กลิ่นอายความเครียดจากห้องประชุมชั้นบนยังไม่ทันจางหาย กลิ่นกาแฟดำเข้มข้นในแก้วกระดาษบนคอนโซลกลางรถยนต์ SUV คันหูก็ส่งกลิ่นกรุ่นผสมผสานกับความเงียบงันที่กดดันเสียยิ่งกว่า บรรยากาศภายในห้องโดยสารกว้างขวางถูกคั่นกลางด้วยระยะห่างเพียงไม่กี่คืบ แต่มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนมีกำแพงน้ำแข็งหนาทึบกั้นกลางระหว่างคนทั้งสอง
รณกรจับพวงมาลัยด้วยมือข้างเดียว สันกรามคมสันขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นกันแดดสีเข้มมองตรงไปยังถนนหลวงสายยาวที่ทอดยาวสู่จังหวัดเชียงราย ปลายทางคือโครงการรีสอร์ทอนุรักษ์ธรรมชาติที่กำลังมีปัญหาเรื่องการส่งมอบพื้นที่—และเป็นจุดเดียวกับที่ธันวาเพิ่งส่งมือดีลงไปเคลื่อนไหวลับ ๆ
"คุณขับรถมาสามชั่วโมงเต็มแล้วค่ะท่านประธาน ให้ฉันสลับขับแทนไหมคะ"
เสียงนุ่มนวลของลลินทำลายความเงียบขึ้นมา เธอขยับตัวเล็กน้อยเพื่อปรับสายคาดเบรกนิ้วมือเรียวประสานกันไว้ที่ตัก ชุดสูททำงานสีเทาอ่อนถูกเปลี่ยนเป็นเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีครีมสบายตาแต่ยังคงความเนี้ยบ ทว่าความห่วงใยที่แฝงมาในน้ำเสียงนั้นกลับทำให้รณกรยิ่งหงุดหงิดในความรู้สึกแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในอก
"ผมไม่ได้อ่อนแอถึงขนาดต้องให้เลขามาขับรถแทน" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยตอบเรียบเฉย แฝงความกระด้างไว้นิด ๆ โดยไม่หันมามอง
"ฉันไม่ได้หมายความว่าคุณอ่อนแอค่ะ... ฉันแค่คิดว่า ถ้าคุณสมาธิหลุดไปกับเรื่องของธันวา เราอาจจะลงไปนอนในคูข้างทางก่อนจะถึงเชียงราย" ลลินสวนกลับทันควัน นัยน์ตากลมโตคู่นั้นมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขาอย่างไม่ยอมแพ้
เธอไม่ใช่เลขาที่ก้มหน้าก้มตาจำนนต่ออำนาจของเขาเหมือนคนอื่น ลลินรู้ว่าภายใต้เกราะเหล็กที่รณกรสวมใส่เพื่อปกป้องตัวเองจากโลกธุรกิจอันโหดร้าย มีความเปราะบางบางอย่างซ่อนอยู่—โดยเฉพาะเมื่อเหตุการณ์เมื่อคืนพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เขากลัวการสูญเสีย "ความจริง" เกี่ยวกับบริษัทของพ่อเขามากกว่าสิ่งใด
รณกรเหลือบมองเธอผ่านหางตา ชั่ววินาทีหนึ่งที่ดวงตาสองคู่ประสานกันในกระจกมองหลัง ความดุดันในแววตาของ CEO หนุ่มก็ไหววูบลง เขายอมผ่อนคันเร่งลงเล็กน้อย เลี้ยวรถเข้าสู่จุดพักรถริมทางหลวงที่เงียบสงบ ไร้ผู้คนพลุกพล่าน
ทันทีที่เครื่องยนต์ดับลง ความเงียบก็กลับมาเยือนอีกครั้ง รณกรถอดแว่นกันแดดออก วางมันลงบนคอนโซล ก่อนจะยกมือขึ้นนวดขมับทั้งสองข้างอย่างอ่อนล้า ความเครียดจากการนอนไม่หลับติดต่อกันสามคืนสะสมจนกลายเป็นไมเกรนเล่นงาน
ลลินมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ถักทอขึ้นในใจ ความโกรธขืนเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความเอาใจใส่อย่างธรรมชาติ เธอเอื้อมมือไปหยิบขวดน้ำแร่ในช่องเก็บของ เปิดฝาแล้วยื่นส่งให้เขา พร้อมกับตลับยาแก้ปวดที่พกติดกระเป๋ามาด้วย
"กินเสียหน่อยเถอะค่ะ หน้าคุณซีดมากแล้ว" เธอกระซิบ น้ำเสียงอ่อนโยนจนน่าใจหาย
รณกรชะงัก เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่นั่งอยู่เบาะข้าง ๆ แววตาแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความสับสนระคนซาบซึ้ง มือหนารับขวดน้ำและเม็ดยามาโดยไม่เอ่ยคำขอบคุณ แต่สัมผัสจากปลายนิ้วที่แตะโดนกันเพียงเสี้ยววินาทีกลับทำให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง
"ทำไม... คุณถึงไม่กลัวผมเลยสักนิด ลลิน" เขาถามเสียงพร่า ทอดสายงามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ไม่มีร่องรอยของการเสแสร้ง
