นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล•ตอนที่ 35

แผนการทำลายรากเหง้า

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
"ถ้าคุณคิดว่านั่นคือแผนที่ดีที่สุด ผมว่าเราคงไม่ต้องรอกองทัพของซาเล็คมาถึงหรอกครับ... เราแค่จุดไฟเผาตัวเองทิ้งตอนนี้เลยน่าจะเร็วกว่า" คีธ อาร์คานัส วางประแจอิเล็กทรอนิกส์ลงบนแผงควบคุมด้วยเสียงที่ดังกังวานผิดปกติในโถงทางเดินที่เงียบสงัด เขาไม่หันไปมองเอลาร่า วอยด์ ที่ยืนกอดอกพิงผนังโลหะที่เต็มไปด้วยคราบสนิมและรอยไหม้จากกระสุนพลังงาน สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่ภาพโฮโลแกรมสามมิติของ 'เครื่องมิติ' ที่หมุนวนอยู่ตรงกลางห้องโถงแกนกลางสถานี เอลาร่าขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาสีเทาหม่นของเธอหรี่ลง จ้องมองแผ่นหลังที่ดูตึงเครียดของวิศวกรหนุ่ม "คีธ เราไม่มีทางเลือกอื่น เครื่องมิตินั่นไม่ใช่แค่แหล่งพลังงาน แต่มันคือปืนใหญ่ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าสงครามดวงดาว ซาเล็คต้องการมันเพื่อฉีกกระชากกฎแห่งความเป็นจริง และถ้าเขาทำสำเร็จ... ไม่ใช่แค่สถานีนี่ที่จะหายไป แต่มันคือทุกสิ่งที่เรารู้จัก" "แล้วถ้าการทำลายมันคือการเปิดประตูให้หายนะที่เลวร้ายกว่าเดิมล่ะครับ?" คีธหันกลับมา แสงจากจอโฮโลแกรมสะท้อนในแววตาที่เย็นชาของเขา "คุณรู้ดีว่าแกนกลางของเครื่องนั่นไม่ได้ถูกสร้างโดยมนุษย์ แรงสั่นสะเทือนมิติที่เกิดจากการทำลายมันอาจส่งผลกระทบย้อนกลับมาที่ระดับอะตอม... เราอาจไม่ตายเพราะปืนของซาเล็ค แต่เราอาจจะสลายกลายเป็นละอองฝุ่นในห้วงอวกาศด้วยตัวเราเอง" เอลาร่าเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นไอของน้ำมันหล่อลื่นและเหงื่อที่แห้งกรังบนชุดสูทของเขา เธอเอื้อมมือไปสัมผัสแผงวงจรที่อยู่ใกล้ที่สุด "คีธ... มองหน้าฉัน ความล้มเหลวครั้งก่อนที่สถานีเซทา-9 มันจบไปแล้ว คุณไม่ใช่คนเดิมที่ทำพลาดครั้งนั้น และนี่ไม่ใช่ภารกิจกู้ภัยแบบเดิมอีกต่อไป นี่คือการตัดสินใจครั้งสุดท้ายเพื่อยุติวงจรของอำนาจที่เน่าเฟะ" คีธนิ่งเงียบ เสียงชีพจรของสถานีดังตุ้บๆ อยู่ใต้ฝ่าเท้า ราวกับหัวใจที่กำลังจะหยุดเต้น เขาหลับตาลง ภาพเหตุการณ์ที่สถานีเซทา-9 ในอดีตฉายชัดขึ้นมาในหัว—เสียงกรีดร้องของลูกเรือที่เขาช่วยไว้ไม่ได้ เสียงการระเบิดที่พรากอนาคตของเขาไป ความเย็นชาที่เขาสวมใส่เป็นเกราะป้องกันจิตใจมาตลอดหลายปีนี้ กำลังถูกท้าทายด้วยความจริงที่ว่า เขาต้องเป็นคนกดปุ่มทำลาย 'รากเหง้า' แห่งอำนาจนี้ด้วยมือตัวเอง "ถ้าเราจะทำลายมัน" คีธเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว "เราต้องไม่ทำที่จุดเชื่อมต่อหลัก ซาเล็ควางระบบป้องกันไว้รอบด้าน แต่เขาพลาดเรื่องจุดถ่ายเทประจุพลังงานสำรอง ถ้าผมสามารถเจาะเข้าระบบและทำโอเวอร์โหลดผ่านท่อนำพลังงานย่อยได้ แรงระเบิดจะถูกบีบอัดลงสู่ใจกลางแกนโดยตรงโดยไม่กระจายออกมาด้านนอก" "นั่นหมายความว่าคุณต้องอยู่ใกล้แกนกลางในวินาทีที่ระเบิดทำงาน" เอลาร่าทวนคำด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย "ผมรู้ครับ" คีธตอบพลางหยิบเครื่องมือขึ้นมาเตรียมตัว "การตัดสินใจครั้งนี้จะแขวนอยู่บนเส้นด้ายของเวลา ถ้าผมช้าไปหนึ่งวินาที ซาเล็คจะรู้ตัว และถ้าผมเร็วไป ระบบป้องกันจะดีดตัวออก เรามีเวลาไม่มากก่อนที่กองยานของเขาจะหลุดออกมาจากวาร์ปเกต" ทั้งคู่เดินฝ่าความมืดของสถานีผ่านทางเดินที่บิดเบี้ยวจากความผิดปกติของสนามแม่เหล็ก