พันธะรักละอองดาว•ตอนที่ 10

รอยร้าวในใจ

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“อย่า… อย่าไป!” เสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบดุจผืนน้ำยามไร้ลมบัดนี้กลับสั่นพร่า รณกรสะดุ้งสุดตัวบนเตียงนอนกว้าง เหงื่อกาฬผุดซึมเต็มแผ่นหลังหนาจนเสื้อเชิ้ตตัวบางเปียกชื้นแนบเนื้อ ดวงตาคมกริบเบิกโพลงท่ามกลางความมืดมิดในห้องนอนใหญ่ที่เงียบงัน ลมหายใจของเขาหอบถี่ราวกับเพิ่งผ่านการวิ่งหนีจากสมรภูมิที่มองไม่เห็น หัวใจในอกซ้ายเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกทรวงอก ชายหนุ่มชันเข่าขึ้น กอดตัวเองไว้แน่น ปลายนิ้วสั่นเทาขณะขยุ้มเส้นผมของตนเองไว้ ราวกับจะยึดเหนี่ยวสติสัมปชัญญะที่กำลังแตกสลายให้กลับคืนมา ภาพในความฝันนั้น... ภาพของเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำและเสียงกรีดร้องที่ไม่มีวันจางหายไปจากความทรงจำ มันย้ำเตือนเสมอว่าความรักที่เขามอบให้ใครสักคน มักจบลงด้วยการสูญเสียที่ไม่อาจเรียกคืน ประตูห้องนอนถูกผลักออกเบาๆ แสงสลัวจากโคมไฟทางเดินทอดผ่านเข้ามา เผยให้เห็นร่างโปร่งของลลินในชุดนอนผ้าซาตินสีครีม เธอหยุดชะงักเมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างที่กำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง ความเป็นห่วงที่สั่งสมมาตลอดทั้งวันจากการสังเกตความผิดปกติในแววตาของเจ้านายหนุ่ม ทำให้เธอก้าวเข้ามาโดยไม่ต้องลังเล “คุณรณกร... ฝันร้ายอีกแล้วหรือคะ?” เสียงหวานนุ่มนวลราวกับเสียงปลอบประโลมจากฟากฟ้าดังขึ้นใกล้ๆ ลลินไม่ได้ถามพร่ำเพรื่อ เธอวางมือลงบนไหล่กว้างของเขาอย่างแผ่วเบา รณกรตัวแข็งทื่อ เขาพยายามจะผลักไสสัมผัสนั้นออกตามสัญชาตญาณของการป้องกันตัว แต่กลิ่นหอมอ่อนๆ ประจำกายของเธอ—กลิ่นดอกมะลิจางๆ ที่ทำให้เขารู้สึกสงบอย่างประหลาด—กลับฉุดรั้งเขาไว้ “ออกไป... ลลิน อย่าอยู่ที่นี่” เขากัดฟันพูด เสียงของเขาร้าวราน “ไม่ค่ะ” เธอทรุดตัวลงนั่งข้างเขาบนเตียงนุ่ม มือที่วางบนไหล่เปลี่ยนมาเป็นโอบกอดแผ่นหลังกว้างไว้อย่างมั่นคง “ดิฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ถ้าคุณยังไม่พร้อมจะดึงตัวเองกลับมา” รณกรนิ่งงัน ความเย็นเยียบจากความฝันค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยไออุ่นจากร่างกายของหญิงสาวที่เขามักจะผลักไสให้อยู่ในตำแหน่ง 'เลขา' เสมอมา แต่ในยามที่โลกทั้งใบของเขาพังทลายลงในความมืด เขากลับพบว่าเธอคือคนเดียวที่เขาอยากให้ยึดเหนี่ยวไว้ที่สุด เขาหมุนตัวกลับมาหาเธอด้วยความเร็วที่ทำเอาอีกฝ่ายชะงัก ก่อนจะซบหน้าลงกับลาดไหล่บางของลลิน เขาสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ซึมลึกเข้าไปถึงกระดูก แรงกอดของเธอนั้นไร้ซึ่งการตีตราหรือการจ้องจะตักตวงผลประโยชน์ เธอเพียงแค่อยู่ตรงนั้น เพื่อเขา... “ผมทำพลาด... ลลิน ผมปกป้องใครไม่ได้เลย” รณกรพึมพำชิดซอกคอหอมกรุ่น ความอ่อนแอที่เขาไม่เคยเผยให้ใครเห็นถูกปลดปล่อยออกมาพร้อมกับหยดน้ำตาที่ซึมผ่านเนื้อผ้า ลลินลูบกลุ่มผมหนาอย่างแผ่วเบาด้วยความเอ็นดูผสมความสงสาร “ความผิดพลาดไม่ใช่จุดจบของชีวิตนะคะคุณรณกร... แต่มันคือเครื่องพิสูจน์ว่าคุณยังมีหัวใจที่เจ็บปวดได้ หากคุณยังรู้สึกเจ็บ นั่นหมายความว่าคุณยังเป็นมนุษย์ที่ไม่ได้ไร้ความรู้สึกอย่างที่ใครๆ ป้ายสีคุณ” “แล้วถ้าความเจ็บปวดนั้นมันทำให้ผมกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวล่ะครับ” เขาเงยหน้าขึ้น