“ถ้าคุณยังไม่อยากให้สมองกระจายเต็มผนังห้องควบคุม ก็ช่วยอยู่นิ่งๆ และเลิกทำตัวเป็นภาระสักทีได้ไหมครับ เอลาร่า”
คีธ อาร์คานัส เค้นเสียงลอดไรฟันขณะที่นิ้วเรียวยาวของเขาขยับผ่านหน้าจอโฮโลแกรมด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงคลิกเบาๆ สลับกับจังหวะเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังรัวราวกับเสียงหัวใจของผู้ที่กำลังจะตาย เขาสวมชุดวิศวกรเปื้อนคราบน้ำมันและเหงื่อ จ้องมองแผนผังพลังงานของสถานีไซลอสที่กำลังวูบวาบเหมือนคนไข้ที่กำลังช็อก
“ฉันไม่ได้เป็นภาระ คีธ แต่นี่คือสัญญาณเตือนระดับสีแดงของกองยานซาเล็ค” เอลาร่า วอยด์ ตอบกลับ เธอพิงหลังกับแผงควบคุมหลัก มือข้างหนึ่งกำปืนพกคู่ใจแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด “คนของพวกมันไม่ได้มาเพื่อต่อรอง พวกมันมาเพื่อเก็บกวาด”
“ผมทราบแล้วครับ” คีธตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสีเทาเข้มของเขาสะท้อนภาพเส้นทางเดินเรือที่ถูกแฮ็กจากภายนอก “ระบบรักษาความปลอดภัยถูกล็อกตายจากชั้นสิบสอง พวกมันไม่ได้บุกเข้ามาแบบสุ่มสี่สุ่มห้า แต่มันกำลังตัดทางหนีของเราทีละเส้นทาง”
*ตู้ม!*
แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้พื้นสถานีโยกคลอนจนคนทั้งคู่เซถลา คีธคว้าขอบโต๊ะทำงานไว้มั่น ในขณะที่เอลาร่าพุ่งตัวไปหลบหลังเสาเหล็กกล้า ทันใดนั้น เสียงเตือนของระบบสื่อสารก็ดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงจากคอมพิวเตอร์ แต่มันคือเสียงหยาบกร้านที่คุ้นเคย
“คีธ อาร์คานัส... เจ้าหนูผู้อัจฉริยะ” เสียงนั้นดังมาจากเครื่องขยายเสียงในสถานี “แกคิดจริงๆ หรือว่าวิศวกรที่ล้มเหลวอย่างแก จะซ่อมแซมซากศพเหล็กกล้าที่เรียกว่าไซลอสให้กลับมามีชีวิตได้? ส่งข้อมูลลับนั่นออกมาเสีย แล้วฉันจะให้แกตายแบบไม่ทรมาน”
คีธนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขาไม่ได้แสดงความหวาดกลัวผ่านสีหน้า มีเพียงกรามที่ขบแน่นจนนูนขึ้น เขาเหลือบมองเอลาร่าที่พยักหน้าให้เบาๆ เป็นเชิงบอกว่า ‘เตรียมพร้อมแล้ว’
“ผู้บัญชาการซาเล็ค” คีธกดปุ่มสื่อสารตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท “ความผิดพลาดในอดีตของผมมันสอนให้รู้ว่า อะไรที่พังไปแล้ว ต่อให้ซ่อมให้ดีแค่ไหน รอยร้าวก็ยังคงอยู่เสมอ... และรอยร้าวของสถานีนี้แหละ ที่จะเป็นหลุมฝังศพให้พวกแกทุกคน”
สิ้นคำพูด คีธดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว ระบบป้องกันภัยอัตโนมัติในโถงทางเดินหลักก็ถูกกระตุ้น ป้อมปืนเลเซอร์ที่เคยดับไปนานนับสิบปีเริ่มหมุนวนด้วยเสียงกลไกที่กรีดร้อง ความเย็นยะเยือกของอวกาศภายนอกเริ่มรั่วไหลเข้ามาเมื่อประตูกั้นโซนถูกระเบิดออกด้วยฝีมือของทหารรับจ้างกลุ่มแรก
“เอลาร่า ไปที่แท่นบูสเตอร์สำรอง ผมจะล่อพวกมันไปที่ห้องเครื่องปั่นไฟ” คีธสั่งการเด็ดขาด
“แต่ที่นั่นมันคือกับดักมรณะ ถ้าคุณโอเวอร์โหลดเตาปฏิกรณ์...” เอลาร่าท้วง สายตาของเธอเต็มไปด้วยความกังวล
