กระบอกปืนเลเซอร์รุ่นมาตรฐานทหารพุ่งตรงมาที่หน้าผากของผม ความเงียบในห้องควบคุมส่วนกลางของสถานีไซลอสนั้นบาดลึกยิ่งกว่าเสียงสัญญาณเตือนภัยที่เพิ่งดับไป คีธ อาร์คานัส ไม่ได้ขยับตัวแม้แต่นิ้วเดียว เขายังคงนั่งอยู่หน้าจอโฮโลแกรมที่กะพริบแสงสีแดงสลัว ลมหายใจของเขาคงที่ราวกับเครื่องจักร
“คุณพูดว่าอะไรนะ วินซ์?” ผมถามเสียงเรียบ ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นไหวของชายหนุ่มที่เคยเป็นวิศวกรคู่ใจของผมตลอดสามสิบเก้าวันในนรกแห่งนี้
วินซ์กัดริมฝีปากจนห่อเลือด ปืนในมือเขาสั่นเล็กน้อย “ผมบอกว่าโค้ดนั่นมันปลอม คีธ... ข้อมูลที่คุณพยายามจะส่งออกไปให้พวกสมาพันธ์น่ะ มันไม่มีวันถึงมือใครหรอก เพราะผมเป็นคนวางระบบดักจับข้อมูลไว้ตั้งแต่เราเริ่มกู้ชีพสถานีนี้แล้ว”
เอลาร่า วอยด์ ยืนกอดอกพิงผนังโลหะที่เย็นเยียบอยู่ห่างออกไป เธอไม่ได้ชักปืนออกมา แต่แววตาของเธอนิ่งสนิทจนน่ากลัว มันไม่ใช่แววตาของพันธมิตรที่กำลังตกใจ แต่เป็นสายตาของนักล่าที่กำลังรอจังหวะเผด็จศึก
“เหตุผลล่ะ?” ผมถามต่อ โดยไม่แม้แต่จะมองผ่านปืนที่เล็งมา “เพื่อเงินของซาเล็ค หรือเพื่ออุดมการณ์บ้าๆ ที่เขาเป่าหูคุณมา?”
วินซ์หัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่แห้งแล้ง “คุณมันก็แค่คนมองโลกด้วยตรรกะที่ไร้หัวใจ คีธ! คุณคิดว่าตัวเองฉลาดที่สุด คนเดียวที่จะรอดออกไปจากสถานีนี้ได้ แต่คุณลืมไปหรือเปล่าว่าซาเล็คไม่ได้ต้องการแค่เทคโนโลยี... เขาต้องการกวาดล้างทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับ ‘โปรเจกต์ไซลอส’ รวมถึงคนที่รู้ความลับอย่างคุณด้วย”
“แล้วคุณล่ะ วินซ์?” ผมเหลือบไปมองเอลาร่า “คุณก็ด้วยใช่ไหม เอลาร่า? ที่เราผ่านอะไรมาด้วยกันตั้งมากมาย ที่ผมช่วยชีวิตคุณจากการรั่วไหลของออกซิเจนที่ชั้นล่างนั่น... นั่นเป็นแค่การแสดงงั้นหรือ?”
เอลาร่าขยับตัวช้าๆ เธอเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นไอความเย็นของอวกาศที่ติดอยู่บนชุดสูทของเธอ “คีธ... ความเห็นใจในที่แห่งนี้คือความตาย คุณสอนฉันเองไม่ใช่หรือ ว่าสถานีไซลอสไม่มีที่ว่างให้สำหรับ ‘ความเชื่อใจ’ มีเพียง ‘ผลประโยชน์’ เท่านั้น”
สถานการณ์รอบตัวบีบคั้นจนผมแทบไม่ได้ยินเสียงระบบระบายอากาศ เสียงหัวใจของตัวเองเต้นจังหวะเดียวกับสัญญาณชีพจรของสถานีที่กำลังจะแตกดับ ผมรู้ดีว่าวินซ์ไม่ได้พูดโกหกเรื่องโค้ดนั่น ผมตรวจสอบมันสามรอบ แต่ความผิดพลาดของผมคือการประมาท ‘คน’ มากกว่า ‘ระบบ’
ผมค่อยๆ ยกมือขึ้นช้าๆ ไม่ใช่เพื่อยอมแพ้ แต่เพื่อขยับไปที่คีย์บอร์ดฝังโต๊ะ “ถ้าคุณจะยิง ก็ยิงเสียเดี๋ยวนี้ เพราะถ้าผมขยับมืออีกนิด ระบบทำลายตัวเองของสถานีจะเริ่มนับถอยหลังทันที และผมรับรองได้เลยว่า... เราจะกลายเป็นฝุ่นละอองในห้วงอวกาศพร้อมๆ กัน”
วินซ์ชะงัก นิ้วของเขาแตะที่ไกปืนแน่นขึ้น “คุณโกหก ระบบนั้นถูกล็อกไว้แล้ว ผมเป็นคนเขียนโค้ดมันเอง!”
