นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล•ตอนที่ 38

การเจรจาภายใต้ปากกระบอกปืน

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
"วางปืนลงเถอะครับ คีธ... ในระยะไม่ถึงสองเมตรแบบนี้ ความแม่นยำของระบบช่วยเล็งในชุดเกราะคุณก็ไร้ความหมาย หากนิ้วผมกระตุกเพียงนิดเดียว สมองของคุณจะกลายเป็นเศษเนื้อติดผนังห้องนิรภัยนี่ทันที" เสียงของซาเล็คแหบพร่า ทว่าแฝงด้วยกระแสอำนาจที่เย็นเยียบ เขานั่งอยู่หลังโต๊ะเหล็กกล้าที่ถูกรื้อออกมาจากห้องควบคุม กองกำลังทหารรับจ้างของเขายืนเรียงรายอยู่รอบห้องโถงกักเก็บพลังงาน ทุกกระบอกปืนเลเซอร์เล็งตรงมาที่กลางหน้าอกของผม ผมหรี่ตาลง สัมผัสได้ถึงหยดเหงื่อที่ไหลผ่านขมับภายใต้หมวกนิรภัยที่พังเสียหาย ระบบสื่อสารในหูผมเงียบสนิท เอลาร่าขาดการติดต่อไปตั้งแต่สิบนาทีที่แล้ว นั่นหมายความว่าแผนการเบี่ยงเบนความสนใจของเธออาจกำลังล้มเหลว หรือเลวร้ายกว่านั้น... เธออาจถูกจับได้แล้ว "คุณต้องการเทคโนโลยีเปลี่ยนความเป็นจริงไปเพื่ออะไร ซาเล็ค?" ผมถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามคุมลมหายใจให้เป็นจังหวะสม่ำเสมอที่สุด "สถานีไซลอสเป็นเพียงซากปรักหักพังกลางอวกาศที่กำลังจะล่มสลาย การยึดครองที่นี่ไม่ได้ให้ผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ที่คุณคุยโวไว้กับลูกน้องเลยสักนิด" ซาเล็คหัวเราะหึๆ ในลำคอ เขาหยิบวัตถุทรงกลมสีดำสนิท—แหล่งกำเนิดพลังงานหลักที่ผมพยายามจะแย่งชิงกลับคืนมา—ขึ้นมาพิจารณา แสงสีน้ำเงินจางๆ สะท้อนเข้ากับดวงตาที่ไร้แววของเขา "คุณมันก็แค่วิศวกรที่มองเห็นโลกเป็นแค่ตรรกะและสูตรฟิสิกส์ คีธ" ซาเล็กลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่ผ่านการดัดแปลงด้วยไซเบอร์เนติกส์ของเขาขยับเขยื้อนอย่างเงียบเชียบจนน่าสะพรึงกลัว "สำหรับคุณ มันคือเครื่องจักร แต่สำหรับผู้ที่เห็นว่าจักรวาลนี้เน่าเฟะเกินกว่าจะเยียวยา สิ่งนี้คือ 'แปรงลบคำผิด' ของพระเจ้าต่างหาก" ผมขยับปลายเท้าเพียงเล็กน้อย คำนวณความน่าจะเป็นในการชิงลงมือก่อน ความเร็วในการตอบสนองของระบบขับเคลื่อนไฮดรอลิกในชุดเกราะผมช้าลง 12 เปอร์เซ็นต์เนื่องจากความเสียหายในบทก่อนหน้า แต่ผมมีไพ่ตายที่ซาเล็คไม่รู้ "ถ้ามันคือเครื่องมือของพระเจ้า แล้วคุณคิดว่าตัวเองคู่ควรที่จะถือมันงั้นหรือ?" ผมก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ทหารรอบข้างต่างพร้อมใจกันปลดเซฟปืนโดยไม่ได้นัดหมาย "ความคู่ควรคือสิ่งที่ผู้ชนะเป็นผู้กำหนด" ซาเล็คชี้ปากกระบอกปืนมาที่หน้าผากผม "คุณช่วยชีวิตผู้บริสุทธิ์บนสถานีนี้มาตลอดทาง คีธ... นั่นคือจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของคุณ เพราะคุณรู้ดีว่าถ้าคุณเหนี่ยวไกในตอนนี้ กระสุนนัดแรกที่พุ่งออกไปจะสังหารคนของผมก็จริง แต่กระสุนอีกสิบห้านัดจะเปลี่ยนร่างของคุณให้พรุนในวินาทีถัดมา และผลที่ตามมาคืออะไรทราบไหม?" เขาเว้นจังหวะ สายตาคู่นั้นจ้องลึกเข้ามา ราวกับจะอ่านจดหมายเหตุในใจที่ผมพยายามฝังกลบไว้ "แรงระเบิดจากแผงวงจรที่คุณแบกอยู่บนหลัง