นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล•ตอนที่ 20

แรงโน้มถ่วงที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
รองเท้าบูทแม่เหล็กของผมกระแทกพื้นโลหะดังสนั่นจนรู้สึกได้ถึงแรงสะเทือนที่แล่นขึ้นมาถึงกระดูกสันหลัง “คุณจะปล่อยให้มันระเบิดไปพร้อมกับเราไม่ได้นะครับ เอลาร่า!” ผมตะโกนแข่งกับเสียงหวีดหวิวของระบบระบายอากาศที่เริ่มบ้าคลั่ง เอลาร่า วอยด์ ไม่ได้หันกลับมามอง เธอเพียงแต่กดรหัสผ่านลงบนแผงควบคุมที่สั่นไหวอย่างรุนแรง นิ้วมือของเธอที่เคยนิ่งสนิทเริ่มสั่นเทา “คีธ ถ้าฉันหยุดมันตอนนี้ สนามพลังความถี่สูงจะสะท้อนกลับมาที่เครื่องปฏิกรณ์ และคุณก็รู้ดีว่าผลลัพธ์ของมันคืออะไร... เราจะกลายเป็นแค่ฝุ่นผงที่ลอยเคว้งอยู่ในอวกาศ” “แต่นี่มันไม่ใช่อุบัติเหตุ!” ผมขว้างประแจในมือลงพื้น มันไม่ได้ตกกระทบพื้นในวิถีปกติ แต่กลับหมุนคว้างกลางอากาศราวกับสูญเสียน้ำหนัก ก่อนจะพุ่งไปกระแทกผนังฝั่งตรงข้ามด้วยแรงมหาศาล แรงโน้มถ่วงภายในสถานีไซลอสกำลังเต้นระบำอย่างเสียสติ จังหวะนั้นเอง พื้นใต้เท้าผมก็เบาหวิวราวกับลอยอยู่บนเมฆ ก่อนจะถูกกระชากลงสู่เบื้องล่างอย่างรุนแรงจนเข่าผมทรุดลงไปกระแทกกับตะแกรงเหล็ก เลือดซึมออกมาจากรอยแผลที่หัวเข่า แต่ผมไม่มีเวลาสนใจ ความเจ็บปวดเป็นเรื่องรองเมื่อเทียบกับการที่ระบบทรงตัวของสถานีกำลังล่มสลาย “ซาเล็คทำอะไรบางอย่างกับตัวแปรค่าความถี่” ผมพึมพำกับตัวเองขณะพยายามลุกขึ้นเกาะขอบโต๊ะควบคุม ความเย็นของโลหะช่วยให้สติสัมปชัญญะของผมยังคงอยู่ “เขารู้ว่าถ้าเราพยายามรีเซ็ตระบบ เราจะดึงพลังงานมหาศาลเข้ามา ซึ่งนั่นจะเป็นการเปิดประตูให้สนามพลังความถี่สูงกลืนกินตัวตนของสถานีนี้” “เขากำลังเล่นเกมกับเรา คีธ” เอลาร่าหันมามองผม ดวงตาของเธอฉายแววสิ้นหวังที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความแข็งกร้าว “เขาต้องการข้อมูลในระบบเก็บถาวร และถ้าเราทำลายมัน เขาก็จะทำลายสถานีทิ้งพร้อมกับพวกเรา” สถานีเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงอีกครั้ง คราวนี้แรงโน้มถ่วงแปรปรวนในลักษณะที่น่าสะพรึงกลัว วัตถุทุกอย่างที่ไม่ได้ยึดติดกับพื้นลอยขึ้นไปบนเพดาน ก่อนจะตกลงมาเหมือนห่าฝนโลหะ ผมกระชากตัวเอลาร่าให้หลบเข้าใต้โครงสร้างคานเหล็กหนาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่แผงควบคุมหลักจะถูกแรงเหวี่ยงกระชากจนหลุดออกจากผนัง ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะหนึ่ง ทว่ามันกลับเป็นความเงียบที่น่าอึดอัดเสียยิ่งกว่าเสียงระเบิด “เราต้องเข้าถึงแกนกลาง” ผมเอ่ยขึ้นขณะเช็ดเลือดที่ไหลซึมจากขมับ “ถ้าเราเข้าถึงวงจรหลักและสลับขั้วสนามแม่เหล็กได้ เราอาจจะสร้างพื้นที่แรงโน้มถ่วงจำลองขึ้นมาใหม่ได้ชั่วคราว” เอลาร่าจ้องมองผมด้วยแววตาที่ลังเล “มันเสี่ยงเกินไป คีธ หากคุณพลาดแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว กระดูกของคุณจะแหลกละเอียดจากแรงกดอากาศที่แปรปรวน คุณเคยบอกเองไม่ใช่หรือว่าในอดีตคุณเคยทำพลาดมาครั้งหนึ่งแล้ว” คำพูดของเธอกระแทกใจผมเหมือนค้อนปอนด์ ความล้มเหลวที่ดวงจันทร์ไอโอ ความผิดพลาดที่พรากชีวิตทีมวิศวกรทั้งหน่วยไปจากผม ภาพหลอนของเสียงกรีดร้องในอากาศที่ไร้เสียงยังคงฝังรากลึกในความทรงจำ แต่ผมไม่มีทางเลือกอื่น ในเมื่อซาเล็คกำลังจ้องมองเราผ่านกล้องวงจรปิดสักตัวบนสถานีนี้ “นั่นคือเหตุผลที่ผมต้องทำมันตอนนี้ เพื่อพิสูจน์ว่าตรรกะของผมในวันนี้ยังใช้งานได้ดีกว่าความเสียใจในอดีต” ผมค่อยๆ ไต่ไปตามผนัง แรงโน้มถ่วงเปลี่ยนทิศทางไปมาอย่างคาดเดาไม่ได้ บางจังหวะผมรู้สึกหนักราวกับถูกภูเขาทับ บางจังหวะร่างกายผมก็เบาราวกับขนนก สถานีไซลอสในตอนนี้เปรียบเสมือนสัตว์ร้ายที่กำลังดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวดจากพลังงานที่ไหลเวียนผิดปกติภายในตัวมัน เมื่อเราไปถึงห้องเครื่อง สิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้าทำให้ผมต้องหยุดชะงัก ประตูนิรภัยถูกเปิดทิ้งไว้ และที่ใจกลางห้องนั้น แทนที่จะเป็นแกนพลังงานที่ควรจะทำงานอย่างสม่ำเสมอ มันกลับถูกล้อมรอบด้วยอุปกรณ์แปลกประหลาดที่ส่งเสียงหึ่งๆ ต่ำๆ จนแก้วหูผมแทบแตก “นั่นไม่ใช่เทคโนโลยีของสถานีนี้” เอลาร่ากระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือ “มันคือเทคโนโลยีของพวกกบฏ... หรืออาจจะเลวร้ายกว่านั้น” ผมก้าวเข้าไปใกล้ แสงไฟสีม่วงอมฟ้าจากอุปกรณ์นั้นสะท้อนบนใบหน้าของผม มันคือตัวขยายสัญญาณสนามพลังที่ซาเล็คติดตั้งไว้โดยเฉพาะเพื่อทำลายสถานีจากภายใน ผมหยิบไขควงเลเซอร์ออกมาเตรียมจะตัดวงจร แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่ทำให้ลมหายใจของผมหยุดชะงัก บนตัวเครื่องมีรอยสลักที่คุ้นเคย มันคือสัญลักษณ์ของหน่วยวิศวกรที่ผมเคยสังกัดอยู่ หน่วยที่ผมคิดว่าตายไปหมดแล้วในเหตุการณ์ครั้งนั้น ทว่าก่อนที่ผมจะได้เอื้อมมือไปสัมผัส เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเยือกเย็นก็ดังขึ้นจากเงามืดด้านหลัง “ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะ คีธ” เสียงนั้นทุ้มต่ำและคุ้นเคยอย่างประหลาด “ข้าเฝ้ารอวันที่วิศวกรผู้เก่งกาจจะมาเป็นคนหยุดนาฬิกาเรือนสุดท้ายนี้ด้วยมือของตัวเอง” ผมค่อยๆ หันกลับไป แรงโน้มถ่วงรอบตัวเราเริ่มคงที่อย่างประหลาด แต่ความรู้สึกกดดันในอากาศกลับพุ่งสูงขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก ชายร่างสูงในชุดเกราะทหารรับจ้างก้าวออกมาจากเงามืด แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของผมแทบหยุดเต้นไม่ใช่ซาเล็ค... หากแต่เป็นใบหน้าที่สวมหมวกเกราะอยู่ครึ่งหนึ่งนั่น มันคือใบหน้าของเพื่อนสนิทที่ผมฝังร่างไปกับมือเมื่อสามปีก่อน ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในห้วงอวกาศอันมืดมิดนี้นะครับ ไฮเปอร์ไดรฟ์
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%