"ถ้าคุณวางปืนลงตอนนี้ เราอาจจะยังมีโอกาสรอดไปคุยกันที่อื่นได้"
คีธกล่าวขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ซ่านภายในห้องควบคุมวงโคจรหลัก เสียงหึ่งๆ ของระบบพยุงชีพที่เสื่อมสภาพดังประสานกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวดุจกลองรบของเขา เอลาร่า วอยด์ ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า แสงไฟนีออนที่กะพริบถี่ๆ สะท้อนใบหน้าของเธอให้ดูซูบตอบและดูลึกลับราวกับภาพวาดสีน้ำมันที่ถูกทิ้งร้าง ปืนพลาสม่าในมือของเธอยังคงจ่อตรงมาที่กึ่งกลางหน้าผากของเขา ไม่มีการสั่นไหว ไม่มีร่องรอยของความลังเล
"ความเชื่อใจน่ะคีธ มันเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่คุณจ่ายไม่ไหวหรอก" เอลาร่าสวนกลับ น้ำเสียงของเธอแหบพร่าทว่าเฉียบคมดุจใบมีด "คุณเป็นวิศวกร คุณควรจะรู้นี่ว่าอะไรที่มันพังไปแล้ว ต่อให้ซ่อมให้ตายยังไง รอยร้าวมันก็ยังอยู่ตรงนั้น"
คีธสูดลมหายใจลึก เขาจำต้องพึ่งพาตรรกะที่เย็นชาเพื่อประคองสติ ในฐานะวิศวกรที่ผ่านความตายมานับครั้งไม่ถ้วน เขาถูกสอนมาว่าทุกอย่างแก้ได้ด้วยระบบ แต่กับมนุษย์ตรงหน้า สมการนี้ดูเหมือนจะมีตัวแปรที่เขาควบคุมไม่ได้อยู่มากเกินไป ข้อมูลลับในชิปที่เธอครอบครองคือสิ่งเดียวที่จะหยุดยั้งซาเล็คได้ และถ้าเขาผลีผลามในตอนนี้ โอกาสกู้ชีพสถานีไซลอสก็จะหายไปตลอดกาล
"ผมไม่ได้ขอให้คุณเชื่อใจผม" คีธขยับตัวช้าๆ สองมือยกขึ้นเหนือระดับอกเป็นการแสดงเจตนาบริสุทธิ์ "ผมแค่กำลังบอกว่า ซาเล็คกำลังจะมาถึงในอีกหกนาที ถ้าคุณยิงผมตอนนี้ คุณจะไม่มีทางผ่านระบบรักษาความปลอดภัยชั้นที่สามไปได้โดยไม่ใช้รหัสผ่านของผม หรือต่อให้คุณทำได้ พลังงานสำรองก็จะถูกตัดขาดโดยอัตโนมัติเมื่อระบบตรวจพบว่าผู้ใช้งานหลักเสียชีวิต... เราทั้งคู่ก็จะกลายเป็นซากศพเย็นเฉียบที่ลอยอยู่ในความว่างเปล่า นี่คือทางเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุดแล้วหรือครับ?"
เอลาร่าหรี่ตาลง สายตาของเธอคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้องราวกับกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความแค้นกับโอกาสรอดพ้น เธอไม่ได้ขยับปืนออก แต่นิ้วที่เหนี่ยวไกเริ่มผ่อนแรงลงเล็กน้อย
"คุณมันบ้าที่คิดจะไว้ใจคนอย่างฉัน" เธอพึมพำ
"ผมไม่ใช่คนไว้ใจคนง่าย" คีธตอบกลับพลางก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างช้าๆ แม้หัวใจจะประท้วงให้เขากระโจนหนี "แต่ในนรกที่ชื่อว่าไซลอสแห่งนี้ ถ้าผมไม่เชื่อใจคุณ ผมก็เหลือเพียงความตายที่รออยู่หน้าประตู มันเป็นการเดิมพันที่ราคาแพง แต่ผมยอมจ่าย ถ้ามันหมายถึงการที่ได้เห็นพวกซาเล็คพ่ายแพ้"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนเกือบจะถึงจุดระเบิด เสียงแจ้งเตือนของเซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวจากระยะไกลดังขึ้นเป็นจังหวะถี่ๆ สัญญาณจากกองกำลังของซาเล็คกำลังเข้ามาใกล้เขตวงโคจร เอลาร่าก้มมองจอโฮโลแกรมที่ปรากฏขึ้นข้างตัว เธอเห็นเส้นสีแดงของยานรบศัตรูที่กำลังรุกคืบเข้ามาราวกับฝูงหมาป่าที่หิวโหย
"เอาเถอะ" เอลาร่าลดปืนลงช้าๆ "แต่ถ้าคุณตุกติกแม้แต่นิดเดียว กระสุนนัดนี้จะไม่ได้อยู่ที่หน้าผากคุณ แต่มันจะฝังอยู่ในสมองส่วนสั่งการของคุณแทน"
คีธผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะเอื้อมมือไปที่คอนโซลหลักเพื่อปลดล็อกรหัสผ่านขั้นสูงสุด เขาเหลือบมองเอลาร่าอีกครั้ง เธอไม่ได้ลดการป้องกันลงอย่างสนิทใจ แต่ความตึงเครียดในแววตาของเธอดูจะลดน้อยลง นี่คือความเปราะบางที่สวยงามที่สุดที่เขาเคยเห็นในรอบหลายปี
"รหัสคือวันเกิดของสถานีนี้" คีธพึมพำขณะพิมพ์ชุดตัวเลขยาวเหยียด "มันเป็นสิ่งเดียวที่ซาเล็คไม่มีวันนึกถึง เพราะเขาไม่เคยใส่ใจประวัติศาสตร์ เขามองเห็นแค่เทคโนโลยีที่เขาสามารถฉกฉวยไปใช้ได้"
หน้าจอคอนโซลเปลี่ยนเป็นสีเขียว ระบบทั้งหมดของสถานีไซลอสกลับมามีชีวิตอีกครั้ง แสงไฟที่เคยริบหรี่กลับสว่างไสวขึ้นทันตา เสียงเครื่องยนต์ขับเคลื่อนหลักเริ่มคำรามราวกับอสูรกายที่ตื่นจากจำศีล
"สำเร็จแล้ว" คีธหันไปหาเอลาร่าด้วยรอยยิ้มที่หาได้ยาก "ตอนนี้เรามีอำนาจคุมสถานีนี้ทั้งหมด เราสามารถทำลายกองยานของซาเล็คได้จากที่นี่"
เอลาร่ามองหน้าเขาด้วยสีหน้าที่อ่านไม่ออก เธอเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นไอความเย็นของห้วงอวกาศจากชุดของเธอ "คีธ... คุณคิดว่าผมคือฝ่ายเดียวที่กุมความลับเรื่องเทคโนโลยีเปลี่ยนความเป็นจริงงั้นเหรอ?"
ก่อนที่คีธจะทันได้ตั้งตัว เอลาร่ากดปุ่มบางอย่างที่ปลอกแขนของเธอทันที ระบบโฮโลแกรมตรงหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ทุกอย่างดับวูบลง และประตูกั้นนิรภัยของห้องควบคุมก็เลื่อนลงมาปิดตายขังพวกเขาไว้ภายใน
"เอลาร่า! คุณทำอะไรน่ะ!" คีธตะโกนพลางพุ่งไปที่แผงควบคุม แต่หน้าจอได้ถูกล็อกด้วยโปรโตคอลระดับสูงสุดที่แม้แต่วิศวกรอย่างเขาก็เจาะเข้าไม่ได้
เอลาร่ายืนพิงผนังด้วยท่าทีที่สงบกว่าเดิม เธอไม่ได้มองที่เขา แต่เธอกำลังมองผ่านกระจกบานใหญ่ไปที่ความมืดมิดของจักรวาลเบื้องนอก
"ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อช่วยคุณกู้ชีพสถานีนี้คีธ" เธอเอ่ยเสียงเรียบ "ฉันมาเพื่อทำลายมันทิ้งไปพร้อมกับเทคโนโลยีที่ซาเล็คโหยหา เพราะตราบใดที่มันยังอยู่... ความเป็นจริงของจักรวาลนี้ก็ไม่มีวันปลอดภัยจากน้ำมือของใครทั้งสิ้น"
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยดังก้องไปทั่วสถานี เสียงแรงกระแทกมหาศาลสั่นสะเทือนไปทั้งโครงสร้าง ร่างของทั้งสองล้มลงกับพื้นเมื่อสถานีถูกโจมตีด้วยอาวุธหนักจากภายนอก คีธพยายามพยุงตัวขึ้นมองผ่านหน้าต่างออกไปสู่ภายนอก และหัวใจของเขาก็แทบหยุดเต้น เมื่อเห็นกองยานนับร้อยลำของซาเล็คไม่ได้มุ่งหน้ามาที่ประตูหลัก แต่พวกมันกำลังพุ่งเป้าไปที่จุดยุทธศาสตร์ที่เอลาร่าเพิ่งจะกดรหัสเปิดทางให้เมื่อครู่นี้เอง
"นี่คุณ..." คีธพึมพำด้วยความสิ้นหวัง ขณะที่เสียงระบบรักษาความปลอดภัยแจ้งเตือนว่ามีผู้บุกรุกกำลังตัดผ่านประตูด้านหน้าเข้ามาในวินาทีนี้
"ยินดีต้อนรับสู่ตอนจบของเกมที่คุณเป็นคนเริ่มเอง" เอลาร่ากระซิบข้างหูเขา พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของกองทหารรับจ้างที่หยุดลงหน้าประตูที่กำลังจะพังทลายลงในอีกไม่กี่อึดใจ
ความเชื่อใจของผมในวันนี้ แลกมาด้วยหายนะที่คาดไม่ถึงจริงๆ ครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
ไฮเปอร์ไดรฟ์
นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล•ตอนที่ 17
ความเชื่อใจที่ราคาแพง
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!