"ถ้าแกจะมือสั่นขนาดนั้น ก็วางประแจลงเสีย คีธ ก่อนที่ระบบระบายความร้อนของสถานีจะพังพินาศไปมากกว่านี้"
น้ำเสียงของเอลาร่าราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความกังวลที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของความเย็นชา เธอไม่ได้หันมามองผม ดวงตาของเธอยังคงจดจ้องอยู่กับหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงค่าความผันผวนของสนามมิติรอบสถานีไซลอส ตัวเลขสีแดงฉานกำลังเต้นระบำอย่างบ้าคลั่ง บ่งบอกว่ากำแพงความเป็นจริงในบริเวณนี้กำลังบางลงทุกขณะ
ผมสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอับชื้นของโลหะเก่าแก่และกลิ่นโอโซนที่เกิดจากการลัดวงจรตีรวนอยู่ในโพรงจมูก มือที่ถือประแจอยู่สั่นเทาจริงอย่างที่เธอว่า แต่มันไม่ใช่เพราะความกลัว มันคือความรู้สึก... เหมือนมีเข็มพันเล่มกำลังทิ่มแทงเข้าไปในระบบประสาทของผม
"ผมไม่ได้มือสั่นเพราะกลัว เอลาร่า" ผมตอบกลับไป เสียงของผมแหบแห้งและแห้งผากราวกับไม่ได้ดื่มน้ำมาแรมปี "ผมแค่มองเห็น... เงาของคนที่ตายไปแล้ว"
เอลาร่าชะงัก เธอหมุนเก้าอี้กลับมามองผม ดวงตาสีเหล็กกล้านั้นหรี่ลง "อย่ามาเล่นตลกในเวลานี้ คีธ ความล้มเหลวครั้งก่อนที่ดาวอังคารมันจบลงไปแล้ว แกไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ลูกเรือพวกนั้นต้องตาย"
"ไม่ใช่ความฝัน" ผมสวนกลับ พลางทิ้งประแจลงบนพื้นโลหะ เสียงกระทบของมันดังก้องไปทั่วห้องเครื่องที่เงียบสงัด "พวกเขายืนอยู่ตรงนั้น... หลังตู้ควบคุมตัวที่สาม เห็นไหม? เลือดที่ไหลซึมออกมาจากชุดอวกาศของกัปตันวินเซนต์... มันเป็นสีม่วง เพราะสนามมิติมันกำลังบิดเบือนทุกอย่าง แม้กระทั่งความทรงจำที่ตายไปแล้วของผม"
ผมก้าวถอยหลังโดยไม่ตั้งใจ ภาพหลอนตรงหน้าชัดเจนเกินกว่าจะเป็นเพียงการทำงานผิดพลาดของสมอง กัปตันวินเซนต์ยืนอยู่ตรงนั้น ร่างของเขาโปร่งแสงราวกับถูกฉายจากโปรเจกเตอร์ที่เสียศูนย์ เขาจ้องมองมาที่ผมด้วยดวงตาที่กลายเป็นหลุมดำมืดมิด มือข้างที่ขาดรุ่งริ่งของเขาชี้มาที่หน้าอกของผม
"คีธ... ถ้าแกมองเห็นอะไร ก็จงปิดตาเสีย!" เอลาร่าพุ่งตัวเข้ามาคว้าไหล่ผมไว้ แรงบีบของเธอหนักแน่นจนผมรู้สึกถึงความเจ็บปวด ซึ่งนั่นเป็นสิ่งเดียวที่ดึงผมกลับมาจากขอบเหวแห่งสติสัมปชัญญะ
"มันกำลังสื่อสาร..." ผมพึมพำ สายตายังคงตรึงอยู่ที่ร่างนั้น "มันไม่ได้มาเพื่อแก้แค้น แต่มันมาเพื่อเตือน... ซาเล็คไม่ได้ต้องการแค่เทคโนโลยีนี้ เขาต้องการพามันกลับไปที่ที่มันเคยอยู่... พาทุกอย่างที่พังทลายกลับมาเริ่มใหม่ด้วยความบิดเบี้ยว"
"ซาเล็คเป็นแค่ทหารรับจ้างหิวกระหายอำนาจ เขาไม่มีทางเข้าใจความซับซ้อนของสนามมิติได้เท่ากับพวกเรา" เอลาร่ากล่าวพลางลากผมไปที่แผงควบคุมหลัก "แกต้องตั้งสติ เดี๋ยวนี้! ถ้าสนามมิตินี่แตกรั่วออกไป ไม่ใช่แค่สถานีไซลอสที่จะหายไป แต่มันจะลากเอาดวงดาวข้างเคียงให้กลายเป็นเศษซากเหมือนกับที่แกเห็นในอดีตของแกเอง!"
