"ถ้าคุณลั่นไกนั่นลงไปเพียงมิลลิเมตรเดียว สิ่งที่จะเหลืออยู่บนโต๊ะนี้ไม่ใช่ข้อเสนอ แต่เป็นเศษซากของสถานีที่กำลังจะระเบิดเป็นจุณในอีกห้านาทีข้างหน้า ผมแนะนำว่าลดปืนลง แล้วมาคุยกันด้วยตรรกะที่ควรจะเป็นดีกว่าครับ คุณวาร์คัส"
คีธ อาร์คานัส เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แววตาของเขาไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความหวาดกลัว เขาเพียงแค่ขยับเนคไทที่ยับย่นเล็กน้อย พลางจ้องมองไปที่ลำกล้องปืนพลาสม่าที่จ่ออยู่ระหว่างคิ้วของเขา
บรรยากาศภายในห้องประชุมลับบนสถานีอวกาศชั้นนอกของเขตเนบิวลาสีเลือดนั้นหนาทึบไปด้วยกลิ่นสนิมและโอโซน เอลาร่า วอยด์ นั่งอยู่ข้างๆ คีธ มือของเธอสอดประสานกันแน่นอยู่ใต้โต๊ะ แต่นัยน์ตาคู่คมกลับกวาดมองกลุ่มกบฏเบื้องหน้าอย่างวิเคราะห์ ทุกการเคลื่อนไหวของคนเหล่านี้คือข้อมูลที่เธอต้องประมวลผล
วาร์คัส ผู้นำกองกำลังกบฏแห่งระบบดาวคาร์ซัส แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงของเขาสั่นพร่าด้วยความแค้นที่สั่งสมมานาน "ตรรกะงั้นหรือ? พวกคุณมาจากไซลอส พวกคุณมันก็แค่เครื่องมือของพวกชนชั้นสูงที่มองเราเป็นเพียงก้อนแร่ธาตุที่ขุดเจาะได้! ทำไมผมถึงต้องเชื่อใจคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในถิ่นของผมพร้อมกับคำพูดสวยหรูพวกนี้ด้วย"
"เพราะคุณไม่มีทางเลือกอื่นไงครับ" คีธตอบกลับทันควันโดยไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามได้ตั้งตัว "ผู้บัญชาการซาเล็คกำลังเคลื่อนพลเข้าสู่เขตวงแหวนภายในอีกไม่ถึงสิบชั่วโมง หากคุณไม่ร่วมมือกับเราเพื่อเข้าถึงระบบควบคุมการป้องกันของไซลอส ทั้งคาร์ซัสและฐานที่มั่นของคุณจะกลายเป็นสนามทดลองอาวุธชนิดใหม่ของเขา คุณคงไม่อยากเห็นคนของคุณต้องกลายเป็นเหยื่อสังเวยเทคโนโลยีเปลี่ยนความเป็นจริงหรอก ใช่ไหมครับ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุม มีเพียงเสียงฮัมต่ำๆ ของเครื่องปั่นไฟที่กำลังจะเสื่อมสภาพเป็นเพื่อนร่วมสนทนา วาร์คัสชะงักไปเล็กน้อย นิ้วชี้ที่เหนี่ยวไกปืนค่อยๆ ผ่อนแรงลง แต่เขายังไม่ลดปืนลงเสียทีเดียว
"ข้อเสนอคืออะไร?" วาร์คัสถามด้วยเสียงที่กดต่ำลง
เอลาร่าขยับตัวขึ้นเล็กน้อย เธอเป็นคนส่งมอบไฟล์ข้อมูลดิจิทัลที่เข้ารหัสไว้อย่างหนาแน่นลงบนโต๊ะ "รหัสผ่านในการเข้าถึงเครือข่ายดาวเทียมตรวจจับของสถานีไซลอส แลกกับการที่คุณต้องเปิดทางให้พวกเราเข้าถึงท่าเรือขนส่งที่ถูกปิดตาย คุณจะได้อาวุธสำรองที่อยู่ในคลังนั่น ส่วนพวกเรา... เราแค่ต้องการทางออกไปจากขุมนรกนี่"
"คุณโกหก" วาร์คัสหรี่ตาลง "คุณไม่ใช่แค่หนี คุณต้องการสิ่งที่ซาเล็คกำลังตามหา... คุณต้องการ 'แกนกลางของความเป็นจริง' (Reality Core)"
คีธนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาสัมผัสได้ถึงความกดดันที่พุ่งเข้าใส่ แต่เขายังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นไว้ได้เป็นอย่างดี เขาค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำโลหะขึ้นมาจิบช้าๆ เป็นการแสดงออกถึงความมั่นใจที่เกินกว่าปกติ
"ผมเป็นวิศวกรครับคุณวาร์คัส ผมสนใจแค่เรื่องการซ่อมแซมและระบบที่ทำงานผิดพลาด สิ่งที่อยู่ข้างในนั้นสำหรับผมมันก็แค่พลังงานรูปแบบหนึ่งที่ไม่เสถียร แต่ถ้าคุณต้องการจะแลกเปลี่ยนชีวิตของคนทั้งระบบดาวด้วยความกลัวในสิ่งที่ผมไม่ได้ครอบครอง ผมว่าเรากำลังเสียเวลากันทั้งคู่"
ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะแตกหัก เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับต่ำก็ดังแทรกขึ้นมาจากเครื่องสื่อสารที่ข้อมือของวาร์คัส ใบหน้าของหัวหน้ากบฏเปลี่ยนสีทันที เขาหันไปฟังข้อความที่เข้ารหัสสั้นๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคีธด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
"ซาเล็คมาถึงเร็วกว่ากำหนด..." วาร์คัสกัดฟันกรอด "พวกเขากำลังสแกนหาความร้อนในเขตนี้!"
