นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล•ตอนที่ 7

การล้อมกรอบ

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
“ถอยออกมาจากคอนโซลซะ คีธ! อย่าให้มันลากคุณลงไปในหลุมพรางทางพันธุกรรมนั่น!” เสียงของเอลาร่าตวาดก้องในห้องควบคุมที่มืดสลัว แสงไฟสีแดงฉานจากระบบเตือนภัยฉุกเฉินกะพริบถี่ราวกับจังหวะหัวใจที่เต้นผิดปกติ กลิ่นโอโซนและโลหะไหม้ไฟอบอวลอยู่ในอากาศจนแทบหายใจไม่ออก คีธ อาร์คานัส ยืนนิ่งงันอยู่เบื้องหน้าหน้าจอโฮโลกราฟิกที่ฉายภาพข้อมูลโครงสร้างทางพันธุกรรมของเขาเองที่กำลังถูกถอดรหัสโดยระบบของสถานีไซลอส คำพูดของซาเล็คยังคงดังก้องอยู่ในมโนภาพ—*หยดเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในหัวใจ*—นั่นไม่ใช่แค่คำขู่ แต่มันคือคำพิพากษา “มันสายเกินไปแล้ว เอลาร่า” คีธกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแววตาของเขากลับสั่นไหววูบหนึ่ง “เซนเซอร์ตรวจจับความร้อนที่ขอบวงโคจรเพิ่งส่งสัญญาณ... กองเรือของซาเล็คมาถึงแล้ว” เขากดนิ้วลงบนแผงควบคุมด้วยความเร็วที่แม่นยำดุจเครื่องจักร ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของระบบป้องกันตนเองที่กำลังถูกแฮ็กจากภายนอก หน้าจอหลักปรากฏภาพยานรบขนาดมหึมาสามลำของกลุ่มกบฏ ‘เดธ-สไตรค์’ ที่เคลื่อนตัวเข้ามาล้อมกรอบสถานีไซลอสเหมือนนักล่าที่ต้อนเหยื่อเข้ามุมอับ “สถานีถูกล็อกเป้าด้วยอาวุธพลังงานสูงแล้วครับ” คีธพูดต่อพลางหันมามองเอลาร่า “ถ้าผมไม่ยอมเสียสละอะไรบางอย่างที่นี่ ทั้งสถานีและข้อมูลที่คุณถืออยู่จะกลายเป็นธุลีอวกาศทันที” เอลาร่าพุ่งตัวเข้ามาคว้าไหล่เขาไว้ ดวงตาของเธอแข็งกร้าวแต่แฝงด้วยความกังวล “คุณก็รู้ว่านั่นไม่ใช่แค่ ‘อะไรบางอย่าง’ แต่มันคือชีวิตของคุณ! ซาเล็คต้องการเปิดใช้งาน ‘เกตเวย์แห่งความเป็นจริง’ และรหัสผ่านที่ซ่อนอยู่ใน DNA ของคุณคือสะพานเชื่อมตัวเดียวที่มันมี” “ผมเป็นวิศวกร เอลาร่า” คีธสะบัดไหล่ออกเบาๆ ก่อนจะหันกลับไปมองหน้าจอที่กำลังแสดงกราฟิกสถานะของระบบ “ตรรกะของผมบอกเสมอว่าในสถานการณ์ที่ไม่มีทางออกที่ดีที่สุด เราต้องเลือกทางออกที่เสียหายน้อยที่สุด” บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงคำรามต่ำๆ จากโครงสร้างสถานีที่กำลังถูกแรงดึงดูดของยานศัตรูกระชากซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซาเล็คไม่ใช่คนที่จะเจรจาพร่ำเพรื่อ หากเขามาถึงที่นี่ หมายความว่าการต่อรองใดๆ จบสิ้นลงแล้ว “ดูนั่น” คีธชี้ไปที่มุมหนึ่งของหน้าจอ “ซาเล็คไม่ได้แค่ต้องการทำลายเรา มันกำลังใช้ลำแสงดึงดูด (Tractor Beam) เพื่อตรึงสถานีไว้ นี่ไม่ใช่การบุกรุกเพื่อทำลาย... แต่มันคือการบุกรุกเพื่อ ‘ยึดครอง’” ทันใดนั้น เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจของซาเล็คก็แทรกเข้ามาผ่านระบบสื่อสารของสถานี เสียงนั้นชัดเจนราวกับว่าเขายืนอยู่ข้างหลังพวกเขาทั้งคู่ “คีธ... ผมให้เวลาคุณนับถอยหลังสามนาที หากรหัสผ่านไม่ถูกส่งผ่านโพรโทคอลที่ผมกำหนดไว้ ผมจะเริ่มสลายชั้นบรรยากาศของเขตที่พักอาศัยทีละโซน เริ่มจากโซนที่คุณกำลังยืนอยู่” คีธนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาสูดลมหายใจลึก ก่อนจะหันไปหาเอลาร่าด้วยสีหน้าเรียบเฉยจนน่ากลัว “เอลาร่า คุณจำข้อมูลลับชุดสุดท้ายที่เก็บไว้ในตัวคุณได้ใช่ไหมครับ? ข้อมูลที่บอกว่าเหตุผลที่ทำไม ‘เกตเวย์แห่งความเป็นจริง’ ถึงต้องการรหัสพันธุกรรมจากสายเลือดของอาร์คานัส?” เอลาร่าชะงัก สายตาของเธอหลบวูบ “มัน... มันเป็นเรื่องของความผิดพลาดในอดีตที่คุณพยายามจะลืม” “ถูกครับ ความผิดพลาดที่ผมเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง” คีธแค่นยิ้มที่มุมปาก มือของเขายังคงรัวบนคีย์บอร์ดอย่างบ้าคลั่ง “ถ้าซาเล็คต้องการเลือดของผม เพื่อเปิดประตูมิติที่เปลี่ยนโลกได้ ผมก็จะมอบให้... แต่เขาอาจจะลืมไปว่าในเลือดของอาร์คานัส ไม่ได้มีแค่รหัสผ่านสำหรับเปิดประตูเท่านั้น แต่มันยังมีไวรัสทางตรรกะที่ผมเขียนไว้เพื่อทำลายตัวเองเมื่อไหร่ก็ตามที่มีการดึงข้อมูลที่ไม่ได้ผ่านการยืนยันตัวตน” “คุณจะฆ่าตัวตายพร้อมกับทำลายไซลอสไปพร้อมกับมันงั้นหรือ?” เอลาร่าถามเสียงสั่น “นั่นคือทางเลือกสุดท้ายครับ” คีธกล่าวพร้อมกับจ้องมองไปที่จุดสีแดงบนจอที่กำลังรุกล้ำเข้ามาในเขตนิรภัย “แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น เราต้องรอดจากลูกแรกที่มันจะยิงมาก่อน” เสียงไซเรนดังระงมไปทั่วสถานี แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้พื้นห้องควบคุมทรุดตัวลง คีธล้มลงไปกองกับพื้นในขณะที่เพดานบางส่วนถล่มลงมา เอลาร่าพยายามจะดึงเขาขึ้นมา แต่แสงสีฟ้าจ้าจากภายนอกสถานีก็สว่างวาบขึ้นจนมองไม่เห็นสิ่งใด ยานรบของซาเล็คยิงโพรเจกไทล์เจาะทะลุเข้ามา! ผนังห้องควบคุมฉีกขาดออกเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นห้วงอวกาศอันมืดมิดและกองเรือรบที่นับไม่ถ้วนของซาเล็คที่เรียงรายอยู่ราวกับทัพมด ขณะที่ระบบออกซิเจนในห้องกำลังถูกดูดหายออกไปสู่ความว่างเปล่า คีธเห็นร่างในชุดเกราะสีดำทมิฬของซาเล็คก้าวออกมาจากแคปซูลลำเลียงพลที่พุ่งเข้าชนสถานี ซาเล็คก้าวเข้ามาในห้อง ท่ามกลางเศษเหล็กที่กำลังลอยละล่อง เขาถอดหมวกเกราะออกเผยให้เห็นใบหน้าที่ดูผ่อนคลายเกินเหตุ “คีธ... คุณน่าจะรู้ว่าผมไม่มีวันปล่อยให้สถานีนี้พังทลาย ก่อนที่ผมจะได้สิ่งที่ต้องการ” เขาก้าวมาหยุดตรงหน้าคีธที่นอนจุกอยู่กับพื้น ก่อนจะดึงปืนเลเซอร์ออกมาเล็งไปที่ขมับของเอลาร่า “เลือกว่าจะส่งรหัสผ่านให้ผม หรือจะมองดูเพื่อนรักของคุณกลายเป็นเศษฝุ่นในสุญญากาศนี้ไปพร้อมกับสถานีที่ไร้ค่านี้” คีธหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งที่เลือดไหลซึมจากหน้าผาก เขาเงยหน้ามองศัตรูด้วยสายตาที่เย็นเยียบกว่าน้ำแข็งในอวกาศ “ซาเล็ค... คุณลืมไปอย่างหนึ่ง ในโลกของการเขียนโปรแกรม คนที่ถือรหัสผ่านย่อมมีอำนาจเหนือระบบเสมอ และคุณเพิ่งก้าวเข้ามาในพื้นที่ที่ผมวางกับดักไว้แล้ว” ทันใดนั้น แสงไฟในสถานีทั้งหมดดับวูบลง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยสีเขียวเข้มของโพรโทคอลระดับทำลายล้างที่ปรากฏขึ้นบนผนังห้องทุกด้าน ซาเล็คเบิกตากว้างเมื่อเห็นกราฟิกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ระบบที่เขาเพิ่งแฮ็กเข้ามากลับกำลังล็อกดาวน์ตัวเขาเองไว้ภายใน! “คีธ! ทำอะไรลงไป!” ซาเล็คคำรามด้วยความตระหนก “ยินดีต้อนรับสู่ระบบทำลายตัวเองที่ทำงานด้วยหยดเลือดหยดสุดท้ายของผมครับ” คีธยิ้ม ก่อนจะกดปุ่มสีแดงที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นคอนโซล “และลาก่อน... ซาเล็ค” ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดพลิกผันนี้กับผมครับ - ไฮเปอร์ไดรฟ์
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%