ทุกก้าวที่เดินผ่านเต็มไปด้วยความกดดัน เงาของเสาโครงสร้างทอดยาวราวกับกรงขัง เอลาร่าชักปืนพัลส์ออกมาถือไว้แน่น คอยระแวดระวังเงาที่อาจเคลื่อนไหวอยู่ตามมุมมืด ในขณะที่คีธจดจ่ออยู่กับการแฮ็กระบบรักษาความปลอดภัยของประตูแกนกลางด้วยความเร็วที่แม่นยำ เมื่อบานประตูนิรภัยขนาดมหึมาค่อยๆ เลื่อนเปิดออก กลิ่นอายของโอโซนที่เข้มข้นจนแสบจมูกก็พุ่งปะทะเข้ามา ตรงกลางห้องมีเสาคริสตัลสีดำทมิฬลอยอยู่กลางอากาศ มันหมุนวนอย่างช้าๆ ปล่อยคลื่นพลังงานที่ทำให้เส้นผมของพวกเขาตั้งชัน "นั่นไง... รากเหง้าของความหายนะ" เอลาร่าพึมพำ คีธก้าวไปที่คอนโซลหลัก นิ้วมือของเขารัวเร็วบนคีย์บอร์ดโฮโลแกรม "ผมเริ่มกระบวนการถ่ายเทพลังงานแล้วครับ อีกสามนาที... กระแสไฟในสถานีจะถูกตัดขาดทั้งหมด คุณต้องเตรียมตัวให้พร้อม เมื่อระบบเริ่มโอเวอร์โหลด แรงโน้มถ่วงจะแปรปรวน คุณต้องหาที่ยึดให้แน่น" ทว่า ในขณะที่ตัวเลขถอยหลังบนหน้าจอเริ่มลดลง เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะก็ดังขึ้นจากด้านหลังของประตูที่เพิ่งเปิดออก เงาร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่งก้าวเข้ามา พร้อมกับกองกำลังทหารรับจ้างที่ติดอาวุธครบมือ "ยอดเยี่ยมมาก คีธ" เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจของซาเล็คดังขึ้น เขาก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉย ราวกับกำลังเดินชมพิพิธภัณฑ์ "ฉันรอให้คนฉลาดอย่างเธอมาปลดล็อกระบบนิรภัยนี้ให้ฉันมานานแล้ว การจะเข้าถึงแกนกลางได้โดยไม่ถูกสนามพลังฉีกร่าง มีแค่คนที่มีตรรกะเหนืออารมณ์แบบเธอเท่านั้นที่ทำได้" คีธหยุดชะงัก นิ้วมือยังคงค้างอยู่ที่หน้าจอ ตัวเลขถอยหลังหยุดกะทันหันที่ 00:15 วินาที เอลาร่าเล็งปืนไปที่ซาเล็ค แต่ทหารรับจ้างหลายนายก็นำอาวุธมาจ่อที่หัวของเธอทันทีเช่นกัน "แกไม่มีวันได้มันไป ซาเล็ค" คีธกล่าวด้วยเสียงที่นิ่งสนิท ทั้งที่ในใจกำลังคำนวณความเป็นไปได้ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ซาเล็คหัวเราะในลำคอพลางก้าวเข้ามาใกล้จนเหลือระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าว "เธอเข้าใจผิดไปอย่างหนึ่ง คีธ... ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อเอาเครื่องมิตินี้ไป แต่ฉันมาเพื่อส่งมอบมันให้คนที่เป็นเจ้าของที่แท้จริง" ทันใดนั้น หน้าจอโฮโลแกรมรอบห้องก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นสนั่นหวั่นไหว พื้นสถานีสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนคีธและเอลาร่าเกือบล้มลง และท่ามกลางความโกลาหลนั้น ประตูห้องแกนกลางอีกฝั่งหนึ่งก็เปิดออก เผยให้เห็นร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด ร่างนั้นก้าวเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าที่สง่างามและเปี่ยมด้วยอำนาจที่สยบทุกสรรพสิ่ง คีธเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้านั้นชัดๆ มันคือใบหน้าเดียวกับที่เขาเคยทำภารกิจกู้ชีพล้มเหลวที่สถานีเซทา-9... หญิงสาวที่เขาคิดว่าตายไปแล้วในอุบัติเหตุครั้งนั้น "คีธ... นานมาแล้วนะที่เราไม่ได้พบกัน" เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเวทนา ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามการเดินทางอันโหดร้ายนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ - ไฮเปอร์ไดรฟ์
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%