"อย่าขยับตัวแรง คีธ ถ้าสายเคเบิลนั่นขาด แรงเฉื่อยจะเหวี่ยงคุณออกไปสู่ความว่างเปล่าโดยไม่มีวันหวนกลับ"
เสียงของเอลาร่าผ่านระบบสื่อสารสั่นพร่าเล็กน้อย มันไม่ใช่ความกลัว แต่มันคือการเตือนสติในจังหวะที่หัวใจของผมกำลังเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากทรวงอก ผมหายใจเข้าลึก พยายามกดความตื่นตระหนกที่แฝงอยู่ในสัญชาตญาณสัตว์ป่าให้จมลงไปภายใต้เปลือกนอกที่นิ่งเฉยตามแบบฉบับของวิศวกรที่ยึดถือตรรกะเป็นสรณะ
ภายนอกสถานีไซลอสไม่มีเสียงใดๆ ทั้งสิ้น มันคือความเงียบงันที่ลึกซึ้งจนเกือบจะน่าขนลุก เบื้องหน้าของผมคือแผงควบคุมระบบพยุงชีพที่พังทลายจากการปะทะครั้งล่าสุด ชิ้นส่วนเหล็กกล้าบิดเบี้ยวลอยละล่องอยู่ในสภาวะไร้น้ำหนัก ราวกับซากปรักหักพังของซากเรืออับปางที่ถูกทิ้งไว้กลางมหาสมุทรแห่งความมืดมิด
"ผมทราบแล้ว เอลาร่า" ผมตอบกลับขณะที่มือสวมถุงมือแม่เหล็กพยายามยึดเกาะโครงเหล็กของตัวสถานี "แต่ถ้าเราไม่รีบเชื่อมวงจรนี้ภายในสิบนาที ระบบออกซิเจนจะปิดตัวลงถาวร ต่อให้คุณมีข้อมูลลับที่กุมชะตาจักรวาลเอาไว้แค่ไหน สุดท้ายเราก็เป็นแค่ศพที่ลอยอยู่ในสุญญากาศเท่านั้น"
"คุณมักจะพูดให้ทุกอย่างดูแย่เสมอเลยนะ คีธ" เอลาร่าแค่นหัวเราะในลำคอ ซึ่งมันช่วยให้บรรยากาศที่ตึงเครียดผ่อนคลายลงได้บ้าง "แต่ถ้าคุณซ่อมมันไม่ได้จริงๆ... คุณก็แค่หาทางกลับเข้ามาให้ทันก่อนที่ผู้บัญชาการซาเล็คจะรู้ว่าเราหนีออกมาข้างนอก"
ซาเล็ค... ชื่อนั้นดังก้องอยู่ในหัวผม พร้อมกับความทรงจำที่คีธเพิ่งได้รับรู้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ข้อมูลที่เอลาร่าส่งให้—ไฟล์ที่ถูกเข้ารหัสลับและซ่อนอยู่ในฐานข้อมูลเก่าแก่ของสถานี—มันบ่งบอกว่าซาเล็คไม่ได้ต้องการแค่ครอบครองเทคโนโลยีเปลี่ยนความเป็นจริง แต่เขาคือ 'ผลผลิต' ของมัน และสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ ไม่ใช่การสร้างอำนาจ แต่มันคือการลบตัวตนของใครบางคนออกจากประวัติศาสตร์
ผมเอื้อมมือไปคว้าคีมตัดวงจร แสงไฟจากหน้าจอแสดงผลชุดอวกาศของผมสะท้อนกับกระจกหมวก รอยร้าวเล็กๆ ที่มุมซ้ายของหมวกเริ่มส่งสัญญาณเตือน ผมต้องรีบจบเรื่องนี้
"เอลาร่า" ผมเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังขยับสายไฟเส้นสุดท้าย "สิ่งที่คุณบอกผมก่อนหน้านี้... เรื่องที่ซาเล็คมีส่วนเกี่ยวข้องกับการล่มสลายของสถานีวิจัยเบต้า คุณแน่ใจใช่ไหมว่านั่นไม่ใช่แค่เรื่องเล่าที่เขาใช้ปั่นหัวพวกเรา?"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงลมหายใจของผมที่ดังอยู่ในหมวกอวกาศ ก่อนที่เอลาร่าจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบกว่าเดิม
"ถ้ามันเป็นแค่เรื่องเล่า ทำไมคุณถึงได้สั่นขนาดนั้นตอนเห็นรายชื่อผู้เสียชีวิตในไฟล์ชุดนั้นล่ะ คีธ? อย่าลืมสิว่าคนหนึ่งในนั้น คือคนเดียวกับที่เคยตั้งชื่อให้คุณก่อนคุณจะถูกส่งเข้าโปรแกรมฝึกทหาร"
มือของผมชะงัก สายไฟที่กำลังจะเชื่อมต่อค้างอยู่กลางอากาศ ความเย็นเยียบจากภายนอกดูเหมือนจะแทรกซึมผ่านชุดอวกาศเข้ามาจับที่ขั้วหัวใจ ข้อมูลที่เธอพูดถึงไม่ใช่แค่ไฟล์ประวัติศาสตร์ มันคือเศษเสี้ยวของอดีตที่ผมพยายามฝังกลบไว้ภายใต้ความเย็นชาของวิศวกรผู้ไร้หัวใจ
ในขณะที่ผมกำลังจะลงมือเชื่อมวงจร แสงไฟสีแดงสลับขาวบนแผงควบคุมที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของสถานีก็สว่างวาบขึ้น มันไม่ใช่สัญญาณเตือนจากระบบ แต่มันคือสัญญาณรหัสที่ผมจำได้ขึ้นใจ
'รหัสเรียกตัวจากเครือข่ายของซาเล็ค'
"คีธ... ถอยออกมาเดี๋ยวนี้!" เอลาร่าตะโกนผ่านคลื่นวิทยุ เสียงของเธอขาดห้วงเหมือนมีสัญญาณรบกวนบางอย่างจงใจแทรกแซง "ซาเล็คไม่ได้อยู่ในห้องบัญชาการ เขาอยู่ที่นั่น! เขาอยู่ที่นั่นกับคุณ!"
