ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดเลือด•ตอนที่ 23

ความมืดมิดในนิทรรศการ

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
ความหนาแน่นของความมืดในห้องจัดแสดงนิทรรศการชั้นสามไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบเงียบ มันคือความอึดอัดที่หนาจนแทบจะเคี้ยวได้ กลิ่นสีน้ำมันเก่าผสมกับกลิ่นอับชื้นของหยาดฝนที่ซึมผ่านผนังปูนเปลือย ลอยอบอวลอยู่ในโพรงจมูกราวกับซากศพที่ถูกฝังกลบมาเนิ่นนาน รินรดา দাঁড় (ยืน) อยู่หน้าภาพวาดชิ้นเอกที่เธอใช้เวลาแรมเดือนในการชำระล้างคราบเลือดและรอยด่างพร้อย แต่วินาทีนี้ ภาพนั้นกลับถูกกลืนหายไปในความดำมืดอย่างไร้ร่องรอย หลังจากการตัดกระแสไฟกะทันหันที่ไร้การเตือนล่วงหน้า "คุณรินรดา... คุณยังอยู่ตรงนั้นไหมครับ" เสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่าของธันวา ลอยแว่วมาจากมุมห้องด้านซ้าย มันเป็นเสียงที่เธอคุ้นเคยดีเมื่อหลายปีก่อน เสียงของชายผู้กุมอำนาจและควบคุมทุกสิ่ง แต่ในยามนี้ เสียงนั้นกลับเจือความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด ความสำนึกบาปที่เขาพยายามชดเชยมันตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา กำลังถูกกัดกินด้วยความมืดมิดรอบกาย ราวกับปีศาจในอดีตกำลังคืบคลานกลับมาทวงคืนสัญญา รินรดาไม่ตอบ เธอยังคงยืนนิ่ง ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกปลุกเร้าให้ตื่นตัว รองเท้าส้นสูงของเธอเหยียบอยู่บนพื้นปูนเย็นเฉียบ มือเรียวบางในถุงมือผ้าสีดำกุมกันไว้แน่นที่หน้าท้อง ปลายนิ้วจิกเข้าหากล้ามเนื้อเบาๆ เพื่อเตือนสติว่าผู้หญิงอ่อนแอที่เคยร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากผู้ชายคนนี้ได้ตายไปตั้งแต่คืนวันโศกนาฏกรรมนั้นแล้ว... คืนที่เธอสูญเสียทั้งลูกในท้องและความเชื่อมั่นทั้งหมด "ริน... ผมรู้ว่าคุณโกรธผม แต่ตอนนี้มันอันตรายเกินไป ระบบรักษาความปลอดภัยล่มทั้งหมด ทางออกฉุกเฉินถูกล็อกด้วยระบบอัตโนมัติ เราต้องหาทางออกด้วยกัน" ธันวาก้าวเข้ามาใกล้ เสียงฝีเท้าของเขาลังเลและระมัดระวัง ราวกับกำลังเดินอยู่บนทุ่นระเบิด "อันตรายงั้นหรือคะ ธันวา" รินรดาเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ เย็นชา และบาดลึกจนคนฟังสะท้าน "คุณเพิ่งมารู้จักคำว่าอันตรายเอาตอนนี้เองหรือคะ ตอนที่ความลับที่คุณพยายามซ่อนไว้ใต้พรม กำลังจะเน่าเฟะและส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วหอศิลป์แห่งนี้" "ผมขอโทษ..." คำพูดเดิมๆ ที่เธอได้ยินซ้ำแล้วซ้ำเล่า คำสารภาพผิดที่ไร้ราคาในวันที่สายเกินแก้ "ผมพยายามแก้ไขทุกอย่างแล้ว ริน... ศิลาบอกผมว่าคุณไม่มีวันให้อภัย แต่ผมก็ยังอยากไถ่บาป" "การไถ่บาปของคุณคือการเอาภาพวาดที่กรีดเลือดนี่มาจัดแสดง เพื่อตอกย้ำความเจ็บปวดของฉันอย่างนั้นหรือคะ!" รินรดาหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับทิศทางของเสียง แม้จะมองไม่เห็นใบหน้าของเขาในความมืด แต่เธอกลับสัมผัสได้ถึงเงาร่างสูงใหญ่ที่กำลังยืนตัวสั่นเทาอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามก้าว "คุณคิดว่าน้ำตาของฉัน เงินชดเชยบ้าๆ นั่น หรือแม้แต่หอศิลป์ที่สร้างขึ้นจากคราบเลือดนี้ จะลบเลือนรอยแผลเป็นในใจฉันได้หรือคะ ไม่มีวันหรอกค่ะ ธันวา!" ทันใดนั้น แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานก็กะพริบวาบขึ้นที่มุมเพดาน สาดแสงสลัวสลับดับวับวาบไปทั่วห้องจัดแสดง เผยให้เห็นบรรยากาศที่บิดเบี้ยวและน่าสะพรึงกลัว ภาพวาดบนผนังสะท้อนแสงสีเลือด ดูคล้ายกับว่ารอยเปื้อนสีแดงฉานเหล่านั้นกำลังไหลย้อยลงมาจริงๆ และในแสงวับวาบนั้นเอง สายตาของรินรดาก็พลันเหลือบไปเห็นเงาร่างที่สาม... เงาร่างของใครบางคนกำลังยืนนิ่งสนิทอยู่หลังเสาหินอ่อนห่างออกไป เงานั้นไม่ได้ขยับเขยื้อน แต่กลับจ้องมองมาที่พวกเขาทั้งสองด้วยดวงตาที่สะท้อนแสงสีแดงวาวโรจน์ รูปร่างของเงานั้นผอมเกร็งและคุ้นตาอย่างประหลาด ราวกับวิญญาณจากอดีตที่ตามมาหลอกหลอน "ใครนั่น!" ธันวาตะโกนลั่นด้วยความตระหนก เขารีบก้าวเข้ามาคว้าแขนของรินรดาไว้ตามสัญชาตญาณของการปกป้อง แต่มันกลับทำให้รินรดาสะบัดออกอย่างรังเกียจราวกับถูกของร้อน "อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" เธอแหวใส่ด้วยความเกรี้ยวกราด ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความชิงชัง "คนที่ควรตายในกองเพลิงวันนั้นรอดชีวิตมาได้ ส่วนคนบริสุทธิ์ต้องแหลกสลาย... คุณยังกล้าดีอย่างไรมาทำตัวเป็นเจ้าชีวิตฉันอีก!" "ริน... เงานั่น... มันไม่ใช่คนของผม" ธันวาเสียงสั่นเครือ เหงื่อกาฬไหลท่วมใบหน้าคมคายที่ซีดเผือด เขาหันไปมองเงาร่างนั้นสลับกับใบหน้าเย็นชาของอดีตภรรยา ความหวาดกลัวไม่ได้มาจากความมืดรอบตัวอีกต่อไป แต่มาจากความจริงที่ว่า อดีตที่เขาพยายามฝังกลบ กำลังลุกขึ้นมาเดินได้ เงาร่างลึกลับนั้นค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาจากความมืด เสียงรองเท้ากระทบพื้นปูนดัง *ก๊อก... ก๊อก...* เป็นจังหวะที่บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดเต้น รินรดากลั้นหายใจ ขณะที่ธันวาก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณเพื่อบังร่างของเธอไว้ แม้จะถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย เมื่อเงาน่างนั้นก้าวเข้าสู่เขตแสงสีแดงจากไฟฉุกเฉิน ร่างนั้นก็หยุดนิ่ง ใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้ฮู้ดสีดำค่อยๆ เงยขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้มบิดเบี้ยวและดวงตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคียงที่ไม่แพ้รินรดาเลยแม้แต่น้อย และในวินาทีนั้นเอง เสียงกระซิบแหบพร่าที่จำฝังใจก็ดังขึ้นจากริมฝีปากของบุคคลปริศนา... *"จำฉันได้ไหม... คุณธันวา... ว่าลูกของเราหน้าตาเป็นอย่างไร"* หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ภาพทุกอย่างตรงหน้าหมุนคว้าง ขณะที่ธันวากรีดร้องออกมาด้วยความสติแตก เพราะเงาลึกลับที่ยืนอยู่ตรงหน้าหาใช่คนแปลกหน้า... แต่เป็นคนตายที่เขาจำได้แม่นยำที่สุดจากคืนนรกแตกเมื่อสามปีก่อน! ... ด้วยรักและหวังว่าจะได้พบกันอีกในความมืดมนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%