“ความล้มเหลวไม่ใช่ตัวเลขทางสถิติ แต่มันคือลมหายใจที่ขาดห้วงไปตลอดกาล”
เสียงของคีธ อาร์คานัส ดังก้องอยู่ในหัวของเขาเอง ขณะที่ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการทำงานหนักแตะลงบนแผงควบคุมโฮโลแกรมที่กะพริบถี่ราวกับหัวใจที่กำลังจะวาย สภาพอากาศภายในสถานีไซลอสไม่ได้เปลี่ยนไปตามกาลเวลา มันยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นโลหะไหม้ อากาศแห้งผากที่กรีดลำคอ และเสียงหึ่งๆ ของระบบพยุงชีพที่กำลังฝืนทำงานเกินขีดจำกัด
“คีธ ถ้าคุณยังยืนเหม่ออยู่ตรงนั้น อีกสามนาทีเราจะกลายเป็นปุ๋ยอวกาศจริงๆ นะครับ” เอลาร่า วอยด์ เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความกดดัน เธอไม่ได้หันมามองเขา สายตายังคงจับจ้องไปที่หน้าจอเรดาร์ที่แสดงสัญญาณของกองกำลังผู้บัญชาการซาเล็คที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้
คีธไม่ได้ตอบในทันที ดวงตาของเขาจ้องเขม็งไปที่รหัสผ่านที่เขาเคยเขียนขึ้นด้วยมือตัวเองเมื่อสิบปีก่อน—รหัสผ่านที่เขาสาบานว่าจะไม่แตะต้องมันอีกตลอดชีวิต
*โครงการลูซิเฟอร์*
ในขณะที่นิ้วของเขาขยับผ่านลำแสงโฮโลแกรม ภาพในอดีตก็แล่นย้อนกลับมาเหมือนฟิล์มภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำ ภาพของห้องแล็บที่สว่างจ้า สถานีอวกาศ 'เอเดน' ที่ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ต่อหน้าต่อตาเขา เสียงกรีดร้องของเพื่อนร่วมงานที่ดังทะลุผ่านความเงียบงันของสุญญากาศ ทุกอย่างคือความล้มเหลวที่เขาเป็นคนออกแบบเองด้วยความเย่อหยิ่งว่าเขาสามารถควบคุมพลังที่เหนือกว่ากฎฟิสิกส์ได้
“มันไม่ใช่แค่อุบัติเหตุ เอลาร่า” คีธกล่าวขึ้นในที่สุด เสียงของเขาแหบพร่า “มันคือการทดลองที่ถูกออกแบบมาให้ล้มเหลวตั้งแต่ต้น เพื่อกำจัดคนที่ไม่เห็นด้วยกับพวกซาเล็คในสภาดวงดาว”
เอลาร่าชะงัก เธอหมุนตัวกลับมา สายตาของเธอคมกริบราวกับใบมีด “คุณกำลังจะบอกว่าโครงการนี้เป็นแผนการเมืองตั้งแต่วันแรกหรือ? คีธ มองหน้าผม... คุณไม่ได้แค่ทำพลาด คุณถูกหลอกใช้”
“นั่นแหละคือสิ่งที่น่าสมเพชที่สุด” คีธแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ปราศจากความสุข “ผมคือวิศวกรที่ฉลาดที่สุดในยุคนั้น แต่กลับมองไม่เห็นกับดักที่วางไว้ตรงหน้า ผมสร้างอาวุธที่ฆ่าคนนับพันเพียงเพราะความหลงระเริงในตรรกะที่สมบูรณ์แบบ”
เขากดรหัสผ่านชุดสุดท้ายด้วยความสั่นเทา ระบบเริ่มส่งเสียงเตือนระดับวิกฤต สีแดงฉานย้อมไปทั่วโถงทางเดิน การเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลลับของไซลอสเปิดออก ข้อมูลมหาศาลไหลบ่าเข้ามาในสมองของเขา แต่มันไม่ได้มีแค่เทคโนโลยีเปลี่ยนความเป็นจริงอย่างที่ซาเล็คต้องการ มันมีรายชื่อ ‘บุคคลที่ถูกโอนย้าย’ ในเหตุการณ์ครั้งนั้น
รายชื่อที่ระบุชัดเจนว่า... ผู้ที่รอดชีวิตจากการระเบิดสถานีเอเดน ไม่ได้มีแค่เขา
"คีธ! ดูนี่!" เอลาร่าตะโกนขณะที่ประตูนิรภัยของห้องควบคุมถูกกระแทกอย่างแรงจากฝั่งตรงข้าม รอยบุบบนประตูเหล็กกล้าบ่งบอกถึงพละกำลังของทหารรับจ้างที่อยู่อีกฝั่ง
คีธรีบหันไปที่หน้าจอ ข้อมูลไฟล์ที่สิบสามถูกเปิดขึ้น ลายเซ็นดิจิทัลที่คุ้นตาปรากฏอยู่เบื้องล่าง มันไม่ใช่ลายเซ็นของนักวิทยาศาสตร์คนไหน แต่มันคือรหัสประจำตัวของ *ผู้บัญชาการซาเล็ค*