ผมหันขวับไปมองรอบตัวในความมืดมิดของสุญญากาศ ท่ามกลางชิ้นส่วนโลหะที่ลอยคว้าง เงาร่างหนึ่งที่ถูกปกคลุมด้วยชุดอวกาศสีดำสนิทค่อยๆ เคลื่อนตัวออกมาจากมุมมืดของส่วนเครื่องยนต์ มันไม่ได้ใช้อุปกรณ์ช่วยเคลื่อนที่ แต่มันขยับตัวราวกับว่าแรงดึงดูดของสถานีแห่งนี้กำลังเต้นตามจังหวะที่เขากำหนด
ร่างนั้นหยุดนิ่งห่างจากผมเพียงสิบเมตร แสงไฟจากหมวกของเขาส่องมาที่ผมโดยตรง มือข้างหนึ่งของเขาถืออุปกรณ์บางอย่างที่ดูเหมือนตัวจุดชนวนระเบิดพัลส์ขนาดพกพา
"ความจริงที่แกเพิ่งได้รับรู้น่ะ คีธ" เสียงของซาเล็คดังผ่านระบบสื่อสารของผมโดยตรง น้ำเสียงของเขานิ่งเรียบและทรงอำนาจจนน่าขนลุก "มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของจุดจบ แต่สิ่งที่น่าเศร้ากว่านั้นคือ... แกมาซ่อมสิ่งที่ควรจะพังทลายลงมานานแล้ว"
เขากดปุ่มในมือ เสียงอึกทึกก้องกังวานผ่านโครงสร้างเหล็กของสถานี สภาวะไร้น้ำหนักเริ่มแปรปรวน แรงดึงดูดจำลองของสถานีที่ผมพยายามซ่อม กำลังเปลี่ยนทิศทางอย่างบ้าคลั่ง มันดึงร่างของผมให้พุ่งเข้าหาเขาราวกับถูกแม่เหล็กมหาศาลดึงดูดเข้าหากัน
แต่ก่อนที่ผมจะทันได้ตั้งตัว ประตูลับที่อยู่ด้านหลังของซาเล็คก็เปิดออก พร้อมกับร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่ผมไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นอีกครั้ง... เธอคนนั้นที่ผมเชื่อว่าตายไปพร้อมกับสถานีวิจัยเบต้าเมื่อสิบปีก่อน
"หยุดนะซาเล็ค" เสียงของเธอนิ่งและทรงพลัง จนแม้แต่ซาเล็คยังต้องชะงัก "ความลับที่คีธถืออยู่น่ะ... มันไม่ใช่แค่ข้อมูล แต่มันคือปุ่มกดทำลายล้างที่แกเองก็ไม่กล้าเปิดใช้"
ผมลอยเคว้งอยู่กลางอวกาศ มองดูคนสองคนเผชิญหน้ากัน โดยที่ชีวิตของผมแขวนอยู่บนเส้นด้ายของระบบออกซิเจนที่กำลังรั่วไหลอย่างรวดเร็ว ความจริงที่ว่าผู้หญิงคนนี้ยังมีชีวิตอยู่ หรือความลับที่ซาเล็คพยายามปกปิด... อะไรกันแน่ที่อันตรายกว่ากัน?
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสุญญากาศไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ไฮเปอร์ไดรฟ์
นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล•ตอนที่ 26
ความเงียบในสุญญากาศ
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!