พันธะรักละอองดาว•ตอนที่ 11

กลิ่นอายความหึงหวง

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“คุณลลินครับ... คืนนี้ถ้าไม่รังเกียจ ผมอยากชวนไปต่อที่บาร์เลานจ์ชั้นบน ท่ามกลางบรรยากาศแบบนี้ กวีหรือบทเพลงคงไม่น่าฟังเท่าได้นั่งคุยกับผู้หญิงที่น่าสนใจแบบคุณหรอกครับ” น้ำเสียงทุ้มนุ่มของชายหนุ่มแปลกหน้าคนนั้นดังขึ้น ท่ามกลางเสียงดนตรีแจ๊สเบาๆ ในงานเลี้ยงค็อกเทลเปิดตัวโปรเจกต์ใหม่ ลลินคลี่ยิ้มบาง เธอวางแก้วแชมเปญลงบนถาดของพนักงานเสิร์ฟอย่างใจเย็น แม้ในใจจะรู้สึกอึดอัดกับสายตาที่จาบจ้วงเกินพอดีของคู่สนทนาคนนี้ “ขอบคุณสำหรับคำเชิญนะคะคุณภูผา แต่คืนนี้ลลินคงต้องขอตัวค่ะ ลลินมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบอีกมาก โดยเฉพาะเมื่อบอสของลลินดูเหมือนจะค่อนข้าง... ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนในขณะนี้” ลลินปรายตาไปยังมุมหนึ่งของห้องโถงกว้าง ที่นั่น รณกรยืนตระหง่านอยู่ในชุดสูทสีเข้มสั่งตัดพิเศษ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นไม่ได้จดจ่ออยู่กับคู่สนทนาธุรกิจตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย แต่กลับตรึงแน่นอยู่กับร่างบางของเธอ ราวกับนักล่าที่กำลังรอจังหวะตะปบเหยื่อที่บังอาจมาล้ำเขตแดนของเขา ชายหนุ่มคนนั้นยังไม่ยอมถอย “บอสของคุณดูจะเป็นคนเข้มงวดน่าดูนะครับ ชีวิตเลขาก็เหมือนกรงทองดีๆ นี่เอง สนใจเปลี่ยนบรรยากาศมาเป็นคนของผมไหมครับ ผมสัญญาว่าจะไม่ใช้งานคุณหนักเท่าเขาแน่” วินาทีนั้นเอง กลิ่นอายความเย็นเยือกพุ่งตรงมาจากเบื้องหลัง ลลินสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่แผ่ซ่านจนอากาศรอบข้างดูจะบางเบาลงอย่างน่าประหลาด ฝ่ามือหนาอุ่นจัดแตะลงที่ช่วงเอวของเธออย่างถือวิสาสะ ก่อนจะดึงตัวเธอเข้าไปแนบชิดกับแผ่นหลังกว้างโดยที่เธอยังไม่ทันตั้งตัว “ดูเหมือนคุณจะเข้าใจงานของเลขาส่วนตัวผิดไปไกลนะคุณภูผา” เสียงของรณกรทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่ามันกลับสั่นประสาทคนฟังได้อย่างเหลือเชื่อ เขาก้าวมายืนเคียงข้างลลิน ดวงตาที่เคยเฉยเมยบัดนี้ลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความไม่พอใจที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากาก CEO ผู้แสนสุภาพ “งานของเลขาส่วนตัวไม่ได้มีไว้เพื่อบริการแขกผู้ชายที่ไม่มีมารยาทอย่างคุณ... และที่สำคัญ เธอยังไม่ว่างพอจะไป ‘เปลี่ยนบรรยากาศ’ กับใครตามคำเชิญของคนนอกหรอก” “คุณรณกร...” ภูผาชะงักไปเล็กน้อย พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ “ผมแค่ชวนคุยตามประสาคนคอเดียวกัน ไม่คิดว่าคุณจะหวงของเล่นชิ้นสำคัญขนาดนี้” “ของเล่น?” รณกรทวนคำสั้นๆ ก่อนจะแค่นยิ้มที่มุมปาก “คนอย่างคุณควรจะไปทำการบ้านมาให้ดีก่อนจะปากพล่อยแบบนี้ ลลินไม่ใช่ของเล่น และถ้าคุณยังไม่เลิกใช้สายตาแบบนั้นมองพนักงานของผม ผมคงต้องให้ฝ่ายกฎหมายของบริษัทเรา ‘สนทนา’ กับคุณเป็นการส่วนตัวเรื่องการคุกคามในสถานที่จัดงาน” บรรยากาศรอบข้างที่เคยคึกคักดูเหมือนจะเงียบงันลงเมื่อสายตาของแขกเหรื่อต่างจับจ้องมาที่จุดนี้ ลลินหน้าขึ้นสีด้วยความประหม่า เธอพยายามขยับตัวออกห่างจากอ้อมแขนของรณกร