เสียงสัญญาณเตือนสีแดงฉานสาดส่องไปทั่วห้องควบคุมระดับวิกฤต บ่งบอกว่าสถานีไซลอสกำลังเข้าสู่สภาวะ 'ตายซาก' โดยสมบูรณ์ แต่เหนือเสียงไซเรนที่แผดร้อง รอยยิ้มของคีธ อาร์คานัสกลับดูเงียบงันและเยือกเย็นราวกับรูปปั้นน้ำแข็งในห้วงอวกาศ
ซาเล็คพุ่งตัวเข้ามาคว้าคอเสื้อของวิศวกรหนุ่ม มือหนาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นบีบแน่นจนคีธแทบหายใจไม่ออก ทว่านัยน์ตาของคีธกลับไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความหวาดกลัว
“แกทำบ้าอะไรลงไป คีธ!” ซาเล็คคำราม น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยโทสะที่เกือบจะควบคุมไม่อยู่ “ไอ้ปุ่มนั่น... มันไม่ได้ทำลายแค่ระบบสถานี แต่มันกำลังฉีกกระชากโครงสร้างอะตอมของที่นี่!”
คีธหัวเราะหึในลำคอ แววตาของเขามองทะลุผ่านร่างของซาเล็คไปยังผนังเหล็กกล้าที่บัดนี้เริ่มบิดเบี้ยว ราวกับมีบางอย่างที่มองไม่เห็นกำลังพยายามแทรกตัวผ่านเนื้อวัสดุเข้ามา
“ยินดีต้อนรับสู่จุดจบที่แท้จริงครับ ผู้บัญชาการ” คีธกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แข็งกร้าว “การทดลองเปลี่ยนความเป็นจริงที่คุณเฝ้าถวิลหา... มันไม่ใช่ของเล่นสำหรับคนอย่างคุณหรอก มันคือรอยร้าวที่ธรรมชาติพยายามจะสมาน และตอนนี้เราทุกคนกำลังจะถูกมันกลืนกินเข้าไป”
ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็กระแทกเข้ากับสถานี แรงเหวี่ยงส่งผลให้ร่างของซาเล็คกระเด็นไปกระแทกกับแผงคอนโซลข้างๆ จนเกิดประกายไฟแลบแปลบ เอลาร่า วอยด์ ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดรีบพุ่งตัวออกมาคว้าแขนคีธไว้ ก่อนที่พื้นห้องจะแยกออกจากกันเป็นเสี่ยงๆ
“คีธ! นายทำอะไรลงไป!” เอลาร่าตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของโครงสร้างเหล็กที่กำลังบิดงอ “ไอ้ระบบทำลายตัวเองที่คุณว่า มันคือการกระตุ้นให้แกนพลังงานดึงมิติภายนอกเข้ามาใช่ไหม?”
คีธหันไปมองเธอ สายตาของเขาไม่ได้มีความเย็นชาเหมือนเดิมอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า “ผมแค่ต้องการปิดสวิตช์ความเลวร้ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่นี่ครับเอลาร่า ถ้าโลกภายนอกต้องการไซลอสเพื่อให้เป็นแหล่งพลังงานที่บิดเบี้ยว ผมก็จะทำให้มันหายไปจากพิกัดนี้ตลอดกาล”
“แต่นั่นรวมถึงพวกเราด้วย!” เธอแย้ง เสียงของเธอสั่นเครือแต่ยังคงความเด็ดเดี่ยวไว้ได้
ในขณะที่ทั้งสามกำลังเผชิญหน้ากับความตายที่ใกล้เข้ามา บรรยากาศรอบข้างก็เริ่มแปลกประหลาดขึ้น ทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะเคลื่อนที่ช้าลง แสงสีครามจางๆ เริ่มก่อตัวขึ้นกลางห้องควบคุม มันเป็นแสงที่ไม่ได้มาจากหลอดไฟ แต่มันเป็นแสงที่เกิดจาก 'รอยร้าว' ของมิติที่ค่อยๆ ขยายตัวออกเป็นรูปทรงกระบอกที่บิดเบี้ยว
ซาเล็คพยุงตัวขึ้นช้าๆ เลือดซึมออกมาจากมุมปาก เขาจ้องมองไปยังจุดกำเนิดแสงนั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนจากความโกรธแค้นเป็นความลุ่มหลง
