“คีธ... ปล่อยมือเถอะครับ”
เสียงของเอลาร่าสั่นพร่า ลมหายใจของเธอขาดห้วงราวกับเส้นด้ายที่กำลังจะขาดสะบั้น เธอนอนพิงอยู่กับแผงควบคุมที่ถูกแผดเผาด้วยความร้อนของระบบระบายความร้อนที่ระเบิดออก เลือดสีเข้มไหลซึมผ่านรอยขาดของชุดนักบิน ย้อมพื้นโลหะเย็นเฉียบให้กลายเป็นสีสนิม ขณะที่มือข้างหนึ่งของเธอถูกทับอยู่ใต้ซากโครงเหล็กขนาดใหญ่จากแรงสั่นสะเทือนของสถานีไซลอส
คีธ อาร์คานัส ไม่ได้ตอบกลับทันที สองมือของเขาสั่นระริกขณะพยายามกู้คืน ‘คอร์ข้อมูล’ ที่เชื่อมต่ออยู่กับหน่วยความจำของเอลาร่า หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าแสดงกราฟิกสีแดงฉาน—ความคืบหน้าการถ่ายโอนข้อมูลอยู่ที่ 84% หากเขาหยุดตอนนี้ ข้อมูลลับที่กุมชะตาของดวงดาวทั้งระบบจะหายไปตลอดกาล แต่หากเขาฝืนดึงดันต่อไป ความร้อนที่พุ่งสูงขึ้นในห้องนี้จะเผาไหม้ปอดของหญิงสาวจนไม่เหลือชิ้นดี
“ผมบอกว่าให้พอ!” เอลาร่าตะคอก แม้จะไร้เรี่ยวแรง แต่นัยน์ตาของเธอยังคงกร้าวแกร่ง “ซาเล็คกำลังมาถึงประตูเซกเตอร์ 7 อีกไม่เกินสามนาที ถ้าคุณเอาข้อมูลนี้ไปไม่ได้ ต่อให้ฉันรอดไปได้ เราทั้งคู่ก็ตายอยู่ดี คุณรู้นี่คีธ... ตรรกะของคุณมันเรียกร้องอะไร”
คีธกัดฟันจนกรามขึ้นสันชัดเจน ความเย็นชาที่เขาใช้เป็นเกราะป้องกันจิตใจมาตลอดหลายปีเริ่มแตกร้าว เขาเหลือบมองจอดิจิทัลที่นับถอยหลังการมาถึงของกองกำลังทหารรับจ้าง สลับกับใบหน้าที่ซีดเผือดของเอลาร่า ความทรงจำถึงความล้มเหลวในอดีต—วันที่เขาทิ้งลูกเรือคนสุดท้ายไว้ในยานกู้ภัยที่ไร้พลังงาน—ผุดขึ้นมาซ้ำเติมเหมือนคมมีด
“ถ้าผมปล่อยคุณไป ข้อมูลนี้จะกลายเป็นกุญแจที่ซาเล็คใช้เปลี่ยนความเป็นจริง” คีธกล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามคุมให้ราบเรียบที่สุด “นั่นหมายถึงคนนับล้านบนดาวอาณานิคมจะสูญสิ้น”
“และถ้าคุณเอาข้อมูลไป แต่ต้องก้าวข้ามศพฉันไป... คุณคิดว่าคุณจะอยู่กับมันได้เหรอ?” เอลาร่าแค่นยิ้มที่มุมปาก “คุณมันพวกสมบูรณ์แบบที่เกลียดความผิดพลาด คีธ ความตายของฉันคือความล้มเหลวที่ใหญ่ที่สุดที่คุณจะแบกรับไปตลอดชีวิตเชียวนะ”
คีธชะงัก นิ้วมือของเขาลอยอยู่เหนือปุ่ม ‘Force Upload’ ซึ่งจะดูดกลืนข้อมูลทั้งหมดจากนิวรอนของเอลาร่าโดยตรง กระบวนการนี้จะทำให้สมองส่วนหน้าของเธอได้รับความเสียหายอย่างหนักจนอาจกลายเป็นคนไร้สติ หรือที่เลวร้ายกว่านั้น... คือการเสียชีวิตในทันทีจากภาวะช็อกของระบบประสาท
ห้องโถงเริ่มสั่นไหว เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มทหารรับจ้างดังสะท้อนผ่านโครงสร้างโลหะเข้ามาใกล้เรื่อยๆ กลิ่นไหม้ของสายไฟลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ สลับกับกลิ่นคาวเลือดที่เริ่มเข้มข้นขึ้นจนน่าเวียนหัว
“เลือกสิคีธ” เอลาร่ากระซิบ “เลือกระหว่างความหวังของดวงดาว... หรือหัวใจของตัวเอง”
คีธหลับตาลง ภาพเหตุการณ์ในอดีตพุ่งเข้าใส่ดั่งพายุ เขาจำได้แม่นถึงความรู้สึกที่ปล่อยมือจากลูกเรือคนนั้น ความรู้สึกที่เหมือนส่วนหนึ่งของวิญญาณได้ตายจากไปตั้งแต่วันนั้น แต่ครั้งนี้... ครั้งนี้เขามีความสามารถในการ ‘แก้ไข’ มัน
“ผมจะไม่ยอมเสียใครไปอีก” คีธพึมพำ ก่อนจะหันมาคว้าปืนเลเซอร์ข้างกาย
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เล็งปืนไปที่กลไกเหล็กที่ทับขาของเอลาร่าอยู่ แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะเหนี่ยวไก สัญญาณเตือนภัยในสถานีก็เปลี่ยนระดับเป็นสีม่วง—สัญญาณการเปิดใช้งานโหมด ‘ทำลายตนเอง’ (Self-Destruct)
“บ้าเอ๊ย!” คีธสบถ เขาหันกลับมาที่แผงควบคุม “สถานีกำลังจะระเบิด ซาเล็คเปิดระบบทำลายตัวเองเพื่อปิดปากเราทั้งคู่!”
