แรงอัดอากาศจากการระเบิดตีเข้าที่ใบหน้าผมจนผิวหนังแสบไหม้ เสียงโลหะบิดเบี้ยวกรีดร้องแข่งกับเสียงระบบเตือนภัยที่ดังระงมอยู่ในโสตประสาท คีธ อาร์คานัส ไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้ความตายมาพรากชีวิตด้วยแรงโน้มถ่วง ผมคว้าขอบเหล็กที่เหลือเพียงเศษเสี้ยวของพื้นระเบียงไว้แน่น แรงเหวี่ยงจากการร่วงหล่นทำให้แขนของผมแทบจะหลุดออกจากเบ้า
"คีธ! ยื่นมือมา!" เอลาร่าตะโกนแข่งกับเสียงลมที่หวีดหวิวจากรอยแตกของตัวสถานี
ผมมองเห็นเธอเกาะขอบเสาหลักที่ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าเบื้องล่าง มืออีกข้างของเธอกดปุ่มเปิดใช้งานอุปกรณ์ยึดเกาะแม่เหล็ก ผมตัดสินใจทิ้งน้ำหนักตัวปล่อยให้แรงเหวี่ยงเหวี่ยงร่างตนเองเข้าหาเธอ ก่อนจะคว้าข้อมือเธอไว้ได้ทันท่วงที ในขณะที่เบื้องล่างนั้น ความมืดมิดของห้วงอวกาศกำลังกลืนกินพื้นส่วนที่เหลือหายไป
เราสองคนหอบหายใจหนักหน่วง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นโอโซนและไอระเหยของระบบระบายความร้อนที่พังทลาย ส่วนซาเล็คนั้น... หายไปพร้อมกับแรงระเบิด
"มันจบแล้วหรือครับ?" เอลาร่าถามด้วยเสียงที่สั่นเครือ เธอมองผ่านช่องว่างของผนังออกไปสู่หมู่ดาวที่ไร้ความหมาย
"ยังครับ" ผมตอบพลางชันตัวขึ้น ปัดฝุ่นและคราบน้ำมันออกจากชุดวิศวกร "ระเบิดนั่นไม่ใช่ความผิดพลาด แต่มันคือการทำลายหลักฐาน คนอย่างซาเล็คไม่ยอมตายง่ายๆ เพียงเพราะสะดุดเท้าตัวเองแน่ แต่เขากำลังพยายามซ่อนอะไรบางอย่างที่น่ากลัวยิ่งกว่าความตาย"
ผมใช้เครื่องสแกนพกพาตรวจเช็คโครงสร้างอาคาร สัญญาณชีพของศัตรูหายไป แต่สัญญาณดิจิทัลในห้องลับใต้ชั้นโครงสร้างหลักกลับพุ่งสูงขึ้นอย่างประหลาด มันไม่ใช่สัญญาณของระบบป้องกัน แต่มันคือ 'การบันทึก'
เราฝ่าความมืดของทางเดินที่โงนเงนเข้าสู่ 'ห้องแห่งความทรงจำ' ซึ่งเป็นโซนที่ปิดตายมานานหลายทศวรรษ ประตูเหล็กกล้าเปิดออกด้วยรหัสผ่านที่ผมเพิ่งแฮ็กได้จากซากอุปกรณ์ของลูกน้องซาเล็คที่ทิ้งไว้ข้างนอก
ภายในห้องนั้นไม่ได้มีไว้เพื่ออยู่อาศัย แต่มันคือคลังเก็บข้อมูลแบบแอนะล็อก—ฟิล์มข้อมูลและเซิร์ฟเวอร์สำรองที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับเน็ตเวิร์กของสถานี
"ดูนี่สิ" เอลาร่าก้าวไปที่หน้าจอโฮโลแกรมตัวหนึ่ง เธอกดสั่งรันข้อมูลไฟล์สุดท้ายที่เพิ่งถูกเข้าถึง
ภาพเหตุการณ์เมื่อยี่สิบปีก่อนปรากฏขึ้นบนหน้าจอที่สั่นไหว ชายคนหนึ่งที่ดูอ่อนวัยกว่าซาเล็คในปัจจุบันหลายปี เขาสวมเครื่องแบบของกองทัพสหพันธรัฐ ยืนอยู่ท่ามกลางทีมนักวิจัยที่กำลังตื่นตระหนก ซาเล็คในตอนนั้นไม่ได้ถือปืน แต่มือของเขากำลังกดปุ่มสั่งการ 'โปรโตคอลกวาดล้าง'
"เขาสั่งทำลายโครงการ 'อีเธอร์ร็อค'..." เอลาร่าพึมพำ ดวงตาของเธอเบิกกว้าง "นั่นหมายความว่าซาเล็คไม่ใช่ทหารรับจ้างที่โผล่มาฉวยโอกาส แต่เขาคือตัวการที่ได้รับคำสั่งให้ปิดปากทุกคนในโครงการนี้ตั้งแต่วันแรก และเทคโนโลยีที่เขากำลังตามหา... มันไม่ใช่การสร้างใหม่ แต่มันคือการขุดซากความผิดพลาดของตัวเองขึ้นมาเพื่อลบหลักฐานชิ้นสุดท้าย!"
ผมกวาดสายตาอ่านบันทึกที่ปรากฏขึ้นเป็นลำดับถัดมา หัวใจของผมกระตุกวูบเมื่อเห็นชื่อผู้มีอำนาจที่ออกคำสั่งให้ซาเล็คกระทำการในวันนั้น มันไม่ใช่แค่คำสั่งทางทหาร แต่มันคือตราประทับของตระกูลอาร์คานัส... ตระกูลของผมเอง
"ความตายของลูกเรือสถานีนี้..." ผมพึมพำ มือสั่นเทาเล็กน้อย "มันเริ่มจากพ่อของผม"
"คีธ... ฟังนะ" เอลาร่าพยายามจะคว้าแขนผม แต่ผมถอยกรูด
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังขึ้นจากทางเข้าห้องที่ควรจะพังทลายไปแล้ว เสียงกระบอกปืนเลเซอร์ที่กำลังชาร์จประจุไฟฟ้าดัง "วิ้ง" อย่างต่อเนื่องและเยือกเย็น
"ทายาทที่เก่งกาจมักจะรู้อะไรที่ตัวเองไม่ควรจะรู้เสมอ" เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังมาจากเงามืด "คีธ อาร์คานัส... เธอควรจะดีใจนะที่ได้เห็นมรดกที่พ่อของเธอทิ้งไว้ให้โลกใบนี้ แต่น่าเสียดายที่มรดกชิ้นนี้ต้องปิดผนึกพร้อมกับร่างของพวกเธอที่นี่"
ร่างของซาเล็คก้าวพ้นเงามืดออกมา ชุดเกราะของเขามีรอยไหม้และรอยเลือด แต่นัยน์ตาของเขายังคงเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก ในมือเขามีอุปกรณ์กู้คืนข้อมูลหลักที่ผมคิดว่ามันถูกทำลายไปแล้วเสียบคาอยู่
เขายกปืนขึ้นเล็งมาที่หัวของผมโดยตรง ไม่มีการลังเล ไม่มีการเจรจา
"ลาทีครับ" เขาเอ่ยคำพูดสุดท้ายที่แฝงไปด้วยรอยยิ้มหยัน
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงบทนี้นะครับ ไฮเปอร์ไดรฟ์หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับความลับนี้ครับ
นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล•ตอนที่ 19
ห้องแห่งความทรงจำ
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!