พันธะรักละอองดาว•ตอนที่ 7

ฝนที่ตกหนักกว่าเดิม

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“คุณพูดว่าอะไรนะ... ธันวา?” เสียงของรณกรต่ำลึก ลอดไรฟันออกมาทีละคำ ทว่ากลับทรงพลังจนทำให้บรรยากาศภายในรถยนต์หรูที่จอดพักหลบมุมอยู่ข้างทาง ใต้ร่มเงาของป้ายบอกทางหลวงสายเหนือที่กำลังถูกสายฝนกระหน่ำซัดสาดอย่างบ้าคลั่ง ดูอึดอัดและเย็นเยียบลงถนัดตา หน้าจอสมาร์ทโฟนในมือหนาสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความหนาวเหน็บจากสภาพอากาศภายนอก แต่เป็นเพราะข่าวสารมรณะที่เพิ่งถูกส่งตรงเข้ามาทำลายสติสัมปชัญญะของซีอีโอหนุ่มผู้ไม่เคยเพลี่ยงพล้ำให้ใคร ลลินที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับ หันขวับมามองเจ้านายหนุ่มทันที แววตาคู่สวยที่เคยฉายแววความกังวลเรื่องพายุฝนภายนอก บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเธอสังเกตเห็นสันกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่น และเส้นเลือดที่ปูดโปนขวับของรณกร มือเรียวบางเอื้อมแตะลงบนท่อนแขนภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มของเขาโดยสัญชาตญาณ เนื้อตัวของรณกรเกร็งเครียดจนเธอสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่แผ่ออกมา “คุณรณกร... เกิดอะไรขึ้นคะ?” เสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความหวาดหวั่น รณกรยังไม่ตอบ เขาชะงักค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบที่มักจะมองสถานการณ์ทุกอย่างด้วยความสุขุมเยือกเย็น บัดนี้กลับไหววับด้วยความโกรธเกรี้ยวและ... ความเคียดแค้นที่ถูกกดทับไว้ลึกสุดขั้วหัวใจ ข้อมูลในสมาร์ทโฟนระบุชัดเจนว่า นอกจากธันวาจะพยายามเล่นสกปรกในโครงการประมูลระดับพันล้านที่พวกเขากำลังแย่งชิงกันอยู่แล้ว ตอนนี้ คนสนิทที่รณกรไว้วางใจที่สุดในการดูแลห้องนิรภัยที่กรุงเทพฯ กลับกลายเป็นศพ และตู้เซฟใบนั้น... ตู้เซฟที่เก็บความลับอันเป็นเดิมพันทั้งหมดของบริษัท ถูกเปิดออกอย่างไร้ร่องรอยการงัดแงะ นั่นหมายความว่า มี 'หนอนบ่อนไส้' อยู่ในองค์กร... และมันใกล้ตัวกว่าที่เขาคิด “เราไปต่อไม่ได้แล้วครับคุณลลิน” รณกรหันมาสบตาเธอ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่นิ่งสนิทอย่างน่ากลัว “เส้นทางข้างหน้าถูกน้ำป่าไหลหลากตัดขาดจากต้นไม้ใหญ่ที่โค่นขวางทาง ส่วนทางที่เราเพิ่งผ่านมาก็เริ่มมีดินถล่มลงมาปิดทับ... ระบบนำทางแจ้งว่าสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตกำลังจะล่มทั้งหมดในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า” “แล้วเรา...?” ลลินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “เราต้องหาที่พักหลบพายุคืนนี้ และโรงแรมม่านหมอกที่อยู่ห่างไปอีกสองกิโลเมตรข้างหน้า คือที่เดียวที่เราจะไปถึงได้ก่อนที่ค่ำคืนนี้จะกลายเป็นฝันร้ายที่แท้จริง” รถยนต์พุ่งทะยานฝ่าม่านน้ำที่หนาทึบจนแทบมองไม่เห็นเส้นทางเบื้องหน้า แสงไฟหน้ารถสาดส่องผ่านความมืดมิดและสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาไม่ขาดสายราวกับฟ้าถล่ม บรรยากาศภายในห้องโดยสารเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาและความเครียดขึ้งที่ลอยวนอยู่ในอากาศ ลลินนั่งกอดอกพยายามข่มความกลัวที่เกาะกุมหัวใจ เธอเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของรณกรที่คมคายราวกับรูปสลัก ทว่าเต็มไปด้วยร่องรอยของความเหนื่อยล้าและภาระอันหนักอึ้งที่เขาต้องแบกรับไว้คนเดียว เมื่อมาถึงโรงแรมขนาดกะทัดรัดสไตล์รีสอร์ทกลางหุบเขา ท่ามกลางบรรยากาศที่วังเวงและไร้ซึ่งเงาของแขกคนอื่น เนื่องจากพายุฤดูร้อนที่รุนแรงผิดฤดูกาลทำให้ที่นี่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกชั่วคราว ลลินเดินตามรณกรเข้ามาภายในล็อบบี้ที่มีแสงไฟสีส้มสลัวๆ พนักงานต้อนรับหน้าตาตื่นตระหนกแจ้งข่าวร้ายที่ทำให้ความหวังของทั้งคู่ดับวับลงไปอีก “ขอโทษด้วยจริงๆ นะคะคุณลูกค้า... ตอนนี้ระบบไฟฟ้าสำรองของโรงแรมใช้งานได้แค่ครึ่งเดียว และห้องพักแบบแยกเดี่ยวของเราเต็มหมดแล้วตั้งแต่ช่วงบ่ายก่อนพายุเข้า เหลือเพียง... 