“คุณต้องไป!” เอลาร่าตะโกนสุดเสียงเมื่อเห็นเขาวิ่งกลับมาหาเธอ “คีธ! เอาข้อมูลไป แล้วทิ้งฉันไว้ที่นี่! ถ้าคุณไม่ทำ เราตายกันหมด!”
คีธคว้าแขนของเอลาร่าไว้แน่น สายตาของเขาเปลี่ยนไปจากความลังเลเป็นความเด็ดเดี่ยวที่เยือกเย็น เขาไม่ได้เลือกข้อมูล และไม่ได้เลือกจะทิ้งเธอ แต่เขาตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขาคว้าพอร์ตเชื่อมต่อข้อมูลจากแผงควบคุมเสียบเข้าที่พอร์ตสำรองที่ท้ายทอยของตนเองแทน
“คีธ! อย่า! นั่นมันจะทำให้คุณ—”
“ถ้าความทรงจำของผมมันจะพังทลายลงเพราะข้อมูลนั่น ผมก็ยินดี” คีธกล่าวพร้อมกับเริ่มกระบวนการถ่ายโอนข้อมูลเข้าสู่สมองของตนเองโดยตรง “แต่ผมจะไม่ทิ้งคุณไว้ที่นี่แน่นอน”
ทันใดนั้น บานประตูห้องโถงถูกระเบิดออกด้วยแรงอัดมหาศาล ร่างของชายร่างใหญ่ในชุดเกราะทหารรับจ้างสีดำทะมึนก้าวเข้ามาพร้อมปืนไรเฟิลจ่อตรงมาที่พวกเขา ผู้บัญชาการซาเล็คก้าวออกมาจากเงามืด นัยน์ตาของเขาไร้ซึ่งความปรานี
“ซึ้งใจเหลือเกิน” ซาเล็คเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือก “การเสียสละเพื่อความรัก... แต่น่าเสียดายที่ในจักรวาลนี้ ความรักไม่ได้มีค่าเท่ากับเทคโนโลยีที่ผมต้องการ”
ซาเล็กลดปืนลงและยิ้มเหี้ยมเกรียม “ฆ่าผู้หญิงคนนั้นซะ แล้วเอาข้อมูลจากหัวของวิศวกรคนนี้มาให้ฉัน... แบบไม่ต้องรอให้มันถ่ายโอนจนเสร็จ”
คีธรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่แล่นพล่านในกะโหลกศีรษะ ข้อมูลมหาศาลกำลังไหลทะลักเข้ามาจนเขารู้สึกเหมือนดวงตาจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เขาหันไปมองเอลาร่าที่พยายามจะคว้าปืนของเธอเอง แต่ถูกทหารของซาเล็คกดร่างเอาไว้กับพื้นด้วยรองเท้าบูทหนักๆ
วินาทีแห่งการตัดสินใจครั้งสุดท้ายมาถึง คีธรู้ดีว่าหากเขายกเลิกการเชื่อมต่อตอนนี้ สมองของเขาจะไหม้เกรียมจากโอเวอร์โหลด แต่ถ้าเขาสั่งการ ‘ระเบิดนิวเคลียร์ขนาดจิ๋ว’ ที่เขาซ่อนไว้ในฐานระบบของสถานี ความตายจะมาเยือนทุกคน ณ ที่แห่งนี้
นิ้วมือของเขาขยับไปที่คีย์เวิร์ดลับบนหน้าจอโฮโลแกรม... ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทั้งห้อง ราวกับจักรวาลหยุดหายใจ
ซาเล็คยื่นมือออกมา “ส่งข้อมูลมาคีธ แล้วฉันจะปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้ตายอย่างสงบ... นี่คือทางเลือกเดียวที่นายมี”
คีธเงยหน้าขึ้นมองศัตรู ดวงตาของเขาฉายแววสีฟ้าจางๆ จากการรับข้อมูลที่ไหลผ่านสมอง ก่อนที่เขาจะกระตุกยิ้มที่มุมปาก “ผมว่าคุณเข้าใจผิดแล้วล่ะผู้บัญชาการ... ผมไม่ได้ถูกขังอยู่กับคุณ แต่คุณต่างหากที่ถูกขังอยู่กับผม”
คีธกดรหัสผ่านสุดท้าย—เสียงสัญญาณเตือนภัยดับลงเงียบสนิท ทว่ากลับแทนที่ด้วยเสียงการทำงานของระบบขับเคลื่อนนิวเคลียร์ที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่งจนห้องสั่นสะเทือนไปถึงโครงสร้างหลัก
ขอให้ทุกท่านร่วมเดินทางไปกับผมในบทถัดไป เพราะความจริงที่คีธเพิ่งได้รับรู้ กำลังจะเปลี่ยนทุกอย่างที่เขาเคยเชื่อไปตลอดกาลครับ ไฮเปอร์ไดรฟ์
นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล•ตอนที่ 25
ทางเลือกที่โหดร้าย
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!