต ปลายนิ้วเรียวภายใต้ถุงมือยางสีขาวกำลังเขี่ยคราบฝุ่นละอองที่ฝังตัวอยู่ตามร่องรอยแตกรานของผืนผ้าใบชิ้นสำคัญ ภาพวาดชิ้นนั้นถูกซ่อนไว้หลังชั้นวางกรอบไม้สักทึบ เป็นมุมอับสายตาที่ต่อให้เป็นภัณฑารักษ์ผู้รอบคอบแค่ไหนก็ยากจะสังเกตเห็น หากไม่มี “เบาะแส” ที่ศิลาแอบส่งมอบให้เธอก่อนหน้านี้ "คุณกำลังเล่นกับไฟ ริน... และไฟกองนั้นมันเคянаแผดเผาคุณจนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้า" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากความมืดตรงทางเข้า รินรดาไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นธันวา อดีตสามีผู้เคยประกาศกร้าวว่าเธอเป็นเพียงภาระไร้ค่าในชีวิตเขา เวลานี้ ร่างสูงใหญ่ที่เคยสง่างามกลับดูทรุดโทรม ไหล่ทั้งสองข้างห่อเข้าหากันราวกับแบกรับความผิดบาปนับตันไว้บนบ่า ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำและเต็มไปด้วยความหวาดระแวง—อาการหลอนประสาทที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นผลพวงจากความรู้สึกผิดที่กัดกินจิตใจมานานหลายปี รินรดายังคงนิ่งเงียบ เธอยังคงใช้คัตเตอร์ปลายแหลมกรีดแซะแผ่นไม้ด้านหลังภาพวาดอย่างระมัดระวัง ราวกับไม่แยแสต่อการมีตัวตนของเขาเลยแม้แต่น้อย ความเย็นชาของเธอมันคมกริบเสียยิ่งกว่าใบมีดในมือ เสียดแทงหัวใจของธันวาจนเขาต้องก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดอย่างจนตรอก "หยุดเถอะนะริน... เรื่องในคืนนั้น ตำรวจสรุปสำนวนไปแล้วว่าเป็นอุบัติเหตุ คุณรื้อฟื้นมันขึ้นมาก็มีแต่จะ..." "อุบัติเหตุอย่างนั้นหรือคะ ธันวา?" รินรดาหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาสีนิลคู่สวยไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงประกายความเจ็บปวดที่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังอันเยือกเย็น เธอยกมุมปากขึ้นยิ้มหยัน "อุบัติเหตุที่ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งต้องสูญเสียทั้งลูกในครรภ์ และเกียรติยศทั้งหมดในชีวิตอย่างไม่ทันตั้งตัว... คุณเรียกว่ามันว่าอุบัติเหตุได้อย่างไรคะ หน้าด้านเสียจริง" คำพูดนั้นพุ่งตรงปักกลางใจธันวาจนเขาเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว ใบหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก ความสำนึกผิดที่เขาพยายามหนีมาตลอดพวยพุ่งขึ้นมาบีบคอจนหายใจไม่ออก เขาก้าวเข้าไปหมายจะคว้ามือเธอ แต่วินาทีนั้นเอง รินรดาก็กระชากแผ่นไม้ด้านหลังภาพวาดหลุดออกมา วัตถุบางอย่างร่วงหล่นกระทบพื้นปูนเสียงดัง *กริ๊ก!* ทั้งสองคนก้มมองสิ่งที่ร่วงลงมาจากร่องลับของกรอบรูป มันคือ “สมุดบันทึกปกหนังสีดำ” ที่เปรอะเปื้อนคราบสีน้ำมันจนแข็งกรัง และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... มีคราบสีน้ำตาลเข้มแห้งกรังติดอยู่ตามสันปก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์อย่างศิลาไม่มีทางดูพลาดแน่ว่ามันคือคราบเลือดที่ถูกอำพรางไว้ ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองของเขาวูบดับลงชั่วขณะเมื่อจำได้ว่าสมุดเล่มนั้นคืออะไร และใครเป็นเจ้าของมัน "นั่นมัน..." "ใช่ค่ะ สมุดบันทึกของเลขาฯ คนเก่าของคุณ... คนที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในคืนก่อนที่เราจะหย่ากัน" รินรดาก้มลงหยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมาด้วยมือข้างที่สวมถุงมือ สายตาจ้องมองอดีตสามีด้วยแววตาสะใจขั้นสุดที่ได้เห็นเขากำลังดิ้นรนอยู่ในหลุมพรางที่ตัวเองขุดไว้ "ดูท่าทางว่าความลับที่คุณอุตส่าห์ปกปิดด้วยการโยนความผิดให้ฉัน มันกำลังจะเน่าเฟะจนส่งกลิ่นคละคลุ้งแล้วนะคะ ธันวา" บรรยากาศในห้องใต้ดินอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ความเงียบงันเข้าปกคลุมราวกับกาลเวลาหยุดเดิน ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าฝีหนังก้าวเข้ามาใกล้ประตูกระจกด้านนอกอย่างเร่งรีบ พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนหยุดยืนอยู่หน้าบานประตู ธันวาหันไปมองด้วยความตื่นตระหนก แต่รินรดากลับเป็นฝ่ายชิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่แฝงไปด้วยความระทึก "อ๋อ... ลืมบอกไปค่ะว่าวันนี้ฉันไม่ได้มาคนเดียว" ประโยคสุดท้ายนั้นแขวนความรู้สึกไว้บนเส้นด้าย เมื่อบานประตูห้องใต้ดินถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของเด็กชายวัยราวๆ ห้าขวบในชุดนักเรียนอนุบาล ที่ก้าวเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มสดใสและใบหน้าถอดแบบมาจากธันวาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน... และข้างหลังเด็กน้อยคนนั้น คือทนายความหนุ่มใหญ่อย่างศิลา ที่ส่งยิ้มเย็นเยียบให้ธันวาพร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกสู่ความมืดมิดและบททดสอบของจิตใจนี้ร่วมกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%