"หยุดมือของคุณเสีย คีธ! ถ้าคุณดึงคันโยกนั่น ระบบพยุงชีพของทั้งสถานีจะกลายเป็นแค่เศษเหล็กที่ไม่มีวันกลับมาทำงานได้อีก!"
เสียงของเอลาร่าตวาดก้องไปทั่วห้องเครื่องยนต์มิติ เสียงของเธอนั้นสั่นเครือแต่แฝงด้วยความเด็ดขาดที่ยากจะโต้แย้ง คีธ อาร์คานัส ไม่ได้หันกลับไปมอง มือที่สวมถุงมือเทคนิคของเขาสั่นเทาเล็กน้อยในจังหวะที่ปลายนิ้วสัมผัสกับพื้นผิวเย็นเฉียบของแผงควบคุมหลัก
"ถ้าผมไม่ทำ ทั้งซาเล็คและกองกำลังของมันก็จะมาถึงในอีกไม่ถึงสิบนาทีครับเอลาร่า" คีธตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบจนน่ากลัว "ความบิดเบี้ยวนี้ไม่ใช่ความผิดพลาด แต่มันคือการเรียกคืนพลังงานที่สถานีนี้ไม่ควรครอบครองตั้งแต่แรก"
"คุณกำลังจะฆ่าเราทุกคนเพื่อทำลายอาวุธที่ซาเล็คต้องการงั้นหรือ?" เธอเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นอายของโอโซนและน้ำมันเครื่องที่รั่วไหลอบอวลไปทั่วห้องเครื่องยนต์มิติ
คีธนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมา แววตาของเขาไม่ได้มีความลังเล แต่มีเพียงความว่างเปล่าที่สะท้อนถึงความเหนื่อยล้าเกินกว่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะรับไหว "ผมไม่ได้ฆ่าเราครับ... ผมแค่กำลังย้อนกระบวนการให้มันกลับไปสู่จุดที่ควรจะเป็น ความมืดมิดที่คุณเห็นอยู่นี้ มันไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันคือการย้อนกลับของมิติเวลาที่ถูกขังไว้ในสถานีร้างแห่งนี้มานานเกินไป"
ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็กระแทกเข้ากับผนังโลหะจนเกิดเสียงครวญครางของเหล็กกล้า แสงไฟสีแดงฉานกะพริบถี่เป็นจังหวะเหมือนชีพจรของสัตว์ร้ายที่กำลังตื่นจากหลับใหล อุปกรณ์วัดระดับพลังงานที่หน้าจอแสดงผลดีดตัวสูงขึ้นจนน่าตกใจ ตัวเลขเหล่านั้นไม่ได้วิ่งไปตามปกติ แต่มันกำลังถอยหลัง... ถอยหลังไปสู่จุดเริ่มต้นที่สถานีไซลอสถูกสร้างขึ้น
"ดูนั่น..." เอลาร่าชี้ไปยังกระจกบานหนาที่มองออกไปสู่ความเวิ้งว้างของอวกาศ ภายนอกนั้นไม่ใช่ดาวฤกษ์ที่คุ้นเคย แต่เป็นช่องว่างสีดำมืดมิดที่กำลังกลืนกินแสงสว่างทุกอย่างที่ขวางหน้า
คีธคว้าประแจคู่ใจและกระโจนเข้าใส่แผงวงจรหลัก เขาเริ่มทำการเชื่อมต่อระบบสำรองด้วยความเร็วที่เหนือกว่าคนปกติ "ระบบบิดเบี้ยวแล้วครับ มันกำลังพยายามปรับสมดุลมวลสารมหาศาลที่เกิดจากเตาปฏิกรณ์ ถ้าเราไม่ควบคุมให้มันคลายตัวภายในหนึ่งนาที แรงดึงดูดของมิติจะฉีกกระชากสถานีนี้ออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย"
"คุณทำอะไรได้บ้าง!" เอลาร่าตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของเครื่องจักรที่เริ่มดังเหมือนเสียงกรีดร้องของวิญญาณ
"ผมต้องย้อนรอยสัญญาณที่ผมทิ้งไว้ตอนที่แล้ว... สัญญาณที่ผมคิดว่ามันคือรหัสลับ แต่มันคือจุดพิกัดที่จะลากเราเข้าไปในรูหนอนถาวร" คีธกัดฟันแน่น เหงื่อเย็นไหลซึมผ่านไรผม "คุณต้องช่วยผมดึงคันโยกสีเหลืองนั่นพร้อมกันครับเอลาร่า มันเป็นวิธีเดียวที่จะปิดกั้นการไหลย้อนกลับของพลังงาน!"
ทั้งสองคนพุ่งตัวไปที่แผงควบคุมหลัก เอลาร่าเอื้อมมือไปจับคันโยกด้วยความหวาดหวั่น ขณะที่คีธวางมือทับลงไปเหนือมือของเธอ พลังงานมหาศาลพุ่งผ่านกระแสไฟฟ้าช็อตเข้าสู่ร่างของพวกเขาจนเกิดประกายไฟสีน้ำเงินสว่างวาบไปทั่วห้อง ในเสี้ยววินาทีนั้น ภาพนิมิตแห่งอดีตของทั้งคู่ก็ฉายชัดขึ้นมาในสมอง... ภาพความผิดพลาดของคีธที่สูญเสียสถานีวิจัยแรก และความลับที่เอลาร่าปกปิดไว้เกี่ยวกับโครงการ 'ไซลอส'
"ตอนนี้ครับ!"
ทั้งสองออกแรงดึงคันโยกสุดกำลัง เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้อง แรงผลักดันจากพลังงานมิติทำให้ทั้งคู่กระเด็นไปคนละทิศทาง ห้องเครื่องยนต์เงียบสนิทลงทันที ทิ้งไว้เพียงความมืดมิดที่แผ่คลุมไปทั่ว แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวกว่าความมืดคือความเงียบที่ตามมา เพราะมันเงียบจนเกินไป... เงียบจนสามารถได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคน
เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืดหลังกองถังเชื้อเพลิง เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นโลหะดังเป็นจังหวะที่มั่นคงและทรงอำนาจ
"นึกว่าพวกเธอจะเก่งกว่านี้เสียอีกนะ..." ผู้บัญชาการซาเล็คกล่าวพลางเช็ดคราบเลือดที่มุมปาก "แต่การที่พวกเธอพยายามปิดระบบน่ะ มันคือการเปิดประตูต้อนรับพวกเราให้เข้ามาได้ง่ายขึ้นต่างหากล่ะ"
ซาเล็คชูอุปกรณ์ควบคุมทรงกลมขึ้นเหนือหัว แสงสว่างจ้าจากมันเริ่มส่องประกายและเผยให้เห็นสิ่งที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา... ไม่ใช่กองกำลังทหารรับจ้าง แต่เป็นร่างของคีธ อาร์คานัสอีกคนหนึ่งที่มีสภาพบาดเจ็บปางตายและดวงตาสีขาวโพลนที่จ้องมองมายังพวกเขาด้วยความเคียดแค้น
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในความมืดมิดของสถานีไซลอสนะครับ แล้วพบกันในตอนหน้าครับ
ไฮเปอร์ไดรฟ์
นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล•ตอนที่ 14
ความมืดมิดที่ย้อนกลับ
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!