"อย่ามองมาทางนี้... ถอยไป คีธ!"
เสียงตะคอกของเอลาร่าแหบพร่าและสั่นเครือ มันไม่ใช่เสียงของอดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองผู้เยือกเย็นที่ผมเคยรู้จัก แต่เป็นเสียงของเหยื่อที่กำลังถูกความมืดมิดกัดกินจากภายใน เลือดสีเข้มข้นหยดติ๋งลงบนพื้นตะแกรงเหล็กของสถานีไซลอส เสียงนั้นดังก้องสะท้อนไปมาท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัดของทางเดินโซนกักกัน
ผมหยุดฝีเท้า มือที่ถือปืนพัลส์ไรเฟิลสั่นเทาจนแทบประคองไม่อยู่ มันเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาด—ความรู้สึกไร้อำนาจของวิศวกรผู้เชื่อมั่นในตรรกะและเหตุผลมาตลอดชีวิต แต่ในวินาทีนี้ ทุกสมการในหัวผมพังทลายลงสิ้นเมื่อเห็นร่างของเอลาร่าทรุดลงพิงผนังเหล็กขึ้นสนิม ร่างของเธอถูกล้อมรอบด้วยวงจรไฟฟ้าที่บิดเบี้ยวจากพลังงานปริศนาที่ซาเล็คทิ้งไว้เป็นกับดัก
"ผมจะไม่ทิ้งคุณไปไหน ทั้งหมดนี้... มันคือความผิดพลาดของผมเองที่คำนวณช่องโหว่ของระบบผิดไป" ผมพยายามคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบระเบิดออกมานอกอก
"หุบปาก... คีธ" เธอไอออกมาเป็นเลือด ความพยายามจะหยัดยืนของเธอช่างดูน่าเวทนาและงดงามในเวลาเดียวกัน "นายเป็นวิศวกรที่เก่งที่สุดที่ฉันเคยเจอ แต่นายกำลังทำในสิ่งที่โง่เขลาที่สุด... ถ้านายก้าวเข้ามาอีกก้าว อุปกรณ์จดจำรหัสพันธุกรรมที่ฉันฝังไว้ในตัวจะระเบิดออกทันที ซาเล็คไม่ได้แค่ต้องการฆ่าฉัน แต่มันต้องการให้ฉันเป็นระเบิดที่ลากนายลงนรกไปด้วย"
บรรยากาศรอบข้างบีบคั้นจนผมแทบหายใจไม่ออก กลิ่นโอโซนจากสายไฟที่ช็อตไหม้ผสมกับกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่ว ผมมองเห็นแสงสีฟ้าจางๆ วิ่งวนอยู่ใต้ผิวหนังบริเวณหน้าท้องของเธอ มันคือเทคโนโลยี 'เนโคร-ลิงก์' ของซาเล็ค สิ่งที่ทำให้สถานีไซลอสแห่งนี้กลายเป็นสุสานที่ไร้เสียงอย่างแท้จริง
"เรามีทางแก้" ผมพยายามคิดหาหนทาง แผนผังวงจรนับล้านแล่นเข้ามาในหัว "ถ้าผมเบี่ยงเบนกระแสไฟฟ้าจากแผงควบคุมหลัก... ผมสามารถตัดการทำงานของตัวเร่งปฏิกิริยาได้"
"ไม่มีเวลาแล้ว..." เอลาร่าแค่นยิ้ม ดวงตาของเธอเริ่มเลื่อนลอย "ฟังนะ... ข้อมูลชุดสุดท้ายที่ฉันได้มา ไม่ได้อยู่ในหน่วยความจำหลักของสถานี แต่มันอยู่ในนี้..." เธอชี้ไปที่หัวใจของตัวเอง "พวกเขาไม่ได้ต้องการแค่เทคโนโลยีเปลี่ยนความเป็นจริง พวกเขาต้องการร่างต้นแบบ... มนุษย์คนแรกที่รอดพ้นจากสภาวะสูญญากาศของมิติคู่ขนาน"
เสียงฝีเท้าหนักๆ เริ่มดังมาจากสุดทางเดิน เสียงโลหะกระทบกันเป็นจังหวะที่คุ้นเคย มันคือเสียงเกราะทหารของกองกำลังซาเล็คที่กำลังรุดเข้ามา
"ไปซะ คีธ" เอลาร่ากระซิบ เสียงของเธอแผ่วเบาลงทุกขณะ "ถ้าพวกเขาได้ตัวฉันไปพร้อมกับรหัสลับนี้ ไซลอสจะกลายเป็นอาวุธที่ทำลายทุกดวงดาวในระบบสุริยะ นายต้องเป็นคนจบเรื่องนี้... นายต้องเป็นคนกดปุ่มทำลายตัวเองของสถานี ไม่ใช่ฉัน"
"ผมทำไม่ได้!" ผมคำรามลั่น ความเย็นชาที่เคยใช้เป็นเกราะป้องกันพังทลายลงจนหมดสิ้น "ผมสูญเสียคนสำคัญไปมากพอแล้ว ผมจะไม่เสียคุณไปอีกคน!"
