ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดเลือด•ตอนที่ 17

แสงเงาที่บิดเบี้ยว

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
เสียงกรรไกรเหล็กกล้าคมกริบที่กรีดลงบนผ้าใบแคนวาสผืนใหญ่ดัง “แคว็บ!” สั่นสะท้านไปถึงโสตประสาทของหอศิลป์ที่เงียบสงัด ธันวาไม่ได้ยินเสียงอื่นใดอีกแล้วในโลกใบนี้ นอกจากเสียงกรีดร้องในหัวของเขาเอง—เสียงที่หลอกหลอนเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกค่ำคืนที่เขานอนหลับตาลง และในยามนี้ ภาพวาดชิ้นสำคัญซึ่งเป็นหัวใจของนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกในชีวิตของรินรดา กำลังถูกปลายนิ้วที่สั่นเทาของเขาเองฉีกกระชากจนขาดวิ่น "หยุดนะธันวา!" เสียงหวานเย็นเยียบแต่ทรงพลังดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง รินรดาก้าวเท้าช้าๆ ออกมาจากมุมอับของเสาหินอ่อน แววตาของเธอไม่มีความตกใจหรือตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความสมเพชเวทนาที่เคลือบอยู่บนความเย็นชาอย่างสมบูรณ์แบบ เธอยืนกอดอกมองอดีตสามีผู้กำลังสติแตก หยาดเหงื่อกาฬไหลโทรมใบหน้าซีดเซียวของเขา ดวงตาของธันวาแดงก่ำด้วยพิษไข้แห่งความเครียดและความผิดบาป ชายหนุ่มหอบหายใจหนักหน่วง ปลายนี้วที่เปื้อนสีน้ำมันสั่นระริกขณะกำด้ามกรรไกรแน่น เขาหันขวับมามองหญิงสาวราวกับคนเสียจริต รอยยิ้มบิดเบี้ยวปรากฏบนริมฝีปากแห้งผากของอดีตสามีผู้เคยเย่อหยิ่งและเหยียบย่ำหัวใจเธอจนแหลกเหลวในอดีต "เธอเห็นไหมริน... มันมองฉัน มันกำลังจ้องฉันด้วยสายตาแบบเดียวกับวันที่เธอนั่งร้องไห้ในห้องนั้น!" ธันวาตะคอกเสียงแหบพร่า น้ำตาอุ่นร้อนไหลอาบแก้มสากระคายอย่างไม่อายฟ้าดิน เขากวาดสายตามองภาพวาดที่ฉีกขาดวิ่นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "ลบทิ้ง... ฉันต้องทำลายมันให้หมด ทุกอย่างที่เกี่ยวกับความผิดบาปของฉัน... ฉันต้องทำให้มันหายไป!" รินรดาย่างสามขุมเข้าไปใกล้เรื่อยๆ ฝ่ายชายถอยร่นทีละก้าวโดยไม่รู้ตัวจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องจัดแสดงภาพ งานศิลปะมูลค่ามหาศาลที่ใช้เวลาบูรณะนานนับแรมเดือนพังทลายคามือของคนที่เคยประกาศกร้าวว่าศิลปะคือชีวิตของเขาเอง "ทำลายมันแล้วอย่างไรคะธันวา?" เสียงของเธอราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใดๆ "คุณคิดว่าการกรีดภาพวาดผืนนี้ จะช่วยลบรอยแผลเป็นบนหน้าท้องของฉัน หรือทำให้เด็กที่ตายไปในคืนนั้นฟื้นคืนชีพกลับมาได้จริงๆ งั้นหรือคะ?" คำพูดนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของธันวาโดยตรง เขาทรุดฮวบลงนั่งคุกเข่ากับพื้นพรมหนานุ่มอย่างไร้ศักดิ์ศรี กรรไกรในมือหลุดร่วงลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น ธันวายกมือทั้งสองข้างขึ้นกุมขมับ ร่างกายสั่นเทาอย่างรุนแรง