“ถ้าคุณคิดจะเปิดกล่องความทรงจำนั้นเพื่อหาทางย้อนเวลากลับไปแก้ไขความผิดพลาดล่ะก็... หยุดเสียเถอะคีธ มันไม่มีทางเป็นไปได้”
เสียงของเอลาร่าแหบพร่าและสั่นเครือ สะท้อนก้องอยู่ในห้องควบคุมการเดินเรือที่เต็มไปด้วยไอเย็นจากระบบหล่อเย็นที่รั่วซึม แสงสีแดงจากระบบเตือนภัยฉุกเฉินวูบวาบตัดกับใบหน้าอันเคร่งขรึมของคีธ อาร์คานัส เขาไม่ได้หันไปมองเธอ สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่หน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงภาพโครงสร้างโมเลกุลของเครื่องยนต์มิติที่พังทลาย
มือของเขาสั่นเล็กน้อยขณะใช้นิ้วเรียวยาวปรับแต่งค่าพารามิเตอร์ของเศษซากความทรงจำที่บรรจุอยู่ในชิปความจำเก่าคร่ำคร่า ชิปตัวนั้นเป็นสิ่งเดียวที่หลงเหลือจากเหตุการณ์ระเบิดที่สถานีวิจัยลูน่าร์-9 ซึ่งพรากชีวิตทีมงานทั้งหมดของเขาไป รวมถึงน้องสาวของเขาด้วย
“คุณไม่เข้าใจหรอก เอลาร่า” คีธตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว “มันไม่ใช่การแก้ไขอดีต แต่มันคือการแทรกแซงทางตรรกะ หากผมสามารถส่งข้อมูลย้อนกลับไปเพียงเศษเสี้ยววินาทีผ่านช่องว่างมิติ... ผมก็แค่ต้องการจะเตือนพวกเขา ไม่ใช่เปลี่ยนประวัติศาสตร์ทั้งหมดของจักรวาล”
“ตรรกะ?” เอลาร่าเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นโลหะและคราบน้ำมันจากชุดวิศวกรของเขา เธอคว้าไหล่เขาไว้แน่น “คีธ มองหน้าฉัน! นี่ไม่ใช่คณิตศาสตร์ แต่มันคือความตายที่คุณแบกไว้บนบ่ามานานเกินไปแล้ว ผู้บัญชาการซาเล็คกำลังจะมาถึงที่นี่พร้อมกองกำลังของมัน และถ้าคุณยังมัวแต่หมกมุ่นกับร่างโฮโลแกรมที่ไม่มีวันกลับมามีชีวิตได้จริง พวกเราทุกคนจะกลายเป็นศพเฝ้าสถานีร้างแห่งนี้ไปพร้อมกับผีในใจคุณ!”
คีธนิ่งเงียบไปนาน ความเงียบงันในห้องนั้นหนักอึ้งราวกับแรงกดอากาศที่เพิ่มขึ้นในชั้นบรรยากาศ เขาละมือจากแป้นพิมพ์ หันมามองเอลาร่าด้วยสายตาที่ว่างเปล่าราวกับหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง ภายในดวงตาคู่นั้นไม่มีความโกรธ ไม่มีน้ำตา มีเพียงความตระหนักรู้ที่กัดกินใจอย่างช้าๆ
เขารู้ดีว่าเอลาร่าพูดถูก
กฎแห่งเอนโทรปีนั้นโหดร้ายและไม่เคยย้อนกลับ การพยายามฝืนธรรมชาติด้วยเทคโนโลยีระดับพระเจ้าที่ซาเล็คต้องการครอบครองนั้น เป็นเพียงความเพ้อฝันของวิศวกรที่พ่ายแพ้ให้กับความสูญเสีย คีธค่อยๆ ดึงชิปความจำนั้นออกมาจากพอร์ตเชื่อมต่อ แสงสีฟ้าจากข้อมูลล้ำค่าค่อยๆ ดับวูบลงไปพร้อมกับความหวังสุดท้ายที่เขาเฝ้าถนอมมาตลอดหลายปี
“ผมไม่ได้จะย้อนเวลาหรอกครับ...” คีธกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจน “ผมแค่ต้องการจะปิดบัญชีกับมัน”
ทันใดนั้น เสียงเตือนระดับสูงสุดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งสถานี จอภาพหลักเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทก่อนจะปรากฏภาพของเรือรบขนาดมหึมาของซาเล็คที่ปรากฏขึ้นกลางอวกาศเบื้องหน้า มันไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่มาเพื่อกวาดล้างทุกสิ่ง
เสียงวิทยุสื่อสารที่ถูกถอดรหัสออกมาดังแทรกผ่านลำโพง เสียงของผู้บัญชาการซาเล็คที่เย็นเยียบและทรงอำนาจเอ่ยขึ้นมาว่า “คุณอาร์คานัส ผมหวังว่าคุณจะเตรียมข้อมูลที่ผมต้องการไว้เรียบร้อยแล้ว เพราะถ้าผมเห็นว่าคุณทำลายมันทิ้งแม้แต่นิดเดียว... ผมจะทำให้การตายของคุณเจ็บปวดมากกว่าที่น้องสาวคุณได้รับเมื่อห้าปีก่อนที่ลูน่าร์-9”
คีธตัวแข็งทื่อ เอลาร่าเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ข้อมูลที่ซาเล็คเพิ่งพูดออกมาบ่งบอกชัดเจนว่ามันรู้ทุกอย่างตั้งแต่ต้น มันไม่ได้ต้องการแค่เทคโนโลยี แต่มันต้องการให้คีธเห็นสิ่งที่มันเคยทำไว้ในอดีตซ้ำอีกครั้งในปัจจุบัน
ในจังหวะที่หัวใจของเขากำลังเต้นรัวด้วยความเคียดแค้น ประตูห้องควบคุมก็ถูกระเบิดออกด้วยแรงอัดมหาศาล ควันสีขาวพุ่งทะลักเข้ามาพร้อมกับเงาร่างของทหารรับจ้างในชุดเกราะสีดำทมิฬหลายสิบคน
แต่สิ่งที่ทำให้คีธถึงกับหยุดหายใจไม่ใช่กองทัพที่บุกเข้ามา... มันคือบุคคลที่เดินนำหน้าเหล่าทหารเข้ามาด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น บุคคลที่ควรจะตายไปตั้งแต่ห้าปีก่อนในเหตุการณ์ระเบิดที่ลูน่าร์-9
ร่างนั้นก้าวออกมาจากเงามืด เผยให้เห็นใบหน้าที่คีธจำได้แม่นยำแม้จะผ่านไปกี่ปีก็ตาม “พี่ชายคะ... ทำไมต้องทำให้เรื่องมันยุ่งยากด้วยล่ะคะ?”
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงยืนหยัดร่วมกู้ชีพสถานีร้างแห่งนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ - ไฮเปอร์ไดรฟ์
นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล•ตอนที่ 34
การสูญเสียที่ได้รับรู้
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!