กลิ่นอายของโอโซนไหม้เกรียมและเลือดคาวคลุ้งคละคลุ้งอยู่ในความเงียบงันที่กดดันจนแก้วหูอื้ออึง ความเย็นยะเยือกของสถานีอวกาศไซลอสไม่ได้แทรกซึมเข้าไปในกระดูกของคีธ อาร์คานัส มากเท่ากับความหนาแน่นของความจริงที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า—ภาพสะท้อนของตัวเขาเอง
ร่างที่ยืนพิงผนังโลหะผุพังอยู่เบื้องหลังผู้บัญชาการซาเล็คมีใบหน้า โครงสร้างกระดูก และรอยแผลเป็นจากอุบัติเหตุเมื่อสามปีก่อนทุกประการ เว้นเสียแต่ว่าดวงตาทั้งสองข้างนั้นไร้ซึ่งประกายแห่งชีวิต มันเป็นสีขาวโพลนราวกับไข่มุกที่ถูกแช่แข็งในสุญญากาศ ร่างนั้นหอบหายใจแผ่วเบา หน้าอกยุบพองผิดรูปจากแรงกระแทกของเครื่องยนต์ปฏิกรณ์ แต่สิ่งที่ทำให้คีธต้องกําหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าอุ้งมือ คือความรู้สึกแปลกประหลาดที่เชื่อมโยงจิตสำนึกของเขากับร่างนั้น—ราวกับระบบประสาทของเขากำลังถูกแฮกผ่านสายสัญญาณที่มองไม่เห็น
"ตกใจมากหรือครับ, คุณอาร์คานัส?" ซาเล็คเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็น รอยยิ้มที่มุมปากของทหารรับจ้างไม่ได้บ่งบอกถึงความขบขันแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมในเขาวงกต
อุปกรณ์ควบคุมทรงกลมในมือของซาเล็คยังคงหมุนวนด้วยสนามพลังสีฟ้าคราม มันส่งเสียงฮัมต่ำๆ ที่สั่นสะเทือนไปถึงคลื่นสมอง คีธรู้สึกได้ทันทีว่าเทคโนโลยีชิ้นนี้ไม่ได้มีไว้แค่ควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยของสถานี แต่มันกำลังดึงเอา "ความเป็นไปได้อื่น" ในเส้นเวลาควอนตัมออกมารูปร่างเป็นตัวตน
"นั่นไม่ใช่ตัวฉัน" คีธเค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาคมกริบกวาดมองประเมินสถานการณ์ด้วยตรรกะอันเย็นชา สมองของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็วถึงความเป็นไปได้ทางฟิสิกส์ควอนตัม—ร่างนั้นคือผลลัพธ์จากความผิดพลาดของเครื่องปฏิกรณ์แรงโน้มถ่วงในอดีตที่ถูกดึงข้ามมิติเวลามา
"จริงหรือครับ?" ซาเล็คหัวเราะในลำคอเบาๆ ก้าวย่างช้าๆ เข้ามาใกล้ โดยมีร่างคู่แฝดปริศนาเดินตามหลังราวกับเงาที่ไร้เจตจำนงอิสระ "ความทรงจำของเขา ความเจ็บปวดของเขา และความแค้นที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง... ทุกอย่างเป็นของแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ ผมเพียงแค่ให้โอกาสเขาได้ทวงคืนสิ่งที่เคยสูญเสียไป... เช่นเดียวกับที่คุณกำลังพยายามทำอยู่ตอนนี้ เพื่อผู้หญิงคนนั้น"
สิ้นคำพูดของซาเล็ค ประตูห้องนิรภัยอีกด้านหนึ่งก็เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ
เอลาร่า วอยด์ ถูกผลักให้ก้าวออกมาโดยลูกน้องของซาเล็ค สภาพของอดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองไม่ได้ดูบอบช้ำทางร่างกายมากนัก แต่แววตาของเธอดุดันและเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ เส้นผมสีเข้มยุ่งเหยินเล็กน้อยจากการต่อสู้ เธอมองตรงมาที่คีธทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้อง โดยไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวปรากฏบนใบหน้า
"อย่าไปฟังข้อเสนอของมัน, คีธ!" เอลาร่าตะโกนลั่น เสียงของเธอสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงโลหะ "หมอนี่ไม่ได้ต้องการแค่ข้อมูลเดตตาเบสของสถานี แต่มันต้องการรหัสผ่านเข้าถึงเครือข่ายดาวเทียมอาณานิคมทั้งหมดเพื่อใช้มันเป็นอาวุธ!"
