หน้าจอสมาร์ทโฟนที่สว่างวาบขึ้นในความสลัวของห้องทำงานส่วนตัว ทำลายบรรยากาศกำกวมและเปี่ยมด้วยแรงปรารถนาที่เพิ่งก่อตัวขึ้นเมื่อวินาทีก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง
รณกรชะงักค้าง ปลายนิ้วที่เกือบจะสัมผัสลงบนกรอบหน้าเนียนนุ่มของลลินแข็งทื่อ นัยน์ตาคมกริบที่เมื่อครู่ฉายแววปรารถนาอันลึกซึ้ง ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลก ทว่าลึก ลงไปกลับซ่อนประกายไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า
ลลินที่ยังคงหลับตาพริ้มรอสัมผัสที่เธอเองก็ไม่กล้าปฏิเสธ ค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ เมื่อรับรู้ได้ถึงความเงียบงันที่ผิดปกติ เธอเห็นรณกรผงศีรษะถอยห่างออกไปอย่างรวดเร็ว ราวกับคนที่เพิ่งดึงสติตัวเองกลับมาจากปากเหวลึก
แสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์สะท้อนลงบนสันกรามคมสันที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน บรรยากาศรอบตัวเขากลับมาอึมครึมและกดดันอีกครั้ง ยิ่งกว่าตอนที่เธอก้าวเข้ามาในห้องนี้เสียด้วยซ้ำ
"บอสคะ... มีอะไรหรือเปล่าคะ?" ลลินเอ่ยถาม เสียงของเธอเบาราวกับเสียงกระซิบ หัวใจที่เคยเต้นระรัวด้วยจังหวะวาบหวาม กลับหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มด้วยความหวาดหวั่นกับความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วยิ่งกว่าพายุ
รณกรไม่ได้ตอบทันที เขากวาดสายตาอ่านข้อความบนหน้าจอนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ข้อความสั้นๆ จากเบอร์แปลกปลอมที่แนบภาพถ่ายชุดหนึ่งมาด้วย ภาพที่ทำให้ลมหายใจของเขาติดขัด ภาพของเอกสารลับโครงการประมูลโปรเจกต์ใหญ่ปลายปี เอกสารที่มีลายเซ็นอนุมัติของเขาเอง แต่ทว่า... มันกลับไปปรากฏอยู่บนโต๊ะทำงานของธันวา คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจที่จ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้เขามาตลอด
ภาพนั้นถูกส่งมาพร้อมกับข้อความท้าทาย: *“ระวังเก้าอี้ใต้ร่างคุณให้ดี รณกร... ของขวัญชิ้นนี้เพิ่งเริ่มต้น”*
มือหนากำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เขากลืนก้อนความโกรธลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเลขาสาว นัยน์ตาคู่รอนั้นไม่ได้มองเธอด้วยความอ่อนโยนเหมือนเมื่อครู่ แต่มันคือสายตาของการประเมิน วิเคราะห์ และค้นหาความจริง
"ลลิน..." เสียงของเขาแหบพร่า ทว่าทรงพลังและเย็นเยียบจนน่าขนลุก "เอกสารชุดสุดท้ายของโปรเจกต์ 'โอเอซิส' ล่าสุด ใครเป็นคนจัดเตรียมและส่งมอบให้ผมเซ็น?"
ลลินขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจกับคำถามกะทันหัน แต่เธอก็ตั้งสติแล้วตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคงตามวิสัยมืออาชีพ "ดิฉันเป็นคนจัดเตรียมเองค่ะ และมีเพียงดิฉันกับคุณเท่านั้นที่แตะต้องแฟ้มนั้นก่อนการประชุมบอร์ดบริหาร..." คำพูดของเธอขาดห้วงไปเมื่อสมองประมวลผลทันทีถึงสิ่งที่เกิดขึ้น "บอสกำลังสงสัยว่า..."
