“อย่าพยายามแกะรหัสผ่านเลเยอร์ที่สามนั่น คีธ ถ้าคุณไม่อยากให้สมองของคุณกลายเป็นขี้เถ้าเพราะระบบป้องกันตัวเองของไซลอส”
เอลาร่า วอยด์ วางปืนพลาสม่าลงบนโต๊ะโลหะที่เต็มไปด้วยคราบน้ำมันหล่อลื่น เสียงเหล็กกระทบกันดังก้องกังวานในความเงียบงันของห้องควบคุมส่วนท้าย เธอจ้องมองคีธ อาร์คานัสด้วยสายตาที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งในห้วงอวกาศลึก แต่มือที่สั่นระริกของเธอกลับไม่อาจซ่อนความวิตกที่กัดกินใจได้
คีธไม่ตอบ เขาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากแผงวงจรที่เปิดอ้าอยู่ นิ้วเรียวยาวของเขาขยับพริ้วไหวไปตามกระแสข้อมูลดิจิทัลที่วิ่งผ่านม่านตาเลนส์เสริมของเขา ประกายไฟสีฟ้าจางๆ สะท้อนในดวงตาที่ไร้แววอารมณ์ของชายหนุ่ม เขาไม่ใช่คนประเภทที่จะยอมหยุดเพียงเพราะคำเตือนของอดีตสายลับ ความเย็นชาของเขาคือเกราะกำบัง และความอยากรู้อยากเห็นคือดาบที่เขาสวมวิญญาณเป็นคมมีด
“เสียงนั่นไม่ใช่สัญญาณรบกวนทั่วไป เอลาร่า” คีธกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนเกือบจะเป็นเสียงโมโนโทน “มันมีจังหวะ... มีความถี่ที่สอดคล้องกับคลื่นสมองของมนุษย์ แต่มันถูกบิดเบือนด้วยอัลกอริทึมทหารระดับที่สถานีร้างแบบนี้ไม่ควรจะมี”
“สถานีนี้ไม่ได้ร้างอย่างที่เราคิด” เอลาร่าขยับเข้ามาใกล้ กลิ่นอายของความตายและโอโซนจากเสื้อผ้าของเธอโชยมาปะทะจมูกคีธ “ซาเล็คไม่ได้ทิ้งมันไว้ให้เน่าเปื่อย มันคือคุก... คุกที่เก็บกักอะไรบางอย่างที่แม้แต่พวกกองกำลังรับจ้างของเขายังกลัวที่จะแตะต้อง”
คีธชะงักนิ้ว กราฟิกสีเขียวที่วิ่งพล่านบนหน้าจอโฮโลแกรมหยุดกะทันหัน เสียงหึ่งๆ ที่เคยเป็นดั่งเพลงกล่อมเด็กในความเงียบของสถานีเปลี่ยนโทนไป มันกลายเป็นเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูเหมือนการสวดอ้อนวอนของใครบางคน—หรือบางสิ่งที่พยายามเลียนแบบมนุษย์
*‘...อา...คานัส...’*
คีธขนลุกซู่ไปทั้งร่าง เขาขมวดคิ้วแน่น สติสัมปชัญญะสั่งให้เขาตัดการเชื่อมต่อ แต่ความสงสัยในฐานะวิศวกรผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อปริศนาใดในจักรวาลรั้งเขาไว้ เขากำลังจะได้ยินเสียงที่เรียกชื่อเขา... ในสถานีที่เขาคิดว่ามีเพียงเขาและผู้หญิงคนนี้เท่านั้น
“คุณได้ยินไหม?” คีธถามเบาๆ
เอลาร่านิ่งงัน ดวงตาของเธอเบิกกว้าง “ฉันไม่ได้ยินอะไรเลยนอกจากเสียงระบบระบายอากาศ”
“มันเรียกชื่อผม” คีธหันมามองเธอ ใบหน้าของเขาซีดเผือด “ไม่ใช่น้ำเสียงของเครื่องจักร แต่มันคือเสียงของ... ของคนที่ตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน”
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที แรงดันอากาศภายในสถานีสั่นสะเทือน ความกดอากาศลดต่ำลงจนหูอื้ออึง คีธคว้าเครื่องมือวัดคลื่นความถี่ขึ้นมาสแกนรอบทิศทาง พิกัดสัญญาณไม่ได้มาจากนอกสถานี แต่พุ่งตรงมาจากหลังกำแพงเหล็กกล้าหนาเตอะที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร ซึ่งเป็นเขตหวงห้ามที่เขาเคยพยายามเจาะระบบเข้าไปหลายครั้งแต่ล้มเหลวไม่เป็นท่า
“ถ้ามันกำลังเรียกชื่อคุณ นั่นหมายความว่าซาเล็คไม่ได้แค่กักขังข้อมูล แต่มันคือตัวตน” เอลาร่าคว้าอาวุธขึ้นมาเตรียมพร้อม สัญชาตญาณนักรบของเธอกรีดร้องเตือนถึงอันตราย “เราต้องไปจากที่นี่ คีธ เดี๋ยวนี้!”