สบตาเธอในความมืด แววตาคมกริบนั้นบัดนี้เหลือเพียงความเวิ้งว้าง ลลินเลื่อนมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตาที่หางตาของเขาอย่างถือวิสาสะ นิ้วหัวแม่มือสัมผัสผิวแก้มสากอย่างทะนุถนอม “ถ้าคุณเห็นแก่ตัวจริงๆ คุณคงไม่เก็บเรื่องราวเหล่านั้นมาทรมานตัวเองถึงสิบปีหรอกค่ะ” สัมผัสที่ดูเรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้นทำให้หัวใจของรณกรกระตุกวูบ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งสองลดน้อยลงจนเขาสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของกันและกัน ลลินไม่ได้ถอยหนี เธอทอดสายตามองเขาราวกับจะค้นหาคำตอบที่ซ่อนอยู่ลึกสุดใจของชายหนุ่มมาดนิ่งผู้นี้ รณกรสูดหายใจลึก กลิ่นหอมจากตัวเธอเหมือนยาเสพติดที่ทำให้เขาสูญเสียการควบคุม เขาขยับมือขึ้นโอบเอวคอดกิ่วของเธอเข้าหาตัว ลลินชะงักไปครู่หนึ่ง แต่เธอก็ไม่ได้ขัดขืน ราวกับรอคอยวินาทีนี้มาเนิ่นนาน เช่นเดียวกับที่เขากำลังโหยหาความอบอุ่นนี้จนเกินจะต้านทาน ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันแสนเปราะบาง รณกรขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด เขาหยิบมันขึ้นมาดู หน้าจอระบุเบอร์ที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี... เบอร์ของธันวา “ดึกดื่นป่านนี้มันโทรมาทำไม” รณกรพึมพำด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนจะกดรับและเปิดลำโพง “ไง รณกร... หวังว่าคืนนี้คงหลับฝันดีนะ” เสียงของธันวาดังลอดออกมาผ่านสายด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย “แต่ถ้าจะให้ดี ลองเช็กอีเมลบริษัทดูหน่อยดีไหม? พอดีฉันเพิ่งส่ง 'ของขวัญ' ชิ้นพิเศษให้คณะกรรมการบริษัทช่วงหัวค่ำนี้เอง รับรองว่าพรุ่งนี้เช้า... นายจะได้เป็น CEO ตกงานสมใจอยาก” รณกรหน้าซีดเผือดทันทีที่เห็นการแจ้งเตือนอีเมลที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ ลลินที่อยู่ข้างๆ ชะโงกหน้ามองด้วยความตกใจ เมื่อเห็นชื่อไฟล์แนบในอีเมลนั้น เลือดในกายของเธอก็เย็นเฉียบ 'หลักฐานการทุจริตโครงการล่าสุด... โดยมีลายเซ็นของรณกรกำกับอยู่' ลลินรีบคว้ามือถือของเขามาดูด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะเงยหน้ามองรณกรด้วยสายตาที่ตื่นตระหนก “นี่มันเรื่องโกหกชัดๆ! คุณไม่ได้ทำ... แล้วลายเซ็นนี้มันมาได้ยังไงกันคะ?” รณกรไม่ได้ตอบ เขานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะแสยะยิ้มที่มุมปากด้วยความสมเพชตัวเอง “ธันวาไม่ได้แค่ต้องการทำลายชื่อเสียงของฉัน ลลิน... แต่มันกำลังจะพังชีวิตฉันในวันที่ฉันเพิ่งจะยอมเปิดใจ...” เขาหันมามองลลินด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ราวกับกำลังตัดสินใจบางอย่างที่สำคัญที่สุดในชีวิต “ลลิน... คืนนี้ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเถอะ พรุ่งนี้เช้าเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น... เราทั้งคู่จะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกต่อไป” ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวในใจไปกับละอองดาวเดือนเก้านะคะ ไว้มาพบกันในตอนต่อไปค่ะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละอองดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%