"ผมไม่ได้บอกว่าผมสงสัยคุณ" รณกรสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเฉียบคมดั่งใบมีด "แต่ข้อมูลชุดนี้รั่วไหลออกไปแล้ว... และคนที่เข้าถึงมันได้ นอกจากผม ก็มีเพียงแค่คุณคนเดียว"
คำพูดนั้นราวกับมีเข็มนับพันเล่มพุ่งเข้าทิ่มแทงหัวใจของลลิน ความน้อยใจ ความเสียใจ และความอึดอัดตีรวนขึ้นมาจนจุกอก เธออุตส่าห์ทุ่มเททำงานให้เขาอย่างสุดความสามารถ ปกป้องเขาจากปัญหาทุกอย่าง และเกือบจะมอบความรู้สึกที่เกินเลยให้เขาไปแล้ว แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับเป็นการตั้งข้อสงสัยในความภักดี
"ถ้าบอสคิดว่าดิฉันเป็นคนขายข้อมูลให้ธันวา..." ลลินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำใสที่รื้นขึ้นมาคลอเบ้า เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ความโกรธเข้ามาแทนที่ความอ่อนแอ "คุณก็ไล่ดิฉันออกตอนนี้เลยสค่ะ! ไม่ต้องมานั่งสอบสวนหรือใช้สายตาแบบนั้นมองดิฉัน!"
ความกล้าหาญที่เปล่งประกายอยู่ในแววตาคู่สวยนั้น ทำให้รณกรชะงักไปชั่วขณะ
นี่ไม่ใช่ปฏิกิริยาของคนทำความผิด คนที่ขโมยข้อมูลมักจะลนลาน แก้ตัวน้ำขุ่นๆ หรือไม่ก็ร้องไห้อ้อนวอน แต่นี่... ลลินกำลังโกรธ โกรธที่เขาไม่เชื่อใจเธอ โกรธที่ความทุ่มเททั้งหมดของเธอถูกมองข้ามด้วยข้อครหา
รณกรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอที่ยังคงยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน แรงกดดันจากตัวเขาล้อมรอบตัวเธอไว้ทุกด้าน จนลลินต้องถอยหลังไปจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะ
"ถ้าผมจะไล่คุณออก ผมคงทำไปนานแล้วโดยไม่ต้องรอให้คุณมาท้าทาย" รณกรโน้มใบหน้าลงมา กระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและใกล้ชิดจนลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ข้างแก้ม "แต่ที่ผมยังยืนอยู่ตรงนี้ และเลือกที่จะถามคุณ... เพราะผมไม่อยากเชื่อว่าคนที่ผม... ไว้วางใจ จะหักหลังผม"
คำว่า *'ไว้วางใจ'* ของเขา ทำให้หัวใจที่กำลังเต้นเร่าด้วยความโกรธของลลินกระตุกวูบ ความหมายลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่หลังคำพูดนั้นทำเอาใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ
รณกรยื่นโทรศัพท์มือถือให้เธอดูภาพถ่ายบนจอ ลลินก้มมองภาพนั้น แววตาที่ขุ่นเคืองเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนก "นี่มัน... รูปถ่ายจากมุมห้องทำงานของธันวาชัดๆ แต่เอกสารฉบับนี้ ดิฉันเก็บไว้ในตู้เซฟนิรภัยหลังโต๊ะทำงานของบอส..."
"ถูกต้อง" รณกรพูดต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "ตู้เซฟที่มีเพียงคุณกับผมเท่านั้นที่รู้รหัสผ่าน... ลลิน มีคนอื่นรูรหัสรึเปล่า?"
"ไม่มีค่ะ ดิฉันเปลี่ยนมันด้วยตัวเองตามคำสั่งของบอสเมื่อเดือนก่อน และจดจำไว้คนเดียว..." ลลินส่ายหน้าช้าๆ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว "แต่มันแปลกมาก ถ้าเอกสารอยู่ในตู้เซฟ ทำไมธันวาถึงได้ภาพถ่ายนี้ไปได้ หรือว่า..."
