นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล•ตอนที่ 9

หนีจากระบบควบคุม

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
“ถ้าคุณยังไม่หยุดสั่น ผมจะตัดสัญญาณชีพจรที่ข้อมือคุณทิ้งเสียตอนนี้เลย คีธ” เสียงของเอลาร่าเย็นเยียบราวกับก้อนน้ำแข็งที่ลอยเคว้งอยู่ในอวกาศ เธอไม่ได้มองหน้าเขา สายตาของเธอจับจ้องอยู่ที่แผงควบคุมโฮโลแกรมที่กะพริบถี่เป็นสีแดงฉาน ในขณะที่คีธ อาร์คานัส พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอาการมือสั่นที่ควบคุมไม่ได้ ความกดอากาศภายในสถานีไซลอสลดต่ำลงจนหูของเขาอื้ออึง แต่สิ่งที่รบกวนจิตใจเขายิ่งกว่าคือข้อมูลที่เพิ่งประมวลผลเสร็จสิ้นบนหน้าจอเบื้องหน้า ความลับที่เขาอุตส่าห์แบกรับไว้ในใจดั่งก้อนหินหนักอึ้ง บัดนี้มันถูกฉีกกระชากออกมาประจานต่อหน้าต่อตา “มันไม่ใช่การทดลองกู้ชีพ” คีธพึมพำ น้ำเสียงของเขาสั่นเครือแต่ยังคงแฝงไว้ด้วยตรรกะที่พยายามเรียบเรียงสิ่งที่เห็น “ซาเล็คไม่ได้ต้องการพลังงานหมุนเวียน สิ่งที่เขาทำ... คือการย้อนกระบวนการสลายตัวของมวลสาร เพื่อสร้างสิ่งที่เรียกว่า 'จุดจบจำลอง' มันคืออาวุธ เอลาร่า อาวุธที่จะล้างสถานีนี้ทิ้งไปพร้อมกับทุกชีวิตเพื่อให้ได้มาซึ่งเศษเสี้ยวของเวลา” เอลาร่าหันกลับมามองเขา ดวงตาของเธอฉายแวววูบไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าว “แล้วคุณคิดว่าฉันมาที่นี่ทำไมล่ะ? เพื่อมาดูคนโง่เง่าพยายามสร้างพระเจ้าขึ้นมาน่ะหรือ?” คีธไม่ตอบ เขาใช้นิ้วเคาะลงบนคีย์บอร์ดเสมือนด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ การเข้าถึงฐานข้อมูลกลางของไซลอสไม่ได้ยากเย็นอย่างที่เขาจินตนาการไว้ เพราะดูเหมือนระบบจะถูกวางกับดักไว้รอให้คน ‘ที่มีสิทธิ์’ เข้ามาเปิดมันเอง และเขาก็คือคนคนนั้น—ทายาทของวิศวกรผู้สร้างสถานีร้างแห่งนี้ *สถานะ: การเชื่อมต่อสมบูรณ์* *ข้อมูลที่พบ: บันทึกประวัติการทดลองโครงการ ‘โอเมก้า-ซีนิท’* หน้าจอสีครามเปลี่ยนเป็นสีเลือด ข้อมูลจำนวนมหาศาลไหลทะลักผ่านเลนส์ตาของคีธ เขากัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน เมื่อพบว่าชื่อของพ่อเขาปรากฏอยู่หัวกระดาษในฐานะผู้ออกแบบระบบฆ่าล้างเผ่าพันธุ์นี้ โดยมีซาเล็คเป็นผู้สนับสนุนทุนวิจัยเมื่อยี่สิบปีก่อน “พ่อผม...” คีธแค่นยิ้มขมขื่น “เขาไม่ได้แค่สร้างสถานีนี้เพื่อการวิจัย เขาคือสถาปนิกของหลุมศพที่พวกเรากำลังยืนอยู่” “คีธ!” เอลาร่าตวาดเสียงต่ำพลางคว้าแขนเขาไว้ “เลิกโทษตัวเองแล้วดูที่หน้าจอนั่นสิ! รหัสผ่านการทำลายตัวเอง (Self-destruct) ถูกเปลี่ยนไปแล้ว และผู้บัญชาการซาเล็คกำลังเคลื่อนกำลังพลมาที่ชั้นคลังข้อมูล เขาไม่ต้องการให้ข้อมูลนี้หลุดออกไป ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยชีวิตใครก็ตาม” “ถ้าผมเข้าถึงฐานข้อมูลนี้ได้ ผมก็ลบมันได้” คีธโต้กลับ ดวงตาของเขาฉายแววบ้าคลั่ง “ผมจะเปลี่ยนรหัสผ่าน เปลี่ยนลำดับการสั่งการ แล้วขังซาเล็คไว้ในลูปเวลาที่เขาสร้างขึ้นเอง!” “คุณกำลังทำตัวเป็นพระเจ้าเสียเองนะคีธ!” เอลาร่าจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา “ถ้าคุณแตะต้องรหัสต้นทางนั่น สถานีนี้จะพังทลายทันที เราจะไม่มีวันได้กลับบ้าน” บรรยากาศในห้องคลังข้อมูลเต็มไปด้วยเสียงหึ่งของเครื่องจักรระบายความร้อนที่กำลังทำงานเกินขีดจำกัด คีธเงียบไปครู่หนึ่ง เขารู้ดีว่าเขากำลังเล่นกับไฟ แต่ความรู้สึกผิดที่กัดกินใจมานานหลายปีผลักดันให้เขาตัดสินใจเลือกทางที่เสี่ยงที่สุด เขาละมือจากแผงควบคุมแล้วหันไปหาเอลาร่า “ผมไม่มีบ้านให้กลับตั้งแต่วันที่ผมเซ็นสัญญาทำงานที่ไซลอสแล้ว เอลาร่า ถ้าผมทำสำเร็จ สิ่งที่ซาเล็คพยายามสร้างจะหายไปพร้อมกับประวัติศาสตร์ที่บิดเบี้ยวของครอบครัวผม” ทว่าก่อนที่คีธจะได้กดคำสั่ง ‘ยืนยันการแก้ไข’ เสียงฝีเท้าหนักแน่นของรองเท้าบูทเหล็กก็ดังสะท้อนผ่านทางเดินโลหะที่อยู่ด้านหลังประตูหนาหนัก พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่คุ้นเคย “เจ้าหนูคีธ...” เสียงของผู้บัญชาการซาเล็คดังผ่านลำโพงติดผนัง “เธอช่างเหมือนพ่อเธอไม่มีผิด... อัจฉริยะจนน่ารังเกียจ แต่โชคร้ายที่เธอลืมไปอย่างหนึ่ง ความลับในฐานข้อมูลนั้นไม่ใช่สิ่งที่ถูกปิดตายไว้เพื่อการศึกษา แต่มันถูกล็อกไว้เพื่อ ‘รอผู้สืบทอด’ ที่จะนำกุญแจมาส่งมอบให้ฉันด้วยตัวเอง” ประตูห้องคลังข้อมูลถูกดีดตัวออกด้วยแรงระเบิดจากภายนอก ควันสีขาวพุ่งทะลักเข้ามาบดบังวิสัยทัศน์ คีธคว้าอาวุธเลเซอร์ที่เอวขึ้นมาเตรียมพร้อม ทว่าในวินาทีที่ควันจางลง เขากลับเห็นซาเล็คยืนอยู่หน้าประตูเพียงลำพัง โดยในมือเขากลับถือชิปบันทึกข้อมูลอีกชิ้นที่เหมือนกับชิ้นที่คีธกำลังพยายามเจาะระบบอยู่ไม่มีผิดเพี้ยน ซาเล็คยิ้มกว้างเผยให้เห็นฟันที่เคลือบด้วยโลหะสีเงิน “ยินดีด้วยคีธ ขั้นตอนสุดท้ายของการทดลองเสร็จสิ้นแล้ว และเธอก็คือตัวเร่งปฏิกิริยาชิ้นสุดท้ายที่ฉันรอคอย” เขากดปุ่มบนชิปในมือ ทันใดนั้น แสงสีทองประหลาดก็วาบขึ้นจากพื้นใต้ฝ่าเท้าของคีธและเอลาร่า ร่างกายของคีธเริ่มโปร่งแสงราวกับจะกลายเป็นไอระเหย ในขณะที่ระบบรักษาความปลอดภัยทั่วสถานีประกาศเสียงเตือนด้วยน้ำเสียงเย็นชา: *“ระบบโอเมก้า-ซีนิท เริ่มต้นการทำงาน... ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของจักรวาล”* คีธมองดูมือของตัวเองที่เริ่มสลายกลายเป็นละอองดาว เขารู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่ไหลผ่านกระแสเลือด แต่นั่นไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกาย... มันคือการที่เขารับรู้ว่า ทุกการเคลื่อนไหวที่เขาทำมาตลอดตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ คือสิ่งที่ซาเล็คคำนวณไว้ล่วงหน้าอย่างแม่นยำทุกกระเบียดนิ้ว ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมิดในไซลอสไปกับผม หวังว่าทุกท่านจะเตรียมใจไว้สำหรับบทต่อไปนะครับ - ไฮเปอร์ไดรฟ์
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%