กลิ่นอายของแอลกอฮอล์ล้างแผลคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินในหอศิลป์... มันไม่ใช่กลิ่นที่แปลกปลอมสำหรับรินรดาเลยแม้แต่น้อย เพราะครั้งหนึ่ง เธอกลิ้งเกลือกอยู่กับกลิ่นเหล่านี้ ในวันที่ความหวังและลมหายใจของเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งค่อยๆ ดับสลายไปต่อหน้าต่อตา โดยที่สามีผู้เป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้เลือกที่จะปิดประตูห้องทำงาน แล้วปล่อยให้เธอเผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยวบนกองเลือด
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ ริน..."
เสียงทุ้มต่ำที่สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ดังขึ้นจากมุมมืด ธันวาในยามนี้แทบไม่เหลือเค้าลางของนักธุรกิจหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและเย็นชาคนเดิม ดวงตาของเขาแดงก่ำ ร่างกายผอมโซราวกับคนอดนอนมาเป็นแรมเดือน และที่สำคัญที่สุด... มือคู่ที่เคยใช้เซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใยเมื่อหลายปีก่อน กำลังสั่นระริกขณะมองภาพจำลองตรงหน้า
รินรดายืนอยู่เบื้องหน้าผืนผ้าใบขนาดใหญ่ที่ถูกคลุมด้วยผ้าสีดำสนิท เธอกำลังจัดแจงอุปกรณ์ชิ้นสุดท้ายด้วยท่าทีนิ่งสงบ เยือกเย็น จนน่ากลัว ท่าทางของเธอราวกับบาทหลวงผู้กำลังทำพิธีกรรมทางศาสนา มากกว่าจะเป็นแค่นักบูรณะภาพวาดทั่วไป
"ไม่ได้เล่นค่ะ ธันวา..." รินรดาเอ่ยตอบโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าบาดลึกราวกับคมมีดที่ค่อยๆ กรีดลงบนเนื้อเยื่อ "ดิฉันแค่กำลังทำหน้าที่ของ 'ภัณฑารักษ์' ผู้บันทึกประวัติศาสตร์... ประวัติศาสตร์ที่คุณพยายามจะปัดฝุ่นซุกซ่อนไว้ใต้พรมสีแดงหรูหราของหอศิลป์แห่งนี้ต่างหากค่ะ"
พรึบ!
ผ้าคลุมสีดำถูกกระชากออก เผยให้เห็นภาพวาดสีน้ำมันขนาดเท่าตัวจริงที่รินรดาใช้เวลาแรมเดือนในการจำลองมันขึ้นมาอย่างประณีตบรรจง ภาพนั้นไม่ใช่ภาพวิวทิวทัศน์อันงดงาม แต่เป็นภาพของห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่มีคราบเลือดสีน้ำตาลเข้มกระเด็นติดอยู่บนผนังสีขาว และตรงกลางภาพคือร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังนอนขดตัวร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด โดยมีเงาสلัวของชายคนหนึ่งยืนหันหลังให้อยู่ตรงประตูที่ถูกล็อคกลอนไว้อย่างแน่นหนา
ธันวาผงถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ลมหายใจของเขาติดขัดราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นมาบีบลำคอ ภาพนั้น... ภาพที่เขาจงใจลืมเลือน ภาพที่เขาเคยบอกตัวเองว่าเป็นเพียง 'อุบัติเหตุ' และ 'ความผิดพลาด' กำลังถูกตอกหน้าด้วยความจริงอันไร้ความปรานี
"หยุดนะ ริน... คุณทำแบบนี้ทำไม?" ธันวากลืนก้อนสะอื้นลงคอ เสียงของเขาแหบพร่า ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดทรมานที่สะท้อนย้อนกลับมาหาตัวเขาเองอย่างสาสม "คุณรู้ไหมว่าผมต้องทนอยู่กับฝันร้ายพวกนี้มานานแค่ไหน... ทุกคืน ทุกวินาทีที่ผมหลับตา ผมเห็นแต่เลือด... ผมเห็นเสียงร้องขอความช่วยเหลือของคุณ..."
"เสียงร้องเหรอคะ?" รินรดาหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของหญิงสาว ดวงตาสนิทสีนิลคู่นั้นว่างเปล่า ไร้ซึ่งประกายแห่งความรัก ความโกรธ หรือแม้แต่ความเกลียดชังเหลืออยู่ มีเพียงความว่างเปล่าที่ลึกเกินกว่าที่ผู้ชายตรงหน้าจะจินตนาการถึง "วันที่ฉันนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นห้องนั้น คุณจำได้ไหมคะว่าคุณพูดกับฉันว่าอะไร..."