“งั้นลองเช็กดูอีกทีไหมล่ะ?” ผมยิ้มมุมปาก ความเย็นชาที่เป็นเอกลักษณ์ของผมปรากฏชัดขึ้น “คุณเขียนโค้ดดักจับข้อมูลเก่งมากวินซ์ แต่คุณลืมกฎพื้นฐานของวิศวกรไปข้อหนึ่ง... อย่าไว้ใจซอฟต์แวร์ที่ตัวเองไม่ได้รันด้วยมือตัวเองจนจบ”
ในจังหวะที่วินซ์เสียสมาธิเสี้ยววินาทีเพื่อก้มลงมองหน้าจอควบคุม เอลาร่าก็ขยับตัวอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้พุ่งเข้าหาผม แต่เธอพุ่งเข้าหาแผงวงจรด้านหลังวินซ์ มือของเธอคว้ามีดสั้นที่ซ่อนอยู่ในรองเท้าบูทออกมา... ไม่ใช่เพื่อแทงเขา แต่เพื่อตัดสายเชื่อมต่อระบบป้องกันที่เชื่อมกับชุดของวินซ์
“เอลาร่า! นี่เธอทำอะไร!” วินซ์ตวาดลั่นด้วยความตกใจ
“ฉันไม่ได้อยู่ข้างซาเล็ค และฉันก็ไม่ได้อยู่ข้างคีธ” เอลาร่าพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ยิน “ฉันอยู่ข้างคนที่ถือ ‘กุญแจ’ ตัวจริงต่างหาก”
ทันใดนั้น หน้าจอหลักของสถานีไซลอสก็ดับลงทั้งหมด แสงสีแดงมรณะถูกแทนที่ด้วยสีน้ำเงินเข้มที่ดูเงียบสงบ แต่ความเงียบนั้นกลับน่าสะพรึงกลัวกว่าเดิม ประตูห้องควบคุมเลื่อนปิดลงอย่างรวดเร็ว ขังเราสามคนไว้ในที่แคบๆ ที่ไม่มีทางออก
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าคอมแบทดังมาจากโถงทางเดินข้างนอก ไม่ใช่ฝีเท้าของวินซ์ ไม่ใช่ฝีเท้าของทหารรับจ้าง แต่เป็นเสียงที่ผมจำได้ดี... จังหวะการเดินที่มั่นคงและไร้ความเมตตาของชายที่ผมพยายามหนีมาตลอด
ประตูห้องควบคุมถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาลจากคนภายนอก เงาร่างสูงใหญ่ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับปืนไรเฟิลประทับบ่า ซาเล็คก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มเย้ยหยัน เขามองดูเราสามคนราวกับมองหนูทดลองในกรงที่กำลังจะถึงวาระสุดท้าย
“เล่นบทละครจบกันแล้วใช่ไหม?” ซาเล็คเอ่ยพลางเล็งปลายกระบอกปืนมาที่หน้าอกของผม “ขอบใจนะเอลาร่า ที่ล่อให้มันจนมุมในห้องนี้... แต่เสียใจด้วยนะที่ต้องบอกว่า ข้อตกลงของเราจบลงตั้งแต่วินาทีที่คุณพาฉันมาถึงที่นี่แล้ว”
เอลาร่าหน้าซีดเผือด เธอไม่ได้คาดคิดว่าซาเล็คจะทรยศเธอเช่นกัน ในขณะที่ผมกำลังจะกดคำสั่งสุดท้ายที่เหลืออยู่ในมือ วินซ์ที่ทรุดลงกับพื้นกลับหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง “สายไปแล้วคีธ... ซาเล็คไม่ได้มาคนเดียว ดูข้างหลังคุณสิ”
ผมหันกลับไปมองจอมอนิเตอร์สำรองที่ติดค้างอยู่ และสิ่งที่เห็นทำให้ลมหายใจของผมหยุดนิ่ง... ยานแม่ของสมาพันธ์ดวงดาวที่ควรจะอยู่ห่างออกไปหลายปีแสง กำลังปรากฏตัวขึ้นเหนือชั้นบรรยากาศของไซลอส และปืนใหญ่ไอออนของมันกำลังชาร์จพลังงานโดยเล็งเป้าหมายมาที่... สถานีนี้โดยตรง
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางอันโดดเดี่ยวท่ามกลางจักรวาลที่ไร้ปรานีกับผมนะครับ ไฮเปอร์ไดรฟ์
นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล•ตอนที่ 40
การหักหลังครั้งที่สอง
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!