คีธลุกขึ้นยืนทันทีอย่างเป็นธรรมชาติแต่รวดเร็ว เขาไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนก "ถ้าอย่างนั้น เรามีเวลาตัดสินใจไม่มากครับ คุณจะสู้กับกองทัพที่มาพร้อมกับอาวุธทำลายล้างสูงด้วยปืนกระบอกเดียว หรือจะยอมรับเงื่อนไขของคนที่รู้ช่องโหว่ของระบบมากกว่าใครในจักรวาลนี้?"
วาร์คัสสบตากับเอลาร่า ก่อนจะผงกหัวให้ลูกน้องลดอาวุธลง "ถ้าพวกคุณทำให้ผมตาย ผมจะตามไปหลอกหลอนถึงขุมนรกคอยดู!"
"ผมเกรงว่าที่นั่นคงจะเต็มไปด้วยคนประเภทเราพอดีนะครับ" คีธตอบด้วยรอยยิ้มจางๆ ก่อนจะหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเชื่อมต่อกับระบบควบคุมประตูของห้องโถงกบฏทันที
ทว่า ในขณะที่รหัสกำลังถูกถอดรหัสผ่านเกตเวย์ ประตูห้องประชุมก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างรุนแรงจนบานประตูเหล็กกล้าบุบเบี้ยว กองกำลังทหารรับจ้างในชุดเกราะสีดำทมิฬพุ่งเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ ไม่ใช่ทหารของวาร์คัส และไม่ใช่หน่วยของซาเล็คที่พวกเขาคาดเดาไว้
แต่เป็นกลุ่มคนที่เอลาร่าจำสัญลักษณ์บนไหล่ของพวกเขาได้แม่นยำ—มันคือสัญลักษณ์ของ 'กองกำลังพิทักษ์จักรวรรดิที่สาบสูญ'
บุคคลที่เดินนำหน้าเข้ามาไม่ใช่ทหารระดับทั่วไป แต่เป็นชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มที่คีธคุ้นเคยดี ชายผู้นั้นปัดฝุ่นออกจากไหล่ตัวเองราวกับเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นที่บ้าน ไม่ใช่ฐานทัพกบฏที่เต็มไปด้วยอาวุธ
"คุณคีธ... ผมบอกคุณแล้วใช่ไหมครับ ว่าอย่าพยายามซ่อมสิ่งที่คนอื่นตั้งใจทำลาย"
คีธนิ่งงัน หัวใจของเขาเต้นรัวเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือคนที่เขาเคยเรียกว่า 'อาจารย์' ผู้ที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน พร้อมกับความล้มเหลวที่กลายเป็นบาดแผลในใจของเขามาจนถึงทุกวันนี้
"อาจารย์... เป็นไปได้ยังไง?" คีธพึมพำออกมา
ชายคนนั้นยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะชักปืนพกกระบอกเล็กจ่อไปที่คีธ "เรายังมีเรื่องที่ต้องสะสางกันอีกเยอะครับ... ทั้งเรื่องโปรเจกต์ไซลอส และเรื่องชีวิตที่คุณขโมยไปจากผม"
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของคีธ อาร์คานัส มาจนถึงตอนนี้นะครับ ไฮเปอร์ไดรฟ์สัญญาว่าจะไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวังในตอนถัดไปครับ
นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล•ตอนที่ 28
พันธมิตรที่คาดไม่ถึง
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!