แต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น เขากลับยิ่งกระชับวงแขนแน่นขึ้น ราวกับต้องการประกาศอาณาเขตให้ทุกคนในงานได้รับรู้ “ขอโทษด้วยนะคะคุณภูผา พอดีบอสของฉัน... ค่อนข้างจะเหนื่อยจากงานหนักน่ะค่ะ เลยอาจจะพูดจาตรงไปนิดหน่อย” ลลินพยายามไกล่เกลี่ย แต่รณกรกลับขัดขึ้นทันควัน “ผมไม่ได้เหนื่อย และผมก็ไม่ได้พูดเล่น ลลิน... ไปกับผม” เขาไม่ได้รอคำอนุญาต ร่างสูงลากจูงเธอออกมาจากวงล้อมของผู้คน มุ่งตรงไปยังระเบียงส่วนตัวด้านหลังโรงแรมที่ห่างไกลจากสายตาผู้คน แสงจันทร์ทอประกายลงบนพื้นผิวสระว่ายน้ำเบื้องล่าง แต่บรรยากาศกลับอึดอัดกว่าครั้งไหนๆ ทันทีที่ประตูกระจกปิดลง รณกรก็หมุนตัวกลับมาหาเธอ สายตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวเป็นความคุกรุ่นที่อธิบายไม่ได้ “คุณทำอะไรของคุณคะ!” ลลินทนไม่ไหวจนต้องเอ่ยปาก “บอสทำแบบนั้นในงานต่อหน้าแขกเหรื่อทุกคน มันดูไม่เป็นมืออาชีพเลยนะคะ!” “มืออาชีพงั้นเหรอ?” รณกรแค่นหัวเราะในลำคอ เขาเดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้จนลลินต้องถอยไปชนกับระเบียงไม้ “คุณคิดว่าผมจะทนเห็นผู้ชายอื่นแตะต้องตัวคุณ หรือเห็นคุณยืนยิ้มให้ไอ้พวกที่จ้องจะเคลมคุณได้นานแค่ไหน? คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าเมื่อคืนเราคุยกันเรื่องอะไร?” “เรื่องเมื่อคืน... มันก็แค่ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากความเมามายของเราทั้งคู่!” ลลินโต้กลับ เสียงของเธอเริ่มสั่นเครือ “คุณบอกเองไม่ใช่หรือคะว่าพรุ่งนี้เช้าเราจะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก!” “ใช่... ผมพูด” รณกรโน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนรินรดใบหน้าของเธอ “แต่นั่นไม่ได้แปลว่าผมจะยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากคุณไปจากวงโคจรของผม... ลลิน คุณรู้ไหมว่าทำไมผมถึงให้คุณเป็นเลขาที่ต้องอยู่ข้างกายผมตลอด 24 ชั่วโมง?” ลลินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก ในแววตาของรณกรไม่มีความเฉยเมยหลงเหลืออยู่แล้ว มีเพียงความต้องการที่ซ่อนเร้นและความหึงหวงที่เขาก็คงไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป “เพราะคุณ... เป็นของผมตั้งแต่แรกที่คุณก้าวเข้ามาในชีวิตผมแล้ว” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนดังขึ้นจากมุมมืดหลังต้นไม้ใหญ่ รณกรชะงักกึก ลลินเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างของธันวาปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยันในมือถือโทรศัพท์ที่เพิ่งกดปิดหน้าจอไป “แหม... ได้ยินอะไรดีๆ ที่ไม่คิดว่าจะได้ยินแฮะ” ธันวาก้าวออกมา แสงไฟสลัวกระทบใบหน้าที่เต็มไปด้วยเลศนัย “ถ้าภาพและเสียงบทสนทนาเมื่อครู่นี้ไปถึงบอร์ดบริหารในวันพรุ่งนี้... คุณว่าหุ้นของบริษัทที่แสนจะ ‘สมบูรณ์แบบ’ ของคุณจะดิ่งลงเหวไปไกลแค่ไหนกันนะ รณกร?” ละอองดาวเดือนเก้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายของทั้งคู่ในตอนถัดไปนะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละอองดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%