นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล•ตอนที่ 10

ความลับในฮาร์ดไดรฟ์

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
“ถ้าคุณพยายามจะกู้ข้อมูลชุดนี้ด้วยวิธีการถอดรหัสแบบเดิมอีกแค่ครั้งเดียว ระบบความปลอดภัยจะสั่งลบตัวมันเองทิ้งทั้งหมด และเราจะกลายเป็นแค่ซากศพที่ติดอยู่ในสถานีร้างแห่งนี้โดยไม่มีอะไรติดมือไปเลย” เสียงของเอลาร่า วอยด์ เรียบเย็นและกดต่ำ เธอจ้องมองคีธ อาร์คานัส ผ่านแสงสีฟ้าสลัวที่สะท้อนออกมาจากหน้าจอโฮโลกราฟิกที่กำลังสั่นไหว วิศวกรหนุ่มไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา นิ้วเรียวยาวของเขาขยับรัวอยู่บนแป้นพิมพ์แสง ความเร็วของมันบ่งบอกถึงความเครียดที่พุ่งสูงจนถึงขีดสุด “ผมไม่ได้กำลังทำลายมัน เอลาร่า” คีธตอบกลับโดยไม่ละสายตาจากชุดรหัสที่วิ่งผ่านนัยน์ตา “ผมกำลังทำศัลยกรรมข้อมูลอยู่ ถ้าจะดึงไฟล์ที่ฝังตัวอยู่ลึกขนาดนี้ออกมาโดยไม่ให้สัญญาณเตือนภัยดัง เราต้องผ่าตัดแยกโครงสร้างอัลกอริทึมที่รัฐบาลซ่อนไว้เหมือนกับกรงขัง” คีธหยุดมือลงชั่วขณะ ลมหายใจของเขาหนักหน่วง สถานีไซลอสที่ดูเหมือนซากเหล็กตายซากในภายนอก กำลังมีหัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่ข้างในนี้ รอบตัวพวกเขาคือความมืดมิดของห้องแล็บใต้ดินที่ถูกทิ้งร้าง เสียงเครื่องยนต์ที่หมดสภาพครางหึ่งๆ ราวกับเสียงขู่คำรามของสัตว์ร้ายที่กำลังจะสิ้นใจ “ทำไมรัฐบาลถึงต้องลงทุนขนาดนี้เพื่อปิดตายไฟล์ขนาดไม่กี่เทราไบต์ในสถานีขอบจักรวาล?” คีธถามขึ้นเบาๆ มือของเขายังคงค้างอยู่เหนือแป้นพิมพ์ “เพราะมันไม่ใช่แค่ข้อมูลบันทึกทางการเงินหรือรายชื่อสายลับครับคีธ” เอลาร่าก้าวเข้ามาใกล้ แสงไฟสีฟ้าเผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ บนแก้มของเธอ “สิ่งที่พวกมันซ่อนไว้ คือสิ่งที่ทำให้จักรวาลนี้มีค่าพอที่จะถูกทำลายทิ้งเพียงเพื่อจะครอบครองมัน” ในจังหวะนั้นเอง หน้าจอตรงหน้าคีธเปลี่ยนจากรหัสตัวเลขสีเขียวเป็นสีแดงฉาน เสียงเตือนภัยความถี่ต่ำดังขึ้นในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงระเบิด แต่มันคือเสียงที่น่าสะพรึงกลัวกว่านั้น—เสียงของการปลดล็อกไฟล์ข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสด้วยเทคโนโลยีที่ไม่เคยมีใครรู้จักมาก่อน ข้อมูลเริ่มไหลทะลักเข้าสู่หน่วยความจำของคีธ ภาพโฮโลกราฟิกปรากฏขึ้นกลางห้อง มันไม่ใช่แผนที่หรือตัวเลข แต่เป็นพิมพ์เขียวของโครงสร้างที่ดูบิดเบี้ยว มันคือวงแหวนโลหะขนาดมหึมาที่สามารถพับมิติได้ ราวกับกระดาษที่ถูกขยำจนเสียรูป “โครงการเนเมซิส...” เอลาร่าพึมพำ ใบหน้าของเธซีดเผือดจนไร้สีเลือด “พวกมันไม่ได้สร้างอาวุธเพื่อทำลายดวงดาว แต่มันกำลังสร้าง ‘เครื่องมือเปลี่ยนความเป็นจริง’ (Reality Alteration Engine) คีธ” คีธจ้องมองภาพที่เห็นด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ตรรกะในหัวของเขากำลังต่อสู้กับภาพที่ปรากฏ “การเปลี่ยนความเป็นจริง? นั่นมันเรื่องเพ้อฝันทางฟิสิกส์... ถ้ามันทำได้จริง