"ถ้าเราพลาดแม้แต่มิลลิเมตรเดียว สถานีนี้จะกลายเป็นโลงศพเหล็กที่ระเบิดตัวเองก่อนที่ซาเล็คจะทันได้ยิงกระสุนนัดแรกใส่พวกเราด้วยซ้ำ"
คีธ อาร์คานัส เอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากแผงวงจรนับร้อยที่ขดตัวราวกับงูพิษอยู่เบื้องหน้า นิ้วเรียวยาวของเขาขยับคีมขนาดจิ๋วอย่างมั่นคง ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของระบบระบายอากาศที่ใกล้หมดอายุขัย ภายในห้องแล็บร้างชั้นล่างสุดของสถานีไซลอสมีเพียงแสงสีฟ้าสลัวจากหน้าจอโฮโลแกรมที่สะท้อนกับใบหน้าซูบตอบของเขา
เอลาร่านั่งอยู่บนลังเหล็กด้านหลัง เธอไม่ได้ตอบรับ แต่เสียงโลหะเสียดสีกันเบาๆ จากการที่เธอตรวจเช็คปืนเลเซอร์พกพาในมือบ่งบอกว่าเธอรับรู้และเตรียมพร้อมเสมอ "ซาเล็ครู้แล้วว่าเราอยู่ในโซนปิดตาย คีธ สัญญาณการดักฟังของพวกมันเริ่มครอบคลุมพื้นที่ชั้นสี่แล้ว อีกไม่ถึงสามสิบนาที พวกมันจะบุกเข้ามาที่นี่"
คีธหยุดชะงักครู่หนึ่ง เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะหยิบสารกัมมันตรังสีขนาดเล็กเท่าเมล็ดข้าววางลงในช่องว่างของวงจรไฟฟ้าที่เขาสร้างขึ้น "มันไม่ใช่แค่เรื่องของสัญญาณดักฟัง เอลาร่า แต่มันคือเรื่องของ 'การปิดหูปิดตา' ซาเล็คต้องการเทคโนโลยีเปลี่ยนความเป็นจริง และตราบใดที่มันยังสื่อสารกับกองยานภายนอกได้ เราก็ไม่มีวันออกไปจากนรกแห่งนี้"
"แล้วระเบิด EMP ของคุณจะทำอะไรได้มากกว่าแค่ทำให้ระบบส่องสว่างดับลง?" เธอก้าวเข้ามาใกล้ สังเกตการประกอบชิ้นส่วนที่ดูซับซ้อนเกินกว่าวิศวกรปกติจะทำได้
คีธเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยเฉยชาฉายแวววูบหนึ่ง เขาไม่ได้มองที่เธอ แต่เขากำลังมองทะลุผ่านผนังออกไปสู่ความมืดมิดของอวกาศเบื้องนอก "ระเบิดนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อทำลายระบบไฟฟ้า แต่มันออกแบบมาเพื่อสร้าง 'หลุมดำทางสัญญาณ' ในรัศมีห้าร้อยเมตร มันจะเหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้าจากทุกแหล่งกำเนิดในโซนนี้ให้ย้อนกลับไปทำลายโปรโตคอลการสื่อสารของพวกมันโดยเฉพาะ ต่อให้ซาเล็คจะมีกองยานล้อมอยู่รอบดวงดาวนี้ แต่นับจากวินาทีที่มันทำงาน พวกมันจะกลายเป็นคนหูหนวกและตาบอดในชั่วพริบตา"
"และเรา?" เอลาร่าถามเสียงเรียบ "เราจะโดนลูกหลงด้วยไหม?"
คีธแค่นยิ้มที่มุมปาก มันเป็นรอยยิ้มที่ดูขมขื่นพอๆ กับความล้มเหลวที่เขาเคยได้รับในอดีต "เราคือจุดศูนย์กลางของระเบิดไงครับ เอลาร่า ถ้ามันทำงานได้สมบูรณ์แบบ เราจะเป็นจุดเดียวที่ปลอดภัยที่สุด เพราะมันจะถูกโปรแกรมให้เว้นระยะห่างจากตัวรับสัญญาณที่เราติดตั้งไว้รอบตัวเรา แต่นั่นหมายความว่าเราต้องแช่แข็งทุกอย่างที่นี่ให้หยุดนิ่ง... รวมทั้งหัวใจของสถานีที่กำลังจะขาดอากาศด้วย"
อากาศในห้องดูจะหนักอึ้งขึ้นทันทีเมื่อความจริงถูกเปิดเผย การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่แค่การกู้ชีพ แต่เป็นการเดิมพันด้วยชีวิตในเงื่อนไขที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ คีธก้มลงทำงานต่ออย่างรวดเร็ว ความแม่นยำของเขาไม่มีที่ติเหมือนเครื่องจักรที่ไร้ความรู้สึก แต่เอลาร่ากลับเห็นมือที่สั่นเทาของเขาเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อเขาแตะต้องชิปประมวลผลตัวหลัก
เขากำลังกลัว
เขาไม่ได้กลัวความตาย แต่เขากำลังกลัวความผิดพลาดแบบเดิมที่เคยทำให้สถานีวิจัยเมื่อสามปีก่อนต้องกลายเป็นหลุมศพของเพื่อนร่วมงานทุกคน
"คีธ" เสียงของเอลาร่าอ่อนลง "ถ้าคุณไม่เชื่อมั่นในแผนนี้ เรายังพอมีทางอื่น..."