รินรดาก้าวเท้าเข้าหาธันวาช้าๆ ทุกจังหวะการย่างก้าวของเธอกดดันให้เขาต้องถอยหลังร่นลงไปทีละนิด
*"คุณมันน่ารำคาญ รินรดา... เรื่องแค่นี้ทำไมต้องเรียกร้องความสนใจ?"*
ธันวาจำคำพูดในอดีตของตัวเองได้ดี มันย้อนกลับมาทุบตีหัวใจของเขาในยามนี้ ราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงบนกระจกที่แตกร้าวอยู่แล้วให้แหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี น้ำตาหยดหนึ่งไหลร่วงลงมาจากดวงตาของอดีตสามีผู้เย่อหยิ่ง เขาคุกเข่าลงกับพื้นห้องใต้ดินอันเย็นเยียบอย่างไร้ศักดิ์ศรี
"ผมขอโทษ..." เสียงกระซิบนั้นแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับความเงียบ "ผมมันเลว... ผมมันเห็นแก่ตัว... ขอร้องล่ะ ริน ลงโทษผมเถอะ อยากให้ผมทำอะไร... เอาชีวิตผมไปก็ได้ แต่อย่าทำแบบนี้เลย..."
รินรดย่อตัวลงนั่งยองๆ ตรงหน้าเขา เธอยื่นมือเรียวบางไปแตะที่ปลายคางของธันวา บังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้ชิดกันมากเสียจนธันวาสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวอดีตภรรยา
"การลงโทษที่สาสมที่สุด ไม่ใช่การพรากชีวิตหรอกค่ะ ธันวา..." รินรดากระซิบเสียงหวานข้างใบหูของเขา น้ำเสียงนั้นเยียบเย็นและดิ่งลึกราวกับเสียงกระซิบจากยมทูต "แต่มันคือการทำให้คุณ 'รู้สึก' ถึงความตายทีละน้อย... ทีละวินาที... เหมือน1ที่ฉันเคยรู้สึกในวันที่สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไป"
เธอปล่อยมือจากคางของเขาอย่างไม่ไยดี ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและปัดเศษฝุ่นบนกระโปรงออก ราวกับว่าการสัมผัสผู้ชายคนนี้ทำให้เธอนึกรังเกียจเสียเต็มประดา
บรรยากาศในห้องใต้ดินตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงหอบหายใจอย่างทรมานของธันวาที่ดังสะท้อนไปมา รินรดาหันหลังให้เขา เตรียมจะเก็บอุปกรณ์เพื่อเดินออกจากห้องแห่งความทรงจำสีเลือดนี้ ทว่า...
กริ๊ก!
เสียงฝีเท้าเบาๆ พร้อมกับเสียงเปิดประตูกระจกด้านบนที่เชื่อมต่อลงมายังห้องใต้ดินดังขึ้น ขัดจังหวะความเงียบงันนั้น
"คุณแม่คะ..."
เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงวัยราวๆ หวบขวบเศษดังขึ้นจากทางบันไดวน พร้อมกับร่างเล็กๆ ในชุดกระโปรงสีขาวที่วิ่งดุ๊กดิ๊กถือตุ๊กตาหมีตัวโปรดลงมาหา
ธันวาเบิกตากว้าง ร่างกายของเขานิ่งค้างราวกับถูกสาปให้เป็นหิน เมื่อดวงตาคู่ที่แดงก่ำมองเห็นใบหน้าของเด็กหญิงผู้มาใหม่ชัดเจน... ใบหน้าจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโต และรอยยิ้มที่ถอดแบบมาจากรินรดา ราวกับส่องกระจกเงาในวัยเด็ก... และที่สำคัญที่สุด... โครงหน้าที่ละม้ายคล้ายคลึงกับตัวเขาเองราวกับแกะ
รินรดานิ่งงัด เธอยังไม่ทันได้ห้ามปราม เด็กหญิงตัวน้อยก็วิ่งเข้ามาคว้าชายกระโปรงของเธอ พร้อมกับเอียงคอถามด้วยความสงสัย
"คุณแม่ขา... คุณลุงคนนี้ร้องไห้ทำไมเหรอคะ? หน้าตาเหมือนคุณพ่อในรูปถ่ายของหนูเลย..."
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงลึกแห่งการล้างแค้นและบาดแผลในจิตใจนี้ไปพร้อมกับดิฉันนะคะ
ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดเลือด•ตอนที่ 16
ความเจ็บปวดที่ถูกขุดขึ้นมา
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!