ในวินาทีนั้นเองที่ทุกอย่างกระจ่างชัด ซาเล็คไม่ได้ต้องการเทคโนโลยีนี้เพื่อครองอำนาจเพียงอย่างเดียว แต่มันคือการเก็บกวาดพยานปากสำคัญที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียว ซึ่งก็คือตัวเขาเอง
“มันไม่ได้มาเพื่อชิงเทคโนโลยี มันมาเพื่อปิดปากเราทั้งคู่” คีธกล่าวพลางดึงปืนพกพลาสม่าออกมาจากซองข้างเอว
“แล้วเราจะทำอย่างไร?” เอลาร่าถาม มือของเธอเตรียมพร้อมในท่าต่อสู้ “เราติดอยู่ในกรงที่ชื่อว่าสถานีไซลอส และหมาล่าเนื้อก็กำลังจะพังประตูเข้ามา”
คีธมองไปที่หน้าต่างกระจกหนาที่เผยให้เห็นความว่างเปล่าของอวกาศเบื้องนอก เขาตัดสินใจทำในสิ่งที่อันตรายที่สุด เขาไม่ได้เล็งปืนไปที่ประตู แต่เขากลับเล็งไปที่แผงควบคุมระบบท่อส่งอากาศของสถานี
“ถ้ามันอยากได้ความเป็นจริงนัก เราก็จะสร้างความเป็นจริงใหม่ให้มัน” คีธกดไกปืนทันที ไม่ใช่เพื่อสังหาร แต่เพื่อทำลายระบบล็อกประตูนิรภัยฝั่งที่เชื่อมกับห้องสุญญากาศ
เสียงโลหะลั่นเปรี้ยงดังสนั่น ประตูที่เคยปิดตายกลับเปิดออก แรงดันอากาศมหาศาลดูดทุกอย่างในห้องให้พุ่งไปหาความเวิ้งว้างเบื้องนอก เอลาร่าคว้าตัวคีธไว้ได้ทันเวลา ทว่าในวินาทีที่แสงจากภายนอกสาดส่องเข้ามา เงาร่างสูงใหญ่ที่คุ้นตาในชุดเกราะสีดำทมิฬก็ก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่หวั่นเกรงแรงดึงดูด
ผู้บัญชาการซาเล็คหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา รอยยิ้มใต้หน้ากากนั้นดูเย็นเยียบและทรงอำนาจ ในมือของเขาถืออุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่ดูเหมือนกุญแจสำคัญของโครงการลูซิเฟอร์ที่หายสาบสูญไป
“แกควรจะตายไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว คีธ อาร์คานัส” ซาเล็คเอ่ยด้วยเสียงที่สังเคราะห์ขึ้นมาจนฟังดูเหมือนเสียงจากนรก “แต่ในเมื่อแกยังดึงดันจะหายใจ... วันนี้ข้าจะอนุญาตให้แกได้เห็นผลลัพธ์ที่แท้จริงของการทดลองที่แกเคยสร้างไว้เองกับตา”
ซาเล็คกดปุ่มบนอุปกรณ์ในมือทันที แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้พื้นสถานีไซลอสฉีกขาดออกจากกัน ท้องฟ้าที่ควรจะเป็นความมืดของอวกาศกลับบิดเบี้ยวกลายเป็นรอยแยกของมิติเวลาที่แผ่ขยายออกมาราวกับสัตว์ร้ายที่หิวโหย คีธเบิกตากว้างเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่หลังรอยแยกนั้น มันไม่ใช่ดวงดาว แต่มันคือภาพของสถานีเอเดนในวินาทีที่ระเบิด... ซึ่งกำลังซ้อนทับเข้ามากับสถานีไซลอสในปัจจุบัน
แล้วร่างของซาเล็คก็เริ่มเลือนหายไป ทิ้งให้คีธและเอลาร่าเผชิญหน้ากับเศษซากของอดีตที่กำลังย้อนกลับมาฆ่าพวกเขาอีกครั้ง
ทุกท่านครับ... ความผิดพลาดในอดีตได้กลับมาทวงถามหนี้เลือดถึงตรงหน้าแล้ว แล้วบทสรุปของการแก้แค้นที่ข้ามผ่านมิตินี้จะเป็นเช่นไร ในตอนหน้าเราจะได้รู้กันครับ
ไฮเปอร์ไดรฟ์ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอย่างเหนียวแน่นนะครับ
นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล•ตอนที่ 11
ความล้มเหลวที่แก้ไขไม่ได้
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!