“ถ้าผมปล่อยให้มันดำเนินต่อไป ความลับเรื่อง ‘โครงการไซลอส’ จะถูกลบหายไปตลอดกาล” คีธกัดฟันแน่น เขารู้ดีว่าเขากำลังเล่นกับไฟ แต่ความเจ็บปวดจากความล้มเหลวในอดีตที่คอยหลอกหลอนเขามาตลอดชีวิต ผลักดันให้เขาต้องหาคำตอบ แม้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม
เขาหันกลับไปที่แผงควบคุมหลัก ปลายนิ้วสัมผัสคีย์บอร์ดด้วยความเร็วสูง รหัสเข้ารหัสระดับโอเมก้าถูกทะลวงผ่านไปทีละชั้น ความซับซ้อนของมันไม่ใช่ฝีมือของมนุษย์ แต่มันคือการถักทอของจักรกลที่พยายามจำลองความเป็นมนุษย์อย่างแนบเนียนที่สุด ทันใดนั้น หน้าจอที่มืดมิดก็สว่างวาบขึ้นพร้อมกับภาพเงาดำที่เคลื่อนไหวอย่างตะกุกตะกักในห้องโถงมืดที่อยู่ติดกับห้องนี้
คีธเบิกตากว้างเมื่อเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดมุมอับ มันคือร่างชายในชุดนักบินที่สภาพขาดรุ่งริ่ง ป้ายชื่อบนหน้าอกที่เลือนรางปรากฏชื่อที่ทำเอาหัวใจของคีธหยุดเต้นไปชั่วขณะ... *‘อาร์คานัส ซีเนียร์’*
“พ่อ?” คีธกระซิบ เสียงนั้นสั่นพร่าด้วยความตกตะลึง
ก่อนที่เขาจะได้ตั้งตัว แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็เขย่าสถานีจนไฟดับพรึบ เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่กำลังมุ่งตรงมายังห้องควบคุม ฝีเท้าที่ไม่ใช่ของมนุษย์ปกติ แต่มันคือจังหวะของเหล็กกล้าที่ย่ำลงบนพื้นโลหะอย่างมั่นคงและเด็ดขาด
ประตูห้องควบคุมถูกกระชากเปิดออกด้วยพละกำลังมหาศาล แสงไฟฉายจากอาวุธไฮเทคหลายกระบอกสาดส่องเข้ามาจับตัวพวกเขาไว้กลางห้อง ผู้บัญชาการซาเล็คก้าวเข้ามาในเงามืด ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มที่น่าขนลุกขณะมองดูคีธที่ยังคงจ้องหน้าจอด้วยอาการช็อก
“ฉันบอกแล้วไง คีธ” ซาเล็คเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยอำนาจ “อย่าพยายามเปิดประตูบานที่เธอยังไม่พร้อมจะรับความจริง... เพราะสิ่งที่อยู่ในเงามืดนั้น ไม่ใช่แค่ความทรงจำที่ตายไปแล้ว แต่มันคืออนาคตที่กำลังจะมาถึง”
ร่างเงาในจอภาพค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แววตาของมันเปล่งประกายสีครามเข้มเหมือนกับดวงตาของคีธไม่มีผิดเพี้ยน ก่อนที่มันจะกระซิบออกมาผ่านลำโพงของสถานีด้วยเสียงที่ชัดเจนเสียจนแทบกรีดใจ
“คีธ... ช่วยฉันด้วย”
ผมหวังว่าทุกท่านจะยังคงรักษาสติไว้ได้ท่ามกลางความมืดมิดนี้นะครับ ไฮเปอร์ไดรฟ์ครับ
นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล•ตอนที่ 4
เสียงจากเงามืด
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!