พันธะรักละอองดาว•ตอนที่ 8

ความอบอุ่นในห้องพัก

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“อย่าขยับ” น้ำเสียงของรณกรทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าเฉียบขาดดั่งคมมีดที่กรีดผ่านอากาศที่กำลังหนักอึ้ง เขาไม่ได้หันมามองลลิน แต่สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากร่างกายของหญิงสาวที่สั่นเทาอยู่เบื้องหลัง มือหนาของเขาแตะเบาๆ ลงบนไหล่บางเพื่อกดให้เธอหมอบต่ำลง ก่อนจะเลื่อนสายตาไปจับจ้องที่บานประตูซึ่งกำลังขยับเขยื้อนอย่างผิดธรรมชาติ กลอนโซ่นิรภัยที่ควรจะแข็งแกร่งกลับถูกบางอย่างที่คล้ายกับลวดเหล็กสอดเข้าไปเขี่ยจากร่องประตู มันไม่ใช่การงัดแงะด้วยกำลัง แต่มันคือการ ‘ไข’ อย่างเชี่ยวชาญ เสียงโลหะกระทบกันดังแกรกกรากท่ามกลางเสียงฝนที่ฟาดลงบนกระจกห้องพักชั้นบนสุดของโรงแรมหรู “รณกร... ถ้าเป็นธันวา...” ลลินกระซิบ ลมหายใจของเธอร้อนผ่าวรดต้นคอเขา “เงียบ” เขาตัดบท สัญชาตญาณนักล่าในตัว CEO ผู้เยือกเย็นพุ่งสูงขึ้น รณกรไม่ได้ดึงปืนออกมาอย่างที่เธอหวาดกลัว แต่เขากลับคว้าแจกันคริสตัลหนักอึ้งบนโต๊ะข้างโซฟามาถือไว้ด้วยมือเดียว ในขณะที่มืออีกข้างคว้าข้อมือลลินแน่นเพื่อดึงให้ถอยห่างเข้าไปในเงามืดของมุมห้อง *แกร๊ก!* โซ่นิรภัยหลุดออกจากร่อง บานประตูไม้โอ๊คค่อยๆ เปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อโค้ทกันฝนสีเข้มที่เปียกชุ่มหยดน้ำ รณกรกลั้นหายใจ เตรียมพร้อมจะพุ่งตัวออกไป แต่แล้วร่างที่ยืนอยู่หน้าประตูกลับชะงักงัน “ผมหวังว่าคุณจะยังไม่นอนนะ รณกร” เสียงนั้นไม่ใช่ธันวา แต่เป็นทนายความส่วนตัวของครอบครัวเขา ‘คุณวิทวัส’ ชายชราผู้กุมความลับของตระกูลที่รณกรพยายามฝังกลบไว้ตลอดสิบปี รณกรผ่อนลมหายใจออกช้าๆ ทว่าความตึงเครียดยังไม่จางหาย เขาปล่อยแจกันในมือลงบนพรมหนานุ่ม “คุณเข้ามาได้ยังไง โดยไม่ผ่านการอนุญาตจากฝ่ายรักษาความปลอดภัย” วิทวัสก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายความชื้นและกลิ่นบุหรี่จางๆ ของคนแก่ลอยมาแตะจมูก เขาถอดหมวกเปียกชื้นวางลงบนโต๊ะก่อนจะปรายตามองลลินที่ยังคงเกาะแขนเสื้อสูทของรณกรไว้แน่นด้วยความประหม่า “ความปลอดภัยของที่นี่น่ะหรือ? หึ... ถ้าผมอยากจะเข้ามาในที่ที่คนระดับคุณซ่อนตัวอยู่ มันก็ไม่ใช่เรื่องยากนักหรอก” วิทวัสเดินตรงไปยังมินิบาร์ รินบรั่นดีใส่แก้วคริสตัลโดยไม่รอคำเชิญ “ธันวาเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว มันไม่ได้แค่ขุดคุ้ยงบการเงิน แต่มันกำลังจะขุด ‘หลุมศพ’ ที่คุณเคยฝังไว้เมื่อสิบปีก่อนขึ้นมาด้วย” บรรยากาศในห้องเงียบกริบ เสียงฝนภายนอกดูเหมือนจะหายไป เหลือเพียงเสียงหัวใจของลลินที่เต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างของรณกร ร่างสูงที่เคยดูอบอุ่นและมั่นคงในความรู้สึกของเธอ บัดนี้กลับดูแข็งทื่อราวกับรูปปั้นหิน “ออกไปจากห้องนี้ซะ วิทวัส” รณกรเค้นเสียงผ่านไรฟัน ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัดจนน่ากลัว “อย่าเอาเรื่องอดีตไร้สาระมาขู่ผม ต่อหน้าผู้หญิงของผม” คำว่า ‘ผู้หญิงของผม’ ทำให้ลลินชะงักไปชั่วขณะ เธอเงยหน้ามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขาที่ดูสันกรามคมชัดภายใต้แสงไฟสลัว ความโกรธเกรี้ยวที่รณกรมีต่อชายชราตรงหน้าไม่ใช่เพียงเพราะการรุกล้ำ แต่เพราะเขากำลังปกป้อง ‘ความลับ’ ของเขาไม่ให้เธอได้รับรู้ วิทวัสหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหันมามองลลินด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก “เธอไม่ใช่แค่เลขานุการใช่ไหมล่ะ รณกร... เธอคือคนเดียวที่ทำให้คุณยอมสละเกราะกำบังอันแข็งแกร่งนั่น แต่ระวังให้ดีเถอะ ความรักในตอนที่เขายังมีแผลเน่าเฟะอยู่ในใจน่ะ มันมักจะจบลงด้วยการที่คนข้างๆ ต้องเจ็บปวดที่สุด” ชายชราเดินผ่านทั้งสองคนไปที่ประตู ก่อนจะหยุดกึกแล้วเอ่ยประโยคสุดท้ายทิ้งไว้ “คืนนี้... ธันวาไม่ได้มาคนเดียว แต่มันจ้างคนมาเฝ้าดูทางออกทุกจุดของชั้นนี้ ถ้าคุณคิดจะหนี คุณจะติดกับดักพวกมันทันที” เมื่อประตูปิดลง ความเงียบงันกลับมาครอบคลุมอีกครั้ง ลลินค่อยๆ คลายมือออกจากแขนเสื้อของเขา เธอมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสนของรณกร ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ สัมผัสเบาๆ ที่แผ่นหลังกว้างของชายหนุ่ม “คุณรณกรคะ...” เขาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ แววตาของเขาที่เคยดูเย็นชาบัดนี้สั่นไหวและดูเปราะบางอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มือหนาที่เคยถือแจกันเตรียมป้องกันตัว เอื้อมมาประคองใบหน้าของเธอไว้ด้วยความทะนุถนอมอย่างประหลาด มันเป็นความอบอุ่นที่สวนทางกับพายุฝนข้างนอก “ผมขอโทษ...” เขาพึมพำ “ผมไม่ได้ตั้งใจจะลากคุณเข้ามาอยู่ในความมืดมิดของผม” “ฉันเลือกที่จะอยู่ตรงนี้เอง” ลลินตอบเบาๆ เธอขยับเข้าไปซบลงบนอกแกร่ง สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมสะอาดของน้ำหอมผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ ของความเครียด “ถ้าอดีตของคุณมันเจ็บปวดนัก... ให้ฉันเป็นคนช่วยถือมันไว้ครึ่งหนึ่งได้ไหมคะ?” รณกรนิ่งงัน เขาเชยคางเธอขึ้นมา ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววเด็ดเดี่ยว เขาโน้มใบหน้าลงช้าๆ ห่างเพียงลมหายใจกั้น ราวกับจะสะกดทุกความกังวลไว้ใต้สัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น ทว่าในจังหวะที่ริมฝีปากของพวกเขากำลังจะแตะกัน เสียง ‘ติ๊ด’ เบาๆ จากอุปกรณ์ดักฟังที่ซ่อนอยู่ใต้กรอบรูปภาพในห้องพักก็ดังขึ้นพร้อมกับการเชื่อมต่อสัญญาณจากหน้าจอแท็บเล็ตของธันวาที่กำลังนั่งยิ้มมุมปากอยู่ในรถหรูชั้นล่าง บนหน้าจอนั้นภาพของทั้งสองที่กอดกันแนบแน่นในห้องพักสว่างชัดเจน พร้อมกับเสียงบทสนทนาทั้งหมดที่เพิ่งเกิดขึ้นถูกบันทึกไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ธันวาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดส่งข้อความสั้นๆ ไปยังเบอร์ของรณกร *“ขอบคุณที่เปิดใจนะรณกร... แต่น่าเสียดายที่ความอบอุ่นในคืนนี้ จะกลายเป็นหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะทำลายชื่อเสียงที่คุณอุตส่าห์สร้างมาทั้งชีวิต”* รณกรที่กำลังจะจุมพิตลลิน หยุดชะงักลงเมื่อเสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นในกระเป๋ากางเกง เขาหยิบมันขึ้นมาอ่าน และวินาทีที่เห็นเนื้อหา... สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความมืดมิดดั่งพายุที่รุนแรงกว่าเดิม ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและก้าวผ่านพายุฝนไปกับลลินและรณกรในคืนนี้ครับ - ละอองดาวเดือนเก้า
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละอองดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%