“สวยงาม... นี่คือสิ่งที่ฉันตามหามาตลอด” ซาเล็คพึมพำ ก่อนจะหันมามองคีธด้วยสายตาอำมหิต “แกคิดว่าการทำลายสถานีจะหยุดฉันได้งั้นเหรอ? แกคิดผิดถนัด ในเมื่อช่องว่างมิติมันเปิดออกแล้ว ฉันไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีของสถานีนี้อีกต่อไป”
ซาเล็คคว้าปืนพกคู่กายขึ้นมา เล็งไปที่เอลาร่าเพื่อใช้เป็นตัวประกัน แต่ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้เหนี่ยวไก ร่างของซาเล็คกลับหยุดนิ่งสนิท ราวกับถูกแช่แข็งอยู่ในก้อนอำพันที่มองไม่เห็น
“ดูนั่นสิครับ” คีธกระซิบเบาๆ “มิติไม่ได้แค่ฉีกขาด แต่มันกำลัง 'ปรับจูน' ใหม่”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องควบคุมชั่วขณะ แม้กระทั่งเสียงเตือนภัยก็ดูเหมือนจะหายไป สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าคือภาพหลอนที่เหนือคำบรรยาย ผนังห้องควบคุมหายไป เผยให้เห็นห้วงอวกาศภายนอกที่กำลังบิดเบี้ยวเป็นลวดลายเรขาคณิตที่ไม่คุ้นเคย ดวงดาวนับล้านดวงถูกดึงดูดเข้าหารอยร้าวและหายวับไปเหมือนหยดหมึกที่ถูกน้ำชะล้าง
เอลาร่าก้าวถอยหลังด้วยความตกตะลึง “นี่มันไม่ใช่การทำลายล้าง... แต่มันคือการเคลื่อนย้ายสถานีไปที่อื่น”
“หรืออาจจะเป็นไปที่ไหนสักแห่งที่ไม่มีใครรู้จัก” คีธเสริม เขาเริ่มพิมพ์คำสั่งรัวเร็วบนแป้นที่ยังพอใช้งานได้ “ถ้าเราอยู่ในสถานีนี้ตอนที่มิติเปลี่ยนผ่าน เราอาจจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของมันจริงๆ ก็ได้ครับ”
ซาเล็คที่เพิ่งหลุดพ้นจากการสะกดของแรงโน้มถ่วงมิติเริ่มคลุ้มคลั่ง เขากระโจนเข้าหาคีธด้วยแรงทั้งหมดที่มี หวังจะดับลมหายใจของคนที่ขวางทางเขา แต่ในจังหวะที่มือของซาเล็คกำลังจะถึงตัวคีธนั้นเอง มวลอากาศในห้องก็เกิดการบิดตัวจนกลายเป็นสุญญากาศกะทันหัน
เสียงหวีดหวิวแหลมเล็กดังขึ้นจากใจกลางของรอยร้าว แสงสีครามพุ่งขยายตัวครอบคลุมร่างของทั้งสามคนไว้ในพริบตา คีธหันมาสบตาเอลาร่าเป็นครั้งสุดท้าย เป็นแววตาที่เต็มไปด้วยคำขอโทษที่ไม่ได้กล่าวออกมาเป็นคำพูด
ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงสีครามนั้น เงาร่างที่ไม่ควรจะมีตัวตนอยู่บนสถานีร้างแห่งนี้
มันก้าวออกมาจากรอยร้าวด้วยท่าทีสงบนิ่ง ท่ามกลางความโกลาหลที่กำลังฉีกกระชากความเป็นจริงให้เป็นจุณ มันคือใครบางคนที่คีธเคยรู้จักในอดีต... คนที่เขาเคยคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่การทดลองที่ล้มเหลวครั้งแรก
บุคคลผู้นั้นค่อยๆ เอื้อมมือมาแตะไหล่ของคีธ ก่อนจะกระซิบคำเดียวที่ทำให้วิศวกรอัจฉริยะต้องเบิกตากว้างด้วยความสิ้นหวัง
"คุณพลาดไปแล้ว คีธ... ไซลอสไม่ได้กำลังจะดับสูญ แต่มันกำลังจะถูก 'ใช้งาน' อีกครั้ง"
คีธถึงกับเข่าทรุดเมื่อรับรู้ว่าความลับที่เขาปกปิดมาตลอดกำลังถูกเปิดเผยพร้อมกับหายนะที่แท้จริง
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางอันโดดเดี่ยวและเปี่ยมไปด้วยความลับครั้งนี้กับ "ไฮเปอร์ไดรฟ์" นะครับ
นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล•ตอนที่ 8
รอยร้าวในอวกาศ
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!