จะทำให้สถานีนี้ทั้งสถานีระเบิดเป็นจุณ รวมไปถึงผู้หญิงคนนั้น... เอลาร่า วอยด์" คำพูดของเขาทำให้หัวใจผมกระตุกวูบ ความเย็นเยือกแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง ผมไม่ได้กลัวตาย แต่ความล้มเหลวในการปกป้องเอลาร่าคือสิ่งที่ผมไม่อาจยอมรับได้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมใช้ตรรกะเพื่อหนีจากปมในอดีต แต่บัดนี้ ตรรกะนั้นกลับกลายเป็นกรงขังที่รัดคอผมไว้แน่น "คุณจะให้ข้อเสนออะไร?" ผมถาม พยายามบังคับให้เสียงนิ่งที่สุด ซาเล็คยิ้มกว้างเผยให้เห็นฟันโลหะ "มอบรหัสถอดรหัสโปรโตคอล 'เอเธอร์' ให้ผม แล้วผมจะปล่อยให้คุณกับยัยนั่นจากไปในยานกู้ชีพเพียงลำพัง ผมให้เวลาคุณสามวินาที... อย่าได้พยายามลองของกับความอดทนของผม" บรรยากาศในห้องเงียบสงัดจนได้ยินเสียงระบบหล่อเย็นของสถานีทำงานผิดจังหวะ ผมเห็นปลายนิ้วของซาเล็คค่อยๆ กดลงบนไกปืน หนึ่ง... ผมเห็นเงาเคลื่อนไหวผ่านช่องระบายอากาศเบื้องหลังซาเล็ค สอง... ผมตัดสินใจส่งสัญญาณกระแสไฟฟ้าลัดวงจรเข้าสู่ระบบเซ็นเซอร์ของห้องโถง ทำให้ไฟทั้งหมดดับวูบลงเหลือเพียงแสงสลัวจากฉุกเฉิน สาม... ผมทิ้งตัวลงกับพื้นในจังหวะเดียวกับที่เสียงปืนดังสนั่นกึกก้องไปทั่วห้อง กระสุนเลเซอร์เฉียดผ่านไหล่ผมไปเพียงมิลลิเมตร ผมไม่รอให้จังหวะนี้เสียเปล่า ผมคว้าอุปกรณ์แฮ็กข้อมูลที่ซ่อนอยู่ในถุงมือแล้วกดสั่งการโปรแกรมไวรัสที่ผมแอบฝังไว้ในโครงข่ายของสถานี แต่ทว่า... สิ่งที่ปรากฏบนจอโฮโลแกรมข้อมือกลับไม่ใช่รหัสผ่านที่ผมคุ้นเคย ข้อความหนึ่งถูกส่งมาจากหมายเลขที่ไม่ระบุตัวตน มันไม่ใช่คำสั่งรหัสผ่าน แต่มันคือภาพถ่ายสดๆ จากกล้องวงจรปิดในห้องควบคุมหลัก ภาพนั้นแสดงให้เห็นเอลาร่าที่ถูกมัดอยู่บนเก้าอี้ แต่คนที่อยู่ข้างหลังเธอไม่ใช่ลูกน้องของซาเล็ค... หากแต่เป็นหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยรุ่นอัปเกรดที่ติดตราสัญลักษณ์ของ 'สหพันธ์ดวงดาว' ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ผมเคยสังกัดอยู่ก่อนจะมาเป็นวิศวกรอิสระ ผมชะงักค้าง มือที่กำลังจะกดรหัสสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ซาเล็คไม่ใช่ศัตรูเพียงคนเดียวในสถานีนี้... และดูเหมือนว่า 'ข้อมูลลับ' ที่เอลาร่าถือครองอยู่ จะเป็นสิ่งที่แม้แต่กองทัพที่ผมเคยรับใช้ ก็ต้องการให้มันสูญหายไปตลอดกาลพร้อมกับพวกเราทุกคน ประตูนิรภัยหลังห้องเปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างในชุดสูทสีเทาเรียบกริบ เขาไม่ได้พกอาวุธ แต่แววตาที่จ้องมองมานั้นกลับดูอันตรายยิ่งกว่าซาเล็คหลายเท่าตัวนัก "ขออภัยที่ต้องขัดจังหวะการเจรจาครับคุณคีธ" ชายคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สุภาพจนน่าขนลุก "แต่ทางเราได้รับคำสั่งให้มาปิดงาน... ทั้งหมด" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในอวกาศอันมืดมิดกับผมนะครับ ไฮเปอร์ไดรฟ์
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นรกไซลอส: ปฏิบัติการกู้ชีพสถานีร้างขอบจักรวาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%