ซาเล็คเหลือบมองเอลาร่าด้วยหางตา รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายที่ผ่านศึกมาโชกโชน เขาโบกมือเพียงครั้งเดียว ลูกน้องก็กระชากแขนของเอลาร่าให้ถอยหลังไป พร้อมกับจ่อปากกระบอกปืนเลเซอร์สีแดงฉานเข้าที่ขมับของเธอ แรงกดดันในห้องพุ่งสูงขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก
"คุณวอยด์ใจร้อนเสมอเลยนะครับ..." ซาเล็คกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีด "ความจริงแล้ว ผมเป็นคนชอบการเจรจาที่มีอารยะธรรมมากกว่าการใช้ความรุนแรง... โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคู่สนทนาคืออัจฉริยะระดับแถวหน้าของสหพันธ์"
คีธไม่ได้หันไปมองเอลาร่า แม้ว่าหัวใจของเขาจะกระตุกวูบเมื่อเห็นปืนจ่ออยู่ที่ศีรษะของเธอ ในฐานะวิศวกรที่ยึดมั่นในตรรกะและความเป็นจริง คีธรู้ดีว่าการแสดงอารมณ์ออกมาคือจุดจบ เขาผ่อนลมหายใจเข้าออกช้าๆ ควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ในระดับปกติ สายตาคมกวาดมองอุปกรณ์ทรงกลมในมือของซาเล็ค สลับกับร่างบาดเจ็บของตัวเขาเองที่ยืนหายใจรวยรินอยู่ข้างหลัง
"คุณต้องการข้อมูลจากสถานีไซลอส เพื่อถอดรหัสโปรโตคอลการย้ายมิติ" คีธเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบสนิทไร้ระลอกคลื่นแห่งความหวาดกลัว "แต่ปัญหาคือ... รหัสผ่านระดับสูงถูกเข้ารหัสไว้ด้วยชีวมิติของฉันเอง ต่อให้คุณฆ่าฉันตอนนี้ ข้อมูลนั่นก็ไร้ค่า เพราะระบบจะทำลายตัวเองภายในสิบสองชั่วโมง"
ซาเล็กลดปืนลงเล็กน้อย รอยยิ้มของเขาจางหายไปแทนที่ด้วยแววตาครุ่นคิด "คุณฉลาดมาก, คุณอาร์คานัส... นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อฆ่าคุณ แต่ผมมาที่นี่เพื่อแลกเปลี่ยน"
ผู้นำทหารรับจ้างก้าวเข้าไปใกล้ร่างคู่แฝดที่บาดเจ็บปางตาย เขาวางมือลงบนไหล่ที่สั่นเทาของร่างนั้น ดวงตาสีขาวโพลนของร่างเงาสะท้อนภาพของคีธด้วยความอาฆาตมาดร้ายที่รุนแรงเกินกว่าจะบรรยาย
"ชีวิตของเอลาร่า วอยด์... แลกกับรหัสผ่านทั้งหมด และสิทธิ์ในการเข้าถึงระบบควบคุมหลัก" ซาเล็คยื่นข้อเสนอด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท "คุณให้รหัสผม ผมปล่อยเธอไป และในขณะเดียวกัน... คุณก็จะได้ 'ตัวคุณเอง' กลับคืนไปเพื่อทำการซ่อมแซมจิตวิญญาณที่แตกสลายของคุณในอดีต คุณน่าจะรู้ดีที่สุดนี่ครับ ว่าความรู้สึกผิดที่ปล่อยให้เพื่อนร่วมทีมตายในเหตุการณ์วันนั้น มันกัดกินคุณมากแค่ไหน"
คำพูดของซาเล็คพุ่งเป้าตรงไปยังบาดแผลลึกที่สุดในจิตใจของคีธ ภาพความทรงจำสีเลือดและเสียงกรีดร้องในห้องเครื่องปฏิกรณ์เมื่อสามปีก่อนผุดวาบขึ้นมาในหัว สมองของคีธชะงักไปชั่วขณะ—ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาราวกับเวลาหยุดเดิน
เอลาร่าเบิกตากว้าง เธอส่ายหัวช้าๆ ทันทีที่รับรู้ว่าคีธกำลังลังเล "คีธ... อย่าทำนะ! ถ้ารหัสหลุดไปถึงมือมัน ดาวเทียมทั้งระบบจะถูกใช้ทำลายล้างอาณานิคม คุณก็รู้ว่าผลลัพธ์มันจะเป็นอย่างไร!"