"มีคนแอบถ่ายตอนที่คุณเปิดตู้เซฟ หรือไม่ก็..." รณกรหรี่ตาลง วิเคราะห์สถานการณ์อย่างเฉียบคม "มีคนแอบติดตั้งกล้องวงจรปิดขนาดเล็กไว้ในห้องนี้"
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางห้องทำงานส่วนตัว ทั้งสองคนเงียบกริบไปชั่วอึดใจ ความตระหนักรู้ว่าความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของพวกเขาถูกละเมิด ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นอันตราย
รณกรเอื้อมมือออกไป ลาดยาวผ่านกรอบหน้าของลลินอย่างแผ่วเบa คราวนี้ไม่มีทีท่าของความลังเล มีเพียงความอ่อนโยนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความแข็งกร้าว ปลายนิ้วโป้งของเขาเกลี่ยไล่ปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยออกจากใบหน้าเนียนอย่างทะนุถนอมโดยไม่รู้ตัว
"ผมขอโทษ..." เสียงทุ้มเอמהกระซิบแผ่วเบa ชิดริมหูของเธอ "ที่ใช้อารมณ์กับคุณเมื่อครู่"
ลลินนิ่งค้างไปกับสัมผัสที่อบอุ่นและคำขอโทษที่หาได้ยากยิ่งจากปากของ CEO หนุ่มผู้หยิ่งทะนง ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางจากตัวเขา ทำให้สติสัมปชัญญะของเธอล่องลอยไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นโครمครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
"บอส... ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันเข้าใจ" ลลินพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น ขณะที่สายตาเผลอไผลมองลงมาที่ริมฝีปากหยักได้รูปของเขาโดยไม่ตั้งใจ
รณกรสังเกตเห็นประกายความไหววูบในดวงตาคู่สวยนั้น เขารู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดประหลาดที่ดึงดูดให้เขาก้าวเข้าหาเธอครั้งแล้วครั้งเล่า แม้ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยภัยคุกคามรอบด้าน ความรู้สึกที่เขามีต่อเลขาสาวคนนี้ได้ก้าวข้ามเส้นคำว่า 'เจ้านายกับลูกน้อง' ไปไกลลิบลิ่วแล้ว และเขาก็รู้ดีว่า... ลลินเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน
มือหนาเลื่อนลงมาจับมือเรียวของลลินขึ้นมากุมไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในใจเธอ ส่งผ่านความรู้สึกมั่นคงท่ามกลางพายุร้ายที่กำลังก่อตัว
"คืนนี้... อยู่ช่วยผมสืบเรื่องนี้ต่อได้ไหม?" รณกรเอ่ยขอร้องด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลที่สุดเท่าที่เขาเคยใช้กับใคร "ผมต้องการคุณ... ลลิน"
คำว่า *"ผมต้องการคุณ"* ในบริบทนี้ แม้จะหมายถึงเรื่องงาน แต่น้ำเสียงและแววตากลับมีความหมายลึกซึ้งเกินเลยไปไกล จนลลินแทบจะละลายหายไปกับความอบอุ่นนั้น เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตกลง
ทว่า...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างกะทันหัน ทำลายบรรยากาศแสนหวานและเปราะบางนั้นลงในพริบตา ก่อนที่ประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้เจ้าของอนุญาต
ร่างสูงโปรดของ "ธันวา" ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก ในมือถือแฟ้มเอกสารสีชาที่ดูคุ้นตาเป็นอย่างดี เขากวาดสายตามองรณกรที่ยืนชิดติดตัวลลินด้วยแววตาสสมเพชเวทนา
"ขอโทษที่ขัดจังหวะเวลาสวีทนะครับท่าน CEO" ธันวาหัวเราะในลำคออย่างเยือกเย็น "แต่ดูเหมือนว่า... ผมจะนำ 'ของขวัญ' ชิ้นสำคัญมาคืนเจ้าของตัวจริงเร็วกว่าที่คิดนะ"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ผลิบานของรณกรและลลินนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ! - ละอองดาวเดือนเก้า
พันธะรักละอองดาว•ตอนที่ 9
เส้นขนานที่เริ่มบรรจบ
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละอองดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!