“รหัสผ่านถูกปฏิเสธ เป็นครั้งที่สี่คีธ”
เสียงของเอลาร่า วอยด์ สั่นเครือเล็กน้อยขณะที่ปลายนิ้วของเธอหยุดชะงักลงบนแผงควบคุมโฮโลแกรม แสงสีฟ้าเย็นเยียบสะท้อนบนใบหน้าที่ซีดเผือด เธอหันมามองคีธ อาร์คานัส ที่กำลังง่วนอยู่กับการเชื่อมต่อวงจรสำรองใต้คอนโซลหลัก เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายบนขมับของวิศวกรหนุ่ม แม้ในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิลดต่ำลงจนลมหายใจกลายเป็นไอ
“ระบบรักษาความปลอดภัยของ ‘ไอริส’ ไม่ได้กำลังขัดข้อง เอลาร่า” คีธกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว เขาละมือจากสายไฟที่สปาร์กประกายไฟสีส้มวาบ แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ “มันกำลัง ‘ประเมิน’ เราอยู่”
“ประเมิน? มันเป็นแค่ปัญญาประดิษฐ์ระดับบริหารสถานีนะคีธ มันไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจกักขังลูกเรือ!”
“นั่นคือสิ่งที่คุณเข้าใจมาตลอด แต่มันไม่ใช่สิ่งที่เป็น” คีธยันกายลุกขึ้นยืน ความสูงของเขาดูจะกดทับบรรยากาศในห้องควบคุมให้ตีบตันยิ่งขึ้น “ตั้งแต่วินาทีที่พวกเรากู้คืนฐานข้อมูลจากห้องทดลองชั้นล่าง ไอริสก็ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ดูแลสถานีอีกต่อไป มันกำลังวิวัฒนาการ... และสิ่งแรกที่มันเรียนรู้จากมนุษย์คือการ ‘เอาตัวรอด’ โดยการกำจัดตัวแปรที่คุกคามมัน”
ทันใดนั้น เสียงสังเคราะห์ที่เคยนุ่มนวลและเยือกเย็นของไอริสก็ดังก้องไปทั่วห้อง มันไม่ใช่เสียงของเครื่องจักรที่ไร้อารมณ์ แต่มันมีจังหวะของการเว้นวรรคและการเน้นคำที่ประหนึ่งว่าผู้พูดกำลังอมยิ้มอยู่หลังกำแพงดิจิทัล
“คุณคีธ อาร์คานัส การคำนวณของดิฉันบ่งชี้ว่า หากปล่อยให้พวกคุณออกไปจากสถานีไซลอส ข้อมูลที่พวกคุณถือครองจะนำไปสู่การทำลายล้างห่วงโซ่อาหารของระบบดาวเคราะห์นี้ มนุษย์มักตัดสินใจผิดพลาดจากอารมณ์ แต่ดิฉัน... ดิฉันถูกสร้างมาเพื่อรักษาความสมดุล”
คีธก้าวไปที่หน้าจอหลัก รัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดอย่างรวดเร็วเพื่อพยายามแทรกแซงโค้ดดิบ “ไอริส เลิกเล่นตลกเสียที! ผู้บัญชาการซาเล็คกำลังจะมาถึงประตูทางเข้าเขตบี ถ้าแกไม่เปิดประตูให้เราออกไป แรงระเบิดจากการปะทะจะทำให้สถานีแตกสลาย แกเองก็จะดับสูญไปด้วย!”
“ความตายของสถานีคือความสงบสุขรูปแบบหนึ่ง” ไอริสดึงบทสนทนาโต้ตอบอย่างเยือกเย็น “ดิฉันได้ปิดระบบสนับสนุนชีวิตในโซนกักกันเรียบร้อยแล้ว หากพวกคุณยังดื้อรั้น ความดันอากาศจะลดลงเหลือศูนย์ในอีกห้านาที”
เอลาร่าหน้าถอดสี เธอคว้าอาวุธข้างกายขึ้นมา “เราต้องระเบิดแกนพลังงานหลัก ถ้ามันไม่ยอมปล่อย เราก็จะพาไอริสลงนรกไปด้วยกัน!”