“ถ้าไม่ทำแบบนั้น เราก็ไม่มีทางรอดครับ” คีธหันมาสบตาเธอ แววตาของเขามีความอ่อนโยนฉายแวบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเย็นชาตามนิสัย “ไปซะ! นี่ไม่ใช่เวลามาตัดสินใจเรื่องศีลธรรม”
เอลาร่ากัดริมฝีปากแน่นก่อนจะพุ่งตัวออกไปทางช่องระบายอากาศ ทิ้งให้คีธเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าที่กำลังถูกเติมเต็มด้วยทหารรับจ้างชุดเกราะดำสนิทกว่าสิบชีวิต พวกมันก้าวเข้ามาพร้อมอาวุธหนัก เลเซอร์สีแดงสดกราดเข้าใส่กำแพงโลหะจนเกิดประกายไฟ คีธหลบหลังคานเหล็ก อาศัยความชำนาญในโครงสร้างสถานีที่เขาสร้างขึ้นเอง วิ่งลัดเลาะไปตามช่องแคบๆ ของท่อระบายความร้อน
เขาไม่ได้หนีเพียงอย่างเดียว ในมือของเขามีแท็บเล็ตขนาดเล็กที่คอยควบคุมระบบไฟฟ้าทั้งหมด คีธกดรหัสลับที่เขาซ่อนไว้ในฐานข้อมูลตั้งแต่วันแรกที่เหยียบเข้าสถานีแห่งนี้ “กระสุนนัดแรกไม่ใช่เลเซอร์ที่พวกแกยิงมาหรอกครับ...”
เขาพึมพำกับตัวเองขณะนิ้วกดสั่งการ ‘ระบบล้างสมองสถานี’
ทันใดนั้น แสงไฟทั่วทั้งชั้นก็ดับวูบลง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานที่กระพริบถี่ๆ เสียงกลไกเฟืองเหล็กของสถานีทำงานผิดปกติจนเกิดเสียงโหยหวนเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังตื่นจากหลับไหล พื้นที่เหล่าทหารซาเล็คยืนอยู่เริ่มเลื่อนออกจากกันอย่างกะทันหัน แรงดึงดูดเทียมถูกสลับขั้ว ทำให้ทหารเหล่านั้นลอยเคว้งคว้างกลางอากาศโดยที่อาวุธในมือไร้ความหมาย
คีธก้าวออกมาจากเงามืด ปืนพกอัดอากาศในมือเล็งตรงไปที่ศีรษะของหัวหน้าหน่วยทหารที่กำลังลอยคว้างด้วยความตื่นตระหนก
“นี่คือค่าตอบแทนที่แกบังอาจขุดอดีตของผมขึ้นมาขู่”
เขาลั่นไกทันที เสียงปืนอัดอากาศดัง *ฟุบ* สั้นๆ ร่างของทหารคนนั้นกระเด็นกระแทกเข้ากับผนังแรงจนเกราะแตกละเอียด แต่ก่อนที่คีธจะจัดการรายต่อไป เขากลับชะงักเมื่อเห็นเงาดำขนาดใหญ่ก้าวพ้นออกมาจากกลุ่มควัน
มันไม่ใช่ทหารรับจ้างธรรมดา แต่มันคือเครื่องจักรสงครามรูปร่างมนุษย์ที่สวมชุดเกราะพิเศษ—โปรเจกต์ที่คีธจำได้แม่นยำว่าเป็นผลงานชิ้นเอกที่ถูกขโมยไปจากมือเขาเมื่อสิบปีก่อน
ร่างนั้นหยุดยืนต่อหน้าเขา ใบหน้าที่ถูกปกปิดด้วยหน้ากากโลหะค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นดวงตาข้างหนึ่งที่เป็นจักรกลไซเบอร์เนติกส์ที่กำลังหมุนปรับโฟกัสมาที่เขา และสิ่งที่น่าตระหนกยิ่งกว่าคือรอยแผลเป็นที่พาดผ่านใบหน้าซีกนั้น มันคือใบหน้าของคนที่คีธเชื่อมาตลอดว่าตายไปแล้วในอุบัติเหตุครั้งนั้น
“พี่... พี่เหรอ?” คีธกระซิบ เสียงของเขาขาดห้วง หัวใจเต้นรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงระบบสถานีที่กำลังจะแตกสลาย ร่างนั้นยกอาวุธขึ้นเล็งตรงมาที่หน้าผากของเขาโดยไม่ลังเลแม้แต่นาทีเดียว
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันโดดเดี่ยวท่ามกลางดวงดาวนี้ไปกับผมนะครับ
ไฮเปอร์ไดรฟ์
นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล•ตอนที่ 12
กระสุนนัดแรก
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!