ผมกัดฟันแน่นจนรู้สึกถึงรสเลือดในปาก ความทรงจำที่เลวร้ายที่สุดกำลังฉายซ้ำราวกับม้วนฟิล์มที่ติดขัด ผมเห็นตัวเองในอดีต ยืนอยู่หน้าแผงควบคุมลำเซเนธ กดปุ่มสั่งการด้วยความมั่นใจที่โง่เขลา และผลลัพธ์คือการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต
ผมพยายามจดจ่อกับงานตรงหน้า ปลายนิ้วแตะลงบนคีย์บอร์ดเรืองแสง เสียงการทำงานของระบบเกียร์ที่บดเคี้ยวกันฟังดูเหมือนเสียงกระดูกที่กำลังหักสะบั้น ผมต้องคำนวณค่าพิกัดการไหลเวียนของพลังงานให้ทันเวลา ก่อนที่มิติจะฉีกขาดกว้างขึ้น
"คีธ..." เสียงของกัปตันวินเซนต์ไม่ได้ดังออกมาจากอากาศ แต่ดังขึ้นในหัวของผม มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน "นายพลาดอีกครั้ง... นายเลือกช่วยสถานี แทนที่จะช่วยชีวิต..."
"หุบปาก!" ผมตะโกนลั่นห้อง เอลาร่าสะดุ้งเล็กน้อย แต่เธอไม่ได้หยุดมือจากการเชื่อมต่อรหัสผ่านกับศูนย์กลางสถานี
"แกคุยกับใคร!" เธอถามน้ำเสียงเข้ม
"ผมไม่ได้คุยกับใคร!" ผมพ่นคำตอบออกไปพร้อมกับรัวนิ้วลงบนหน้าจอ ระบบป้องกันของสถานีเริ่มตอบสนองต่อการกระทำของผม เสียงไซเรนแจ้งเตือนดังระงมไปทั่วห้องโถง แต่มันกลับฟังดูเหมือนเสียงกรีดร้องของลูกเรือบนลำเซเนธในวันนั้น
ทันใดนั้น บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไป ความกดอากาศดิ่งวูบจนหูอื้อ สิ่งของรอบตัวเริ่มลอยคว้าง ราวกับแรงโน้มถ่วงถูกปิดสวิตช์ เงาของคนตายรอบตัวผมเริ่มรวมตัวกันเป็นมวลก้อนพลังงานสีเข้มที่บิดเบี้ยว มันไม่ใช่ภาพหลอนอีกต่อไป... มันคือผลกระทบจากการที่สนามมิติเริ่ม "กลืนกิน" อดีตเข้ามาสู่ปัจจุบัน
"เอลาร่า... หลบไป!" ผมผลักเธอออกไปให้พ้นวิถีของรอยแยกมิติที่กำลังก่อตัวกลางห้อง
ร่างของซาเล็คก้าวออกมาจากรอยแยกนั้นจริงๆ เขาไม่ได้เดินมาด้วยเท้า แต่ร่างของเขาเลื่อนไหลผ่านมิติมาราวกับหยดหมึกที่หยดลงในน้ำ เขาถืออุปกรณ์แปลกประหลาดที่ส่งเสียงหึ่งๆ ในมือ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและความสมหวัง
"คุณวิศวกรอัจฉริยะ" ซาเล็คเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าและฟังดูเหมือนมีเสียงคนหลายพันคนพูดซ้อนทับกัน "ขอบคุณที่เปิดประตูบานนี้ให้... รอยร้าวในใจของคุณ คือกุญแจที่ดีที่สุดในการไขมิตินี้จริงๆ"
เอลาร่าชักปืนพกออกมาหมายจะเล็งไปที่ซาเล็ค ทว่าอาวุธในมือของเธอกลับกลายเป็นเพียงก้อนทรายที่สลายหายไปกับตา เมื่อรอยแยกมิตินั้นแผ่ขยายอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของห้อง
"อย่าได้ขยับ" ซาเล็คสั่ง พลางชี้นิ้วมาที่ผม "ถ้าแกขยับอีกเพียงก้าวเดียว... อดีตที่แกพยายามหนีมาตลอดสิบปี จะกลายเป็นปัจจุบันที่แกต้องจมอยู่กับมันไปชั่วนิรันดร์... คีธ นายพร้อมจะเผชิญหน้ากับวินเซนต์ตัวจริงแล้วหรือยัง?"
ผมมองไปที่ซาเล็ค ก่อนจะเปลี่ยนสายตาไปที่เงาของกัปตันวินเซนต์ที่ตอนนี้เริ่มมีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบจะเป็นมนุษย์จริงๆ ในมือของเขามีปืนประจำตัวที่ยังคงเล็งมาที่หน้าผากของผม
ผมรู้ดีว่าหากผมตัดสินใจผิดเพียงวินาทีเดียว สิ่งที่จะหายไปไม่ใช่แค่ชีวิตของผม แต่คือทุกอย่างที่ผมพยายามกอบกู้มาตลอดเส้นทางนี้
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดในห้วงอวกาศไปกับผมครับ
ไฮเปอร์ไดรฟ์
นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล•ตอนที่ 27
เงาของความผิดพลาด
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!