คีธไม่ตอบ เขายังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อน แสงสีฟ้าจากอุปกรณ์ทรงกลมสาดส่องกระทบใบหน้าด้านซ้ายของเขา เผยให้เห็นร่องรอยของความขัดแย้งที่กำลังปั่นป่วนอยู่ภายใน ระหว่างหน้าที่ของมนุษย์คนหนึ่งในการปกป้องผู้คนนับล้าน กับความปรารถนาลึกๆ ที่จะแก้ไขความผิดพลาดในอดีตที่คอยหลอกหลอนเขามาตลอดสามปี
นิ้วมือของคีธขยับเข้าใกล้แผงควบคุมบนข้อมือของตนเองอย่างช้าๆ แสงไฟกระพริบสีแดงเตือนสถานะการเชื่อมต่อระบบกำลังรอคำสั่งยืนยัน
ซาเล็กลุ้นระทึก รอยยิ้มแห่งชัยชนะเริ่มกลับมาประดับบนใบหน้าอีกครั้งเมื่อเห็นความลังเลใจในแววตานักวิศวกรหนุ่ม "ตัดสินใจได้หรือยังครับ, คุณอาร์คานัส? เวลาของเพื่อนร่วมทางของคุณเหลือน้อยเต็มทีแล้ว..."
คีธเงยหน้าขึ้นสบตากับซาเล็ค มุมปากของเขาขยับขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มเยдяที่เย็นชาและคาดเดาไม่ได้ยิ่งกว่าเดิม
"คุณพูดถูกเรื่องหนึ่ง, ผู้บัญชาการ..." คีธเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยกระแสจิตสังหารที่แผ่ออกมาอย่างเงียบเชียบ "ความผิดพลาดในอดีต... สมควรได้รับการแก้ไขให้ถูกต้องจริงๆ เสียที"
สิ้นเสียงของคีธ ร่างคู่แฝดที่ยืนอยู่ข้างซาเล็คก็พลันเกิดปฏิกิริยาประหลาด ดวงตาสีขาวโพลนของมันสว่างวาบขึ้นด้วยแสงสีแดงฉาน และก่อนที่ซาเล็คจะทันได้ตั้งตัว ร่างที่บาดเจ็บปางตายนั้นก็พุ่งเข้าประชิดตัวเขาด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ พร้อมกับคว้าจับแขนข้างที่ถืออุปกรณ์ทรงกลมไว้อย่างแน่นหนราวดשคีมเหล็ก!
"แกทำบ้าอะไร—!" ซาเล็คตะโกนลั่นด้วยความตกใจ พยายามสะบัดร่างนั้นออกแต่ไม่เป็นผล
สนามพลังควอนตัมในอุปกรณ์ทรงกลมเกิดการลัดวงจรอย่างรุนแรง ประจุไฟฟ้าสีฟ้าแลบแปลบปลาบไปทั่วห้อง และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หน้าจอโฮโลแกรมหลักของสถานีที่ดับมืดไปนานก็ติดพรึบขึ้นมา พร้อมกับเสียงระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติที่ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วชั้นใต้ดิน
*[คำเตือน: ตรวจพบการเข้าสู่ระบบจากแหล่งกำเนิดภายนอกสถานี... ยืนยันตัวตน: ผู้บัญชาการสูงสุดแห่งสหพันธ์ดวงดาวกำลังเข้าสู่พื้นที่]*
ประตูห้องนิรภัยทิศเหนือระเบิดออกด้วยแรงอัดกระแทก ฝุ่นควันและคราบเขม่าคละคลุ้ง พร้อมกับเงาร่างของบุคคลในชุดเกราะทหารราบรื่นสีดำสนิทก้าวเดินออกมาจากกลุ่มควัน ปืนไรเฟิลจู่โจมรุ่นล่าสุดในมือถูกยกขึ้นเล็งตรงมาที่ศีรษะของซาเล็คทันที โดยที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า บุคคลนั้นคือ...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมิดและปริศนาอันซับซ้อนนี้ไปด้วยกันนะครับ ไฮเปอร์ไดรฟ์สัญญาว่าจะพาพวกเราไปให้ถึงจุดสิ้นสุดของขอบจักรวาลอย่างคุ้มค่าแน่นอนครับ
นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล•ตอนที่ 15
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!