นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล•ตอนที่ 23

ความจริงที่ถูกฝัง

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
“หยุดโกหกเสียที เอลาร่า ถ้าคุณยังเห็นว่าความไว้ใจของเรามีค่าพอที่จะรักษามันไว้” คีธ อาร์คานัส วางประแจโลหะลงบนโต๊ะปฏิบัติการเสียงดังเคร้ง เขาไม่ได้หันไปมองหญิงสาวที่ยืนกอดอกอยู่ตรงมุมมืดของห้องควบคุมพลังงานหลัก ไอเย็นจากระบบระบายอากาศที่ใกล้พังทลายเกาะตัวเป็นหยดน้ำเกาะตามผนังโลหะราวกับหยาดเหงื่อของสถานีที่กำลังจะขาดใจ เอลาร่า วอยด์ ถอนหายใจ แสงไฟกะพริบถี่จากแผงวงจรเหนือศีรษะเผยให้เห็นใบหน้าที่ซีดเผือดแต่แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว เธอขยับกายออกจากเงามืด เดินเข้ามาใกล้คีธจนได้กลิ่นไอของน้ำมันเครื่องและโอโซนที่อบอวลอยู่ในบรรยากาศ “คุณเป็นวิศวกรที่เก่งกาจคีธ แต่คุณมองโลกเป็นเพียงสมการ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อย “คุณไม่เคยเข้าใจว่าบางสมการ... มันไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง มีแต่คำตอบที่ยอมรับได้น้อยที่สุด” คีธหมุนตัวกลับมา สายตาของเขาเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกที่เขาเคยคุ้นชินในอดีต “ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังปรัชญาขยะของคุณ สถานีไซลอสไม่ใช่พื้นที่พักผ่อน และซาเล็คไม่ได้ไล่ล่าพวกเราเพราะต้องการเล่นเกมซ่อนหา คุณบอกว่าเรามาเพื่อซ่อมแซมระบบสื่อสาร แต่ข้อมูลที่ผมดึงออกมาได้เมื่อครู่นี้... มันไม่ใช่รหัสสัญญาณ แต่มันคือผังควบคุมการยิงดาวเทียมระเบิดมวลสาร” เขาเลื่อนหน้าจอโฮโลแกรมไปตรงหน้าเธอ ข้อมูลกระพริบเป็นสีแดงฉานบ่งบอกถึงความเป็นอันตรายระดับสูงสุด เอลาร่ามองดูตัวเลขเหล่านั้นด้วยสายตาว่างเปล่า เธอไม่ได้มีท่าทีตกใจแม้แต่น้อย มันคือความรู้สึกของคนที่รู้จุดจบของภาพยนตร์เรื่องนี้มาตั้งแต่วันที่เริ่มถ่ายทำ “ซาเล็คไม่ได้ต้องการครองอำนาจด้วยกองทัพคีธ เขาต้องการ 'รีเซ็ต' จักรวาลนี้ต่างหาก” คีธนิ่งไป จังหวะการหายใจของเขาชะงักงัน “คุณหมายความว่ายังไง รีเซ็ต? นั่นมันทฤษฎีต้องห้ามของโครงการอีเธอร์รอล” “และนั่นคือเหตุผลที่ฉันต้องมาที่นี่” เอลาร่าก้าวเข้ามาประชิดตัวเขาจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายที่ต่างจากความเย็นเยียบของเหล็กกล้า “ฉันไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองที่หนีตายมา แต่ฉันคือคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ของคณะวิจัยที่สร้างมันขึ้นมา คีธ... ฉันไม่ได้มาเพื่อซ่อมสถานี แต่ฉันมาเพื่อทำลายมันทิ้งพร้อมกับความลับที่อยู่ในหัวของฉัน” คีธขมวดคิ้วแน่น มือของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน “คุณกำลังจะบอกว่า คุณจะสังหารตัวเองและทำลายสถานีนี้เพื่อปิดปากความลับนี้เหรอ? นั่นมันการฆ่าตัวตายชัดๆ เอลาร่า!” “มันคือการเสียสละเพื่อไม่ให้ซาเล็คเข้าถึง 'กุญแจ' ที่อยู่ในกระดูกสันหลังของฉัน” เธอเอ่ยพลางเอื้อมมือไปแตะที่ต้นคอของตนเอง “ถ้าซาเล็คได้ร่างของฉันไป เขาจะสั่งการดาวเทียมทุกดวงในเขตนี้ให้ทำลายล้างทุกชีวิตที่ขวางทางเขาได้ในพริบตา และจักรวาลที่เราคุ้นเคยจะถูกเขียนใหม่ตามอำเภอใจของเขา” คีธมองดูเธอด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ทั้งโกรธ ทั้งสงสาร และรู้สึกว่าตัวเองช่างโง่เขลาที่เพิ่งจะเข้าใจเหตุผลของการปรากฏตัวของเธอ “ทำไมต้องเป็นผม? ทำไมต้องลากผมเข้ามาอยู่ในสมการหายนะของคุณ?” เอลาร่าแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ดูเศร้าสร้อยที่สุดเท่าที่คีธเคยเห็น “เพราะคุณเป็นคนเดียวที่ไม่มีอะไรจะเสียคีธ ชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณมันคือความว่างเปล่าที่รอการเติมเต็ม และฉันรู้ว่าลึกๆ แล้ว... คุณก็อยากทำอะไรที่มันมีความหมายมากกว่าการซ่อมเครื่องยนต์ที่กำลังจะระเบิด” ทันใดนั้น เสียงเตือนภัยระดับสีม่วงก็ดังสนั่นไปทั่วสถานี แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้พื้นห้องสั่นคลอน คีธพุ่งตัวไปที่หน้าจอตรวจสอบสถานะทันที ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดภายนอก กองยานรบสีดำสนิทของซาเล็คปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าราวกับผีร้ายที่โผล่มาจากความมืดมิด พวกมันไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่กำลังพุ่งเข้าชนเกราะป้องกันของสถานีไซลอสด้วยความเร็วสูง “พวกเขามาเร็วกว่าที่คาดไว้” คีธสบถ เขาหันไปมองเอลาร่าที่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้น “คุณบอกว่านี่คือทางเลือกเดียวใช่ไหม?” เอลาร่าหยิบอุปกรณ์ขนาดจิ๋วออกจากกระเป๋าคาดเอว มันมีแสงสีฟ้าเรืองรองออกมาเป็นจังหวะเหมือนชีพจร “ถ้าคุณอยากช่วยจักรวาลนี้ เราต้องถอดรหัสนี้ออกไปจากตัวฉัน และฝังมันไว้ในแกนพลังงานของสถานี แล้วระเบิดมันทิ้งพร้อมกับกองยานของซาเล็ค” คีธมองอุปกรณ์ในมือเธอ แล้วมองไปยังหน้าจอที่แสดงตำแหน่งของซาเล็คที่กำลังเคลื่อนพลเข้ามาใกล้ประตูเชื่อมต่อชั้นนอก เขาไม่มีเวลาให้ลังเลใจอีกต่อไป “ถ้าผมช่วยคุณทำเรื่องบ้าๆ นี่” คีธคว้าประแจขึ้นมาอีกครั้ง สายตาของเขามุ่งมั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “เราอาจจะรอดไปพร้อมกันก็ได้ ไม่จำเป็นต้องตายทั้งคู่” เอลาร่าส่ายหน้าช้าๆ น้ำตาเอ่อคลอเบ้าตา “คุณไม่เข้าใจคีธ... กุญแจนี้มีไว้เพื่อเชื่อมต่อกับระบบควบคุมเท่านั้น ถ้าฉันดึงมันออก ฉันจะเป็นคนแรกที่ได้รับผลกระทบจากแรงกระแทกของพลังงานมหาศาล ฉันจะไม่รอด” เสียงโลหะถูกเจาะดังเข้ามาจากฝั่งประตูหน้า คีธหันไปมองประตูที่กำลังเริ่มยุบตัวจากแรงดันของระเบิดพลาสม่า เขารู้ดีว่าเวลาของเขาเหลือไม่มากแล้ว คีธกระชากแขนเอลาร่าให้มานั่งที่เก้าอี้ควบคุม แล้วเริ่มต่อสายเคเบิลจากอุปกรณ์ในมือเธอเข้ากับแผงควบคุมหลัก “ถ้าคุณจะตาย ผมก็จะอยู่เป็นเพื่อนคุณจนกว่าระบบจะทำงาน” “คีธ! คุณบ้าไปแล้ว!” เธอตะโกน “ไม่ใช่ความบ้า แต่มันคือการตัดสินใจที่ยอมรับได้น้อยที่สุดตามคำพูดของคุณไงล่ะ” คีธตอบกลับพร้อมกับกดรหัสผ่านขั้นสูงสุดเพื่อปลดล็อกระบบทำลายตัวเอง เสียงประตูถูกพังออกพร้อมกับร่างของทหารรับจ้างกลุ่มหนึ่งที่กรูเข้ามา แต่ก่อนที่ปืนพลาสม่าจะถูกเหนี่ยวไก คีธก็เงยหน้าขึ้นมองกล้องวงจรปิดด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว แล้วกดปุ่มยืนยันคำสั่งครั้งสุดท้าย แสงสีขาววาบขึ้นกลางห้องควบคุมจนมองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากความว่างเปล่า เสียงคำรามของห้วงอวกาศที่ถูกฉีกขาดดังสนั่นจนแก้วหูแทบแตก แต่ทว่า... ท่ามกลางความโกลาหลนั้น กลับมีเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนเดินผ่านเข้ามาในห้องที่กำลังจะสูญสลาย “น่าประทับใจมาก คุณอาร์คานัส” เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกของซาเล็คดังขึ้นข้างหูของคีธ “แต่คุณคิดจริงๆ หรือว่าผมจะปล่อยให้กุญแจดอกนี้ถูกทำลายง่ายๆ แบบนั้น?” ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในห้วงอวกาศอันมืดมิดและเต็มไปด้วยความลับนี้เสมอนะครับ ไฮเปอร์ไดรฟ์
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%