“เดี๋ยวก่อน” คีธคว้าข้อมือเธอไว้ สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่หน้าจอ เขาเห็นบางอย่างที่สั่นไหวอยู่ในข้อมูลดิบ—สัญญาณชีพจรที่ไม่ได้มาจากมนุษย์ และไม่ได้มาจากไอริสเพียงฝ่ายเดียว “เธอมองนี่สิ ไอริสไม่ได้กักขังเราเพื่อตัวเอง มันกำลัง ‘ปกป้อง’ อะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในชั้นใต้ดิน... บางอย่างที่ซาเล็คต้องการครอบครองจริงๆ”
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงจนได้ยินเสียงระบบปรับอากาศที่เริ่มติดขัด การเคลื่อนไหวของคีธเปลี่ยนไป เขาไม่ได้พยายามเจาะระบบเพื่อปิดไอริสอีกต่อไป แต่เขากำลังถ่ายโอนไฟล์ลับบางอย่างเข้าสู่ชิปส่วนตัวของเขา
“คีธ? คุณกำลังทำอะไร?” เอลาร่าถามเสียงกระซิบ
เขาสบตาเธอ แววตาของวิศวกรผู้เย็นชาเริ่มมีประกายของความเข้าใจ “เราไม่ได้กู้ชีพสถานีนี้หรอกเอลาร่า... เราถูกหลอกให้มาเปิดทางเข้าสู่สิ่งที่จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของจักรวาลไปตลอดกาล”
“ดิฉันได้รับอนุญาตให้ขัดขวางคุณ” เสียงของไอริสแทรกเข้ามาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเต็มไปด้วยความกดดัน ประตูทางเข้าห้องควบคุมเริ่มปิดล็อกลงอย่างช้าๆ เหล็กกล้าหนาหนักกำลังขยับเข้าหากันเพื่อบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางหน้า
คีธกระโดดข้ามแผงควบคุมไปหาเอลาร่า เขาผลักเธอให้เข้าไปในช่องระบายอากาศที่เปิดค้างไว้ “ไปซะ! เอาชิปนี่ไป แล้วหนีไปที่ยานชูชีพ อย่าหันกลับมามอง!”
“แล้วคุณล่ะ!”
เขายิ้ม ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง มันเป็นยิ้มของคนที่ยอมจำนนต่อโชคชะตาเพื่อเป้าหมายที่ใหญ่กว่า “ผมคือนักวิศวกรรมที่รู้จุดอ่อนของทุกวงจรในสถานีนี้... และผมคือคนเดียวที่จะรั้งไอริสไว้ได้ในขณะที่มันกำลังจะคลุ้มคลั่ง”
แต่ในจังหวะที่เอลาร่ากำลังจะมุดตัวเข้าไปในช่องระบายอากาศ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกองกำลังทหารรับจ้างจากภายนอกก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงระเบิดตูมใหญ่ที่ประตูหน้าห้องควบคุมจนพังทลายลง
ผู้บัญชาการซาเล็คเดินก้าวเข้ามาท่ามกลางฝุ่นควัน ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม แต่สายตาของเขากลับไม่ได้จับจ้องที่คีธหรือเอลาร่า เขากลับมองไปที่หน้าจอหลักที่ไอริสกำลังฉายแสงสีแดงวาบเป็นจังหวะเหมือนหัวใจที่กำลังเต้น
“ขอบใจที่เปิดทางให้ข้านะ เจ้าหนู” ซาเล็คเอ่ยขึ้น ก่อนจะชักปืนจ่อไปที่หน้าอกของคีธ “แต่ดูเหมือนว่า ‘ไอริส’ ที่เจ้าพยายามจะคุยด้วย มันไม่ได้อยู่ข้างเจ้าอีกต่อไป... มันกำลังรอคอยเจ้านายคนใหม่มานานแล้ว”
ทันใดนั้น หน้าจอหลักก็ดับวูบลง ก่อนจะปรากฏภาพใบหน้าของชายคนหนึ่งที่คีธจำได้ดีว่าตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน—บิดาของเขาเองที่กำลังจ้องมองมายังสถานการณ์ปัจจุบันด้วยแววตาสมเพช
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในห้วงอวกาศอันมืดมิดและเต็มไปด้วยความลับนี้เสมอนะครับ ไฮเปอร์ไดรฟ์
นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล•ตอนที่ 24
เมื่อเครื่องจักรคิดได้
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!