"ไม่มีทางอื่นแล้วครับ" คีธตัดบท เสียงของเขาเย็นเยียบและเด็ดขาด "ซาเล็คไม่ปล่อยให้เรามีทางเลือกที่สองหรอก ความล้มเหลวในอดีตสอนให้ผมรู้ว่า คนที่พยายามเอาชีวิตรอดโดยไม่ยอมเสี่ยงอะไรเลย คือคนที่ตายทรมานที่สุด"
เขาวางแผงวงจรลงบนโต๊ะโลหะ เสียงกึกเบาๆ นั้นเปรียบเสมือนการประกาศสงคราม คีธหยิบอุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณขึ้นมาตรวจสอบอีกครั้ง ก่อนจะหันมามองเอลาร่าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่สายตาของวิศวกรที่เย็นชา แต่มันคือสายตาของชายที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างเพื่อรักษาความหวังเพียงน้อยนิดไว้
"เราจะเริ่มแผนขั้นที่หนึ่งภายในห้านาที เตรียมตัวให้พร้อม... เพราะเมื่อ EMP ทำงาน ทุกเสียงในสถานีจะหายไป เหลือเพียงเสียงลมหายใจของเราสองคนเท่านั้น"
ขณะที่เอลาร่าพยักหน้าและเตรียมจะลุกขึ้นยืน เสียงเตือนภัยระดับต่ำก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก มันไม่ใช่เสียงไซเรนของสถานี แต่มันคือเสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าบูทที่กระทบพื้นโลหะดังสนั่นขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงเครื่องยนต์ของหุ่นยนต์รบที่กำลังเคลื่อนที่ใกล้เข้ามา
คีธชะงัก สายตาเขามองไปที่ประตูเหล็กที่ถูกปิดตายเพียงชั้นเดียว ก่อนจะเหลือบไปเห็นตัวเลขบนหน้าจอโฮโลแกรมที่กระโดดจาก 'ห้านาที' ลงมาเหลือเพียง 'สิบวินาที' อย่างผิดปกติ
เขารีบคว้าอุปกรณ์ที่ประกอบเสร็จยัดลงในกระเป๋าข้าง "พวกมันไม่ได้เดินมาตามปกติ... พวกมันแฮ็กระบบเปิดประตูรหัสลับเข้ามา!"
ประตูเหล็กเบื้องหน้าค่อยๆ เลื่อนเปิดออกด้วยเสียงครืดคราดที่ชวนให้ขนลุก แสงเลเซอร์สีแดงจากอาวุธสงครามกราดเข้ามาในห้องก่อนที่ตัวบุคคลจะปรากฏเสียอีก คีธผลักเอลาร่าให้หลบหลังตู้คอนเทนเนอร์เหล็กกล้า ในขณะที่เขาเองก็ต้องรีบหมอบลงไปพร้อมกับอุปกรณ์ในมือ
เงาของร่างสูงใหญ่สวมชุดเกราะเต็มยศก้าวเข้ามาในห้อง เสียงหัวเราะต่ำๆ ที่ฟังดูคุ้นหูอย่างน่าประหลาดดังขึ้นจากในความมืด พร้อมกับคำพูดที่ทำให้คีธต้องเบิกตากว้างจนแทบหยุดหายใจ
"ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะ คีธ... นายคงจำ 'ความผิดพลาด' ครั้งสุดท้ายของตัวเองได้ดีใช่ไหม?"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันแสนโดดเดี่ยวไปกับผมนะครับ ไฮเปอร์ไดรฟ์สัญญาว่าจะไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวังในตอนถัดไปครับ
นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล•ตอนที่ 16
แผนการขั้นที่หนึ่ง
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!