"ทำไมต้องกลัวล่ะคะ ในเมื่อฉันรู้ว่า... ภายใต้ท่าทางดุ ๆ และคำพูดร้ายกาจพวกนั้น คุณกำลังแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียวต่างหาก" ลลินตอบเบา ๆ เธอยื่นมืออีกข้างไปหยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดออกจากกระเป๋า ซับเหงื่อที่ซึมตามไรผมให้กับชายหนุ่มอย่างถือวิสาสะ
สัมผัสนั้นเบาราวกับปีกผีเสื้อ แต่กลับมีอานุภาพทำลายล้างกำแพงทั้งหมดที่รณกรสร้างขึ้นมาตลอดหลายปี รณกรนิ่งง็งัน กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวเธอ—กลิ่นวานิลลาผสมละอองฝนจาง ๆ—โชยเข้าจมูกปลุกเร้าสัญชาตญาณความเป็นชายที่ถูกกดทับไว้ด้วยภาระหน้าที่ ร่างสูงขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นโดยไม่รู้ตัว เงาของเขาโน้มทับร่างบางบนเบาะโดยสารจนแทบไม่มีอากาศหายใจ
"ลลิน..." เสียงเรียกชื่อเธอดังกระซิบพร่า เขาลดระยะห่างจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาสั่นระริกเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ซ่อนเร้น ความเย้ายวนของบรรยากาศภายในรถที่แคบลงทำให้โลกภายนอกเลือนหายไป เหลือเพียงลมหายใจอุ่น ๆ ของกันและกัน
ลลินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เธอมองริมฝีปากหยักลึกที่อยู่ห่างแค่เอื้อม รู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านไปทั่วผิวแก้ว
"ถ้าคุณยังเข้ามาใกล้กว่านี้... ฉันอาจจะคิดว่าคุณไม่ได้มองฉันเป็นแค่เลขาแล้วนะคะ" เธอกระซิบเสียงสั่น พยายามดึงสติครั้งสุดท้าย แต่ดวงตาคู่คมที่มองมากลับไม่มีทีท่าจะถอยหนี มีแต่ความดุดันแบบนักล่าที่ถูกความอ่อนโยนหลอมละลายจนกลายเป็นความเย้ายวนอันตราย
รณกรยกมือขึ้นประคองแก้มนุ่มของเธอไว้ ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยไล้ริมฝีปากอิ่มอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่เต็มไปด้วยความโหยหาและทะนุถนอมในคราวเดียวกัน ทำให้ลลินหลับตาลงรับสัมผัสนั้นด้วยความยินยอมพร้อมใจ
ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะแนบชิดกัน เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของรณกรก็แผดเสียงดังลั่นลายความเงียบขึ้นมาทำลายบรรยากาศสีชมพูนั้นลงอย่างไม่ปรานี
รณกรขมวดคิ้วอย่างขัดใจ สบถเบา ๆ ในลำคอ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏว่าเป็นเบอร์สายตรงจากสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพฯ ทว่าทันทีที่เขากดรับและฟังเสียงปลายสาย สีหน้าคมเข้มก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือด แววตาดุดันกลับมาวาบขึ้นอีกครั้งด้วยความตกใจ
"ว่ายังไงนะ!... ใครเป็นคนสั่งรื้อค้นเอกสารชุดนั้น?"
ลลินลืมตาขึ้นทันที เธอมองอาการของเจ้านายหนุ่มที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ หัวใจกระตุกวูบด้วยสังหรณ์ใจที่ไม่สู้ดี
รณกรวางสายด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย เขาดึงสติกลับมามองหน้าเลขาสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตระหนก และประโยคต่อมาที่เขาเอ่ยออกมา ก็ทำให้การเดินทางครั้งนี้กลายเป็นสนามรบที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม
"ไม่ใช่แค่ธันวา... แต่ตอนนี้ คนของเราที่ดูแลห้องนิรภัยที่กรุงเทพฯ เพิ่งถูกพบเป็นศพ และ... 'ตู้เซฟ' ที่เก็บเอกสารลับที่สุดถูกเปิดออกแล้ว"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกอันลึกซึ้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้ากับ "ละอองดาวเดือนเก้า" ครับ
พันธะรักละอองดาว•ตอนที่ 6
การเดินทางไปต่างจังหวัด
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละอองดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!