"คีธ... มองตาฉัน" เอลาร่าฝืนแรงเฮือกสุดท้าย เงยหน้าขึ้นมองผม สายตาของเธอเต็มไปด้วยความหวังและความเจ็บปวดที่ปะปนกัน "นายเป็นวิศวกรที่สร้างสิ่งต่างๆ มาตลอดชีวิต แต่นี่คือภารกิจแรก... ที่นายต้องเลือกที่จะทำลายทิ้งเพื่อปกป้องทุกสิ่งที่เหลืออยู่"
เธอหลับตาลง พร้อมกับที่เสียงของระบบคอมพิวเตอร์สถานีเริ่มประกาศเตือนด้วยเสียงเรียบเฉยที่ชวนขนลุก *'ตรวจพบความไม่เสถียรของพลังงานระดับวิกฤต กระบวนการย่อยสลายโมเลกุลจะเริ่มขึ้นใน 10 วินาที'*
ผมแทบหยุดหายใจ ผมเห็นเอลาร่ากดปุ่มบางอย่างที่แอบซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อของเธอ—ไม่ใช่ปุ่มหยุด แต่มันคือปุ่มล็อคระบบประตูนิรภัยเพื่อขังผมไว้ด้านนอก เธอสละตัวเองเพื่อปิดกั้นไม่ให้ทหารของซาเล็คเข้าถึงตัวเธอและรหัสลับนั้นได้
"ไม่ได้นะ!" ผมพุ่งเข้าไปกระแทกกับประตูกระจกเสริมเหล็กที่ปิดลงอย่างรวดเร็ว มือของผมตบลงบนกระจกอย่างบ้าคลั่ง มองดูร่างของเอลาร่าที่ค่อยๆ เลือนหายไปในแสงสีขาวที่สว่างวาบขึ้นจากพื้นห้อง
ความตายที่ไร้เสียงมาเยือน ณ บัดนั้น ไม่มีเสียงระเบิด ไม่มีเสียงกรีดร้อง มีเพียงความว่างเปล่าที่ค่อยๆ กัดกินร่างของเธอจนสลายกลายเป็นละอองแสงสีเงินที่ปลิวหายไปกับระบบระบายอากาศ
สถานีเงียบสนิทลงในทันที ราวกับว่าจักรวาลทั้งมวลหยุดหายใจไปพร้อมกับผม
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ผมกำลังทรุดตัวลงด้วยความสิ้นหวัง จู่ๆ หน้าจอสื่อสารส่วนตัวที่ข้อมือของผมก็สว่างขึ้น มันไม่ใช่สัญญาณจากฝ่ายซาเล็ค หรือสัญญาณเตือนภัยจากสถานี แต่มันคือข้อความที่ถูกส่งมาจากตำแหน่งที่ 'ว่างเปล่า' ในอวกาศ
*ข้อความรหัสลับของเอลาร่าปรากฏขึ้นบนหน้าจอ แต่มันกลับไม่ใช่ข้อมูลลับของซาเล็คอย่างที่ผมคาดการณ์ไว้*
มันคือพิกัดตำแหน่งที่อยู่ของสถานีลับอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งตามทฤษฎีแล้ว... มันควรจะถูกทำลายไปพร้อมกับอดีตคนรักที่ผมเชื่อว่าเสียชีวิตไปนานแล้วก่อนที่จะมาถึงไซลอส
และที่น่าขนลุกยิ่งกว่า คือชื่อผู้ส่งที่ปรากฏอยู่ใต้พิกัดนั้น มันเป็นชื่อที่ทำให้เลือดในกายผมเย็นเฉียบจนแข็งค้าง: 'คีธ อาร์คานัส'... ลายเซ็นดิจิทัลที่เป็นของผมเอง จากช่วงเวลาที่ผมยังไม่เคยรู้จักสถานีแห่งนี้เลยด้วยซ้ำ
ขอบพระคุณที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับผมในห้วงอวกาศอันโดดเดี่ยวและโหดร้ายนี้นะครับ ไฮเปอร์ไดรฟ์
นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล•ตอนที่ 31
ความตายที่ไร้เสียง
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!