พวกมันก็ไม่ต้องทำสงคราม ไม่ต้องมีการเมือง ไม่ต้องมีการปกครอง พวกมันแค่เปลี่ยนกฎเกณฑ์ของจักรวาลให้กลายเป็นสิ่งที่พวกมันต้องการ” “และนั่นคือเหตุผลที่ซาเล็คตามล่าเราจนสุดขอบจักรวาล” เอลาร่าเสริมด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ถ้ารัฐบาลถือครองเครื่องมือนี้เพียงลำพัง อดีต ปัจจุบัน และอนาคตที่เราเคยรู้จักจะถูกเขียนทับใหม่ทั้งหมด ตัวตนของคุณ ความทรงจำของคุณ แม้กระทั่งความล้มเหลวที่คุณพยายามจะหนี... มันจะถูกลบหายไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นจริง” คีธรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง เขาพยายามจะกดปิดไฟล์นั้น แต่ระบบกลับสั่งล็อกตัวเองโดยอัตโนมัติ ข้อความหนึ่งปรากฏขึ้นกลางหน้าจอ: *‘เป้าหมายถูกระบุตัวตนแล้ว’* ความเงียบเข้าปกคลุมห้องแล็บในทันที เสียงครางของเครื่องยนต์หายไป แทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะจากทางเดินด้านนอก ซาเล็คมาถึงแล้ว “คีธ” เอลาร่าดึงอาวุธข้างกายออกมา “คุณต้องเลือกว่าจะเก็บความลับนี้ไว้แล้วตายไปกับมัน หรือจะยอมเสี่ยงที่จะกระจายมันให้ถึงมือกลุ่มกบฏ แต่ถ้าคุณทำแบบนั้น ซาเล็คจะไม่ปล่อยให้คุณเห็นตะวันขึ้นในวันพรุ่งนี้แน่” คีธมองหน้าจอที่ยังคงแสดงพิมพ์เขียวของเครื่องมือเปลี่ยนความเป็นจริง มือของเขาสั่นเพียงเล็กน้อยก่อนจะคว้าไดรฟ์ข้อมูลออกมาจากพอร์ตเชื่อมต่อ ทว่า ในขณะที่เขาจะหันไปหาทางออก ประตูเหล็กกล้าหน้าห้องแล็บก็ถูกฉีกกระชากออกด้วยแรงระเบิด ร่างของทหารรับจ้างในชุดเกราะสีดำทมิฬพุ่งทะลักเข้ามา แสงเลเซอร์สีแดงจากอาวุธหลายสิบกระบอกจุดนิ่งอยู่บนหน้าอกของเขาทั้งคู่ ซาเล็คก้าวออกมาจากแถวทหารรับจ้าง เขาไม่ได้ถืออาวุธ แต่ในมือของเขากลับถือสิ่งที่ทำให้คีธต้องเบิกตากว้าง... มันคือเครื่องสแกนสัญญาณที่ตรวจจับข้อมูลภายในไดรฟ์ที่คีธเพิ่งดึงออกมาเมื่อครู่ “ขอบใจที่ช่วยปลดล็อกไฟล์ให้นะ อาร์คานัส” ซาเล็คยิ้ม แต่ดวงตาของเขากลับไร้ความรู้สึก “แต่ฉันเกรงว่างานของคุณจบลงตรงนี้... และความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องนี้ทั้งหมด จะไม่มีโอกาสได้ถูกส่งไปถึงมือใครอีกตลอดกาล” ซาเล็คยกมือขึ้น ส่งสัญญาณให้ทหารเตรียมลั่นไก ทว่าทันใดนั้น ไฟในสถานีไซลอสทั้งหมดกลับดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่เข้าปกคลุมทุกตารางนิ้ว พร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นเคยจากลำโพงที่พังทลายของสถานี ซึ่งดังขึ้นอย่างกะทันหันว่า... “ปล่อยพวกเขาไปซาเล็ค... เพราะสิ่งที่อยู่ในไดรฟ์นั่น ไม่ได้มีแค่รหัสผ่าน แต่มันคือไวรัสที่กำลังจะลบตัวตนของแกทิ้งไปจากประวัติศาสตร์ในอีกห้าวินาทีข้างหน้า” คีธและเอลาร่ามองหน้ากันด้วยความตกใจ ขณะที่เสียงนับถอยหลังเริ่มดังขึ้นในหัวของทุกคนในห้องนั้น หวังว่าทุกท่านจะยังคงรักษาสติไว้ได้ในสถานการณ์ที่พลิกผันเช่นนี้ แล้วพบกันในบทถัดไปนะครับ - ไฮเปอร์ไดรฟ์
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%