ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดเลือด•ตอนที่ 19

กับดักความไว้วางใจ

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอายจางๆ ของน้ำมันสนและแอลกอฮอล์ล้างคราบสีเก่าคร่ำคร่าตลบอบอวลอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟนีออนสีขาวนวลสาดส่องลงบนผืนผ้าใบที่ฉีกขาด ซึ่งกำลังได้รับการเยียวยาด้วยปลายพู่กันเรียวเล็กของรินรดา หญิงสาวไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองผู้ที่เพศชายที่ก้าวเข้ามา แม้จะรับรู้ได้ถึงสัมผัสอันคุ้นเคยจากฝีก้าวที่พยายามเดินให้เบาที่สุดของธันวา อดีตสามีผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเหยียบย่ำหัวใจของเธอจนแหลกสลาย แต่วันนี้ เขากลับยืนอยู่ตรงหน้าเธอด้วยท่าทีที่ราวกับสุนัขจนตรอก ซึ่งพร้อมจะคุกเข่าอ้อนวอนขอเศษเสี้ยวความเมตตา "คุณ... กินอะไรมาบ้างหรือยังครับ... เอ๊ย... คะ..." ธันวาชะงักกึกทันทีเมื่อเผลอใช้สรรพนามคุ้นชิน ความหวาดกลัวฉายชัดในแววตาคู่คมที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชาในอดีต เขากลัวว่าเธอจะรังเกียจ กลัวว่าความผิดพลาดเมื่อหลายปีก่อนจะไม่มีวันได้รับการอภัย รินรดาวางพู่กันลงบนถาดไม้ช้าๆ เสียงกระทบกันเบาๆ นั้นกลับดังสะท้อนก้องในความเงียบ เธอยกปลายนิ้วขึ้นเกลี่ยเส้นผมที่ตกลงมาปรกใบหน้าอย่างใจเย็น ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตากลมโตคู่นั้นนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงกระเพื่อม ไร้ซึ่งร่องรอยของความโกรธเกลียด หรือแม้กระทั่งความยินดี "ธันวากลัวอะไรหรือคะ?" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ นุ่มนวล แต่บาดลึกเสียจนคนฟังต้องสะท้านเฮือก "กลัวว่าฉันจะรู้ความจริงทั้งหมด หรือว่ากลัวว่าบาปที่คุณก่อไว้ มันจะย้อนกลับมากลืนกินคุณกันแน่" "ผม..." ธันวาอ้าปากค้าง ลมหายใจของเขาติดขัด มือหนาสั่นเทาจนต้องซุกไว้ในกระเป๋าเสื้อสูทเพื่อซ่อนความอ่อนแอ "ผมไม่ได้กลัวเรื่องนั้น... ผมแค่... ริน ผมอยากไถ่บาป ผมอยากให้คุณรู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา... ไม่มีวันไหนเลยที่ผมไม่นึกถึงคุณ" คำพูดหวานหูที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดแสนปลอมเปลือกในอسาต... หากเป็นเมื่อก่อน เธอคงโผเข้าหาอ้อมกอดนั้นด้วยความโหยหา พร้อมกับหยาดน้ำตาแห่งความน้อยเนื้อต่ำใจ แต่ไม่ใช่กับรินรดาคนปัจจุบัน ผู้หญิงที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากเศษซากปรักหักพังของความไว้ใจ รินรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันกลับงดงามและเย้ายวนใจเสียจนธันวาแทบหยุดหายใจ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปใกล้เขาช้าๆ จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นเหงื่อจางๆ ของความเครียดลอยเข้าแตะจมูก "ถ้าอยากไถ่บาปนัก..." รินรดาเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา ราวกับเสียงกระซิบของซาตานที่อยู่เบื้องหลังบานกระจกเงา "ทำไมคุณถึงยังเก็บภาพวาดชิ้นนั้นไว้ในห้องใต้ดินล่ะคะ ธันวา ภาพที่บอกเล่าเรื่องราวในคืนวันอุบาทว์ที่คุณกับศิลาช่วยกันปกปิดความจริง... ภาพที่กรีดเลือดของฉันให้ออกมาเป็นสีบนผืนผ้าใบ" ธันวาสะดุ้งสุดตัว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก สีหน้าของเขาซีดเผือดลงจนแทบไร้เลือดฝาด "ค... คุณรู้ได้ยังไง? ใครเป็นคนบอกคุณ? ศิลาเหรอ?" "จะเป็นใครมันสำคัญด้วยหรือคะ?" รินรดาเอื้อมมือเรียวไปแตะที่ปกเสื้อสูทของอดีตสามีอย่างแผ่วเบa ปลายนิ้วของเธอไล้ผ่านเนื้อผ้าเนื้อดีด้วยความคุ้นเคยแต่น่ารังเกียจ เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังสั่นระริกของเขา "ในเมื่อความจริงมันกำลังจะปรากฏ... และฉันนี่แหละค่ะ ที่จะเป็นคนลากพวกคุณทุกคนลงมาจากบัลลังก์แห่งความหลอกลวง" ธันวาจ้องมองใบหน้าอันงดงามที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นของอดีตภรรยา หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความกลัวผสมผสานกับความหลงใหลที่ยังคงไม่เสื่อมคลาย เขารู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายที่ขึงตึงเหนือเหวลึก และคนที่ถือมีดตัดเส้นด้ายนั้นอยู่ ก็คือผู้หญิงที่เขากำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงทางจิตวิทยาอยู่ ณ วินาทีนี้ "ริน... ถ้าคุณเกลียดผม ลงมือฆ่าผมซะสิครับ... เอ๊ย... คะ... ทำไมคุณถึงต้องใจร้ายกับผมนัก" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ คว้าข้อมือเรียวของเธอมากุมไว้แน่น ราวกับต้องการเหนี่ยวรั้งเศษเสี้ยวสุดท้ายของความสัมพันธ์ที่แตกสละ รินรดาไม่ดึงมือกลับ เธอยอมให้เขากุมข้อมือไว้ ปล่อยให้อุณหภูมิร่างกายของเขาถ่ายทอดความหวาดกลัวมาสู่ผิวเนื้อของเธอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเด่นชัด "ฆ่าคุณเหรอคะ? มันง่ายเกินไปสำหรับคนอย่างคุณค่ะ ธันวา..." เธอกระซิบชิดริมใบหูของเขา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสะใจที่ถูกเก็บกดมานานปี "ความตายมันสบายเกินไปสำหรับคนที่ต้องชดใช้ด้วยความทรมาน... ฉันจะทำให้คุณเห็นคุณค่าของลมหายใจ ในวันที่คุณไม่เหลือใคร แม้กระทั่งเงาของตัวเอง" บรรยากาศในห้องทำงานอึมครึมลงถนัดตา ราวกับออกซิเจนกำลังถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ธันวาหอบหายใจถี่กระชั้น ความกดดันทางจิตใจทำให้เขารู้สึกวิงเวียนคล้ายจะเป็นลม เขายอมจำนนต่อเสน่ห์อันตรายและกลิ่นอายแห่งการแก้แค้นที่แผ่ออกมาจากตัวของรินรดาอย่างสมบูรณ์แบบ เขาหลงกลเธอแล้ว... ยอมเปิดเผยช่องโหว่ทางจิตใจและข้อมูลลับทีละน้อย ตามแผนการที่เธอร้อยเรียงไว้ทุกประการ แต่ทว่า... ในจังหวะที่เกมกำลังดำเนินไปตามหมากที่รินรดาวางไว้ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ และก่อนที่ทั้งสองจะได้ทันตั้งตัว ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกโดยปราศจากการอนุญาต ร่างสูงโปรดของศิลา ทนายความผู้กุมความลับและศัตรูหัวใจ ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก ในมือของเขามีซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะ "ขอโทษทีครับที่ขัดจังหวะความสัมพันธ์อันแสนหวานของอดีตสามีภรรยา..." ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความคุกคาม สายตาคมกริบกวาดมองทั้งสองคนที่ยืนชิดติดกัน "แต่ผมคิดว่าคุณรินรดาควรจะหยุดเล่นละครตบตาแล้วมาดูนี่เสียหน่อยดีกว่า... เอกสารชิ้นนี้ อาจจะทำให้เกม 'แก้แค้น' ของคุณมีจุดจบที่น่าสนุกกว่าเดิมเยอะเลยนะครับ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงลึกแห่งการล้างแค้นและบาดแผลในจิตใจนี้ไปพร้อมกับดิฉันนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%