เขายอมรับแล้วว่าความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งมันไปในอดีต บัดนี้มันได้ย้อนกลับมากลืนกินวิญญาณของเขาจนไม่เหลือชิ้นดี "ฉันขอโทษ... ริน... ฉันขอร้อง ได้โปรดอภัยให้ฉันสักครั้งเถอะ" เสียงสะอื้นไห้ของอดีตสามีผู้ทรงอิทธิพลดังระโหยโรยแรง เขาคลานเข้าไปใกล้ชายกระโปรงของเธอราวกับสุนัขจนตรอก มือสั่นเทาเอื้อมหมายจะแตะปลายรองเท้าของเธอ แต่รินรดากลับก้าวถอยหลังหลบอย่างรังเกียจราวกับกลัวสิ่งสกปรกแปดเปื้อน "ความสำนึกผิดของคุณในตอนนี้ มันไร้ค่าเสียยิ่งกว่าเศษกระดาษที่ถูกคุณฉีกทิ้งเสียอีกค่ะ" รินรดาก้มลงมองเขาด้วยสายตาที่สูงส่งและห่างเหิน เธอย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับผู้ชายที่เคยทำลายชีวิตเธอ "คุณจำได้ไหมคะ ธันวา... วันที่คุณบอกว่าเด็กคนนั้นเป็นเพียงก้อนเลือดไร้ค่า วันที่คุณเซ็นใบหย่าแล้วโยกย้ายทรัพย์สินทุกบาททุกสตางค์หนีไปเพื่อปกป้องชื่อเสียงของตัวเอง คุณไม่เคยหันกลับมามองฉันเลยสักครั้งเดียว" "ฉันรู้แล้ว... ฉันเพิ่งรู้ว่านรกบนดินมันเป็นยังไง..." ธันวาเงยหน้าขึ้นมองอภิมหาความเยือกเย็นในดวงตานั้น หัวใจของเขาบีบตัวจนเจ็บแปลบราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังสะท้อนก้องมาจากโถงทางเดินด้านนอก ทำลายบรรยากาศอันน่าอึดอัดระหว่างคนทั้งสองลงอย่างสิ้นเชิง ศิลา ทนายความหนุ่มผู้กุมความลับและกุญแจสำคัญของคดีความก้าวเข้ามาในห้องจัดแสดงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ในมือของเขามีซองเอกสารสีน้ำตาลหนาปึกยื่นออกมา "ริน... ธันวา... ฉันเกรงว่าพวกคุณต้องหยุดเรื่องนี้ไว้ก่อน" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงร้อนรนผิดปกติ สายตาคมกริบมองสลับระหว่างภาพวาดที่พังยับเยินกับร่างของธันวาที่ทรุดอยู่กับพื้น "เรามีปัญหาใหญ่แล้ว... และมันเกี่ยวกับผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ที่เพิ่งส่งตรงมาจากสำนักงานอัยการ" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ขณะที่ธันวาเงยหน้าขึ้นมองทนายความหนุ่มด้วยแววตาหวาดผวา "เอกสารนี่ระบุว่าอะไรคะศิลา?" รินรดากล่าวถาม น้ำเสียงเริ่มเปลี่ยนเป็นระแวดระวัง ศิลาสูดหายใจเข้าลึก ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นก่อนจะเอ่ยคำพูดที่ทำให้โลกทั้งใบของธันวาและรินรดาดิ่งวูบลงสู่ห้วงเหวแห่งความจริงที่ไม่อาจหลีกหนี "ผลตรวจ DNA ชิ้นเนื้อและคราบเลือดจากเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน... มันไม่ได้ตรงกับ DNA ของธันวาอย่างที่พวกเราเข้าใจมาตลอดค่ะรินรดา" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงลึกแห่งการล้างแค้นและบาดแผลในจิตใจนี้ไปพร้อมกับดิฉันนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%