'ห้องสวีท VIP' ห้องสุดท้ายห้องเดียวเท่านั้นค่ะ” พนักงานสาวละล่ำละลักพูดพลางยื่นกุญแจห้องให้ด้วยมือที่สั่นเทา รณกรขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกวาดตามองสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างระแวดระวัง สัญชาตญาณนักธุรกิจผู้รอบคอบบอกเขาว่าสถานการณ์นี้มีความผิดปกติบางอย่างซ่อนอยู่ แต่ในเมื่อความปลอดภัยและสภาพอากาศภายนอกไม่อำนวยให้ขับรถต่อไปได้ เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น “ห้องเดียวก็ห้องเดียวครับ จัดการให้เรียบร้อย” รณกรยื่นบัตรเครดิตให้พนักงาน ภายในห้องสวีท VIP ชั้นบนสุดของโรงแรม บรรยากาศค่อนข้างกว้างขวาง ทว่ากลับให้ความรู้สึกอ้างว้างและถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง เสียงสายฝนที่กระแทกเข้ากับกระจกบานใหญ่ด้านนอกดังระรัวราวกับเสียงกลองศึกที่เร่งเร้าหัวใจให้เต้นระส่ำ รณกรก้าวเข้ามาในห้อง วางกระเป๋าเอกสารและโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะทำงานอย่างแรง ก่อนจะถอดเสื้อสูทเนื้อดีออกแล้วโยนพาดไว้ที่โซฟา มือหนายกขึ้นนวดคลึงขมับของตัวเองเพื่อขับไล่ความปวดตุบที่แล่นริ้วขึ้นมา ลลินยืนนิ่งอยู่ใกล้ประตู เธอรู้สึกอึดอัดกับความเงียบและสถานการณ์ที่บีบคั้น หัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นส่ำ ไม่ใช่เพราะกลัวพายุฝน แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดในพื้นที่จำกัดกับชายหนุ่มที่ทรงเสน่ห์และอันตรายต่อความรู้สึกของเธอมากที่สุดในยามนี้ “คุณรณกรพักผ่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันจะไปดูว่ามีอะไรพอจะทานได้บ้างที่เคาน์เตอร์ด้านล่าง...” ลลินเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ พลางขยับตัวจะหันหลังกลับไปที่ประตู “หยุดก่อน ลลิน” เสียงทุ้มต่ำเออดดักขึ้น รณกรหันกลับมามองเธอ ดวงตาคมกริบ couched เต็มไปด้วยประกายบางอย่างที่ทำเอาลลินต้องกลืนน้ำลาย เธอยังไม่ทันได้เอ่ยถาม ชายหนุ่มก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยฝีเท้าที่เงียบงันแต่หนักแน่น ร่างสูงใหญ่ยืนบังแสงไฟสลัวจากโคมไฟมุมห้องจนเงาทอดทับร่างบางของเธอจนมิด “คุณคิดว่าจะเดินไปไหนในสภาพแบบนี้? ข้างนอกนั่นอันตรายเกินกว่าที่คุณจะเดินออกไปคนเดียว... และตอนนี้ ผมไม่อยากให้คุณคลาดสายตาแม้แต่นาทีเดียว” “แต่ว่า... ห้องนี้มีเตียงเดียว...” ลลินหลบสายตาคมคายคู่นั้น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขาซึ่งอยู่ห่างกันเพียงคืบ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายฝนจางๆ ของรณกรยิ่งทำให้เธอสูญเสียการควบคุมสติ รณกรโน้มใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มพร่า เย้ายวน และเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นมานาน “กลัวผมเหรอ... ลลิน หรือว่าคุณกำลังกลัวใจตัวเองกันแน่?” นิ้วเรียวของเขาเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อและละอองน้ำฝนออกจากแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนและทะนุถนอมขัดกับสถานการณ์รอบตัวที่กำลังโตรมด้วยพายุ รณกรไม่เคยแสดงออกถึงความใส่ใจในลักษณะนี้บ่อยนัก มันทั้งอบอุ่นและลึกล้ำจนทำให้หัวใจของเลขาสาวแทบหลอมละลาย ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่กำลังเปี่ยมไปด้วยความเย้ายวนและแรงดึงดูดอันตราย ทันใดนั้นเอง... *เปรี้ยง!* เสียงฟ้าผ่าคำรามสนั่นหวั่นไหวจนกระจกหน้าต่างสั่นสะเทือน ตามมาด้วยไฟในห้องที่ดับวابลงจนมืดสนิทเหลือเพียงแสงไฟสีส้มอ่อนจากป้ายฉุกเฉินนอกหน้าต่าง ลลินสะดุ้งสุดตัวและเผลอโผเข้าซบลงกับแผงอกกว้างของรณกรตามสัญชาตญาณ มือหนาโอบกอดเอวบางของเธอไว้แน่นเพื่อพยุงไม่ให้ล้มลง ทว่าในความมืดสนิทและเงียบงันนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังขึ้นตรงหน้าห้องพักของพวกเขากลับทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึก *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะประตูสามครั้งดังขึ้นอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางเสียงสายฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาด รณกรขมวดคิ้วดาร์ก ดึงลลินให้ไปหลบอยู่ด้านหลังของร่างสูงทันทีด้วยสัญชาตญาณนักล่า มือหนาลูบคลำหาวัตถุแข็งบางอย่างในกระเป๋าเสื้อสูทอย่างระมัดระวัง ดวงตาคมกริบจับจ้องไปยังบานประตูกลอนที่กำลังถูกบิดเปิดออกอย่างช้าๆ จากฝั่งด้านนอก ทั้งๆที่พวกเขาเพิ่งล็อคกลอนโซ่นิรภัยไว้จากด้านในแล้วเรียบร้อย! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางฝ่าพายุแห่งความรักและปมปริศนาไปด้วยกันนะคะ - ละอองดาวเดือนเก้า
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละอองดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%