เสียงประตูกระจกนิรภัยที่ปิดสนิทดังก้องกังวานในความเงียบงันของชั้นผู้บริหาร บรรยากาศการเจรจาธุรกิจที่เฉือดเฉือนด้วยคมมีดแห่งผลกำไรเพิ่งจบลงไปเมื่อห้านาทีก่อน ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายความตึงเครียดที่ยังลอยวนอยู่ในอากาศ ธันวาเดินจากไปด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก พร้อมกับความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าเขาเพิ่งกำจุดอ่อนของรณกรไว้ในอุ้งมือ—เอกสารลับที่ไม่มีอยู่จริง และเลขาฯ สาวที่ถูกดึงเข้ามาเป็นเครื่องมือในเกมเดิมพัน
แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า… เกมจริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นหลังประตูบานนั้นปิดลง
ลลินยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ กระดาษเปล่าเกือบสิบแผ่นที่เธอจัดเตรียมตามคำสั่งเฉพาะกิจยังคงนอนนิ่งอยู่บนโต๊ะ มือของเธอยังคงสั่นระริก ปลายเลิฟสีนู้ดจิกเข้าหากันเบาๆ เพื่อระงับความตื่นตระหนก หัวใจเต้นรัวระส่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอก การที่รณกรเอ่ยชื่อเธออ้างอิงถึงเอกสารลับต่อหน้าธันวาเมื่อครู่ มันไม่ใช่แค่การบลัฟฟ์คู่แข่งธรรมดา แต่มันคือการ "ดึงเธอลงมาเล่นในเกมอันตราย" เคียงข้างเขาอย่างจงใจ
"คุณลลิน"
เสียงทุ้มต่ำเรียบเรื่อยเอ่ยขึ้นจากมุมห้อง รณกรไม่ได้ขยับตัวไปไหน เขายังคงยืนพิงขอบกระจกใส มองทัศนียภาพของเมืองหลวงยามราตรีที่เต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ สูทเนื้อดีถูกปลดกระดุมเม็ดบนออก เผยให้เห็นลำคอแกร่งและผิวเนื้อสีเข้มที่ชวนให้จินตนาการถึงความอบอุ่นภายใต้ความเย็นชา
ลลินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ หันไปเผชิญหน้ากับเจ้านายหนุ่ม แววตาของเธอมีความระคนระหว่างความไม่เข้าใจและความกังวล "คุณกรทำแบบนั้นทำไมคะ? ถ้าธันวาจับได้ว่าในแฟ้มนั้นไม่มีอะไรเลย..."
"เขาไม่มีวันจับได้" รณกรหันกลับมามองเธอ ดวงตาคมกริบสีเข้มคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก "เพราะเขาไม่ได้มองที่กระดาษ... เขามองที่ความมั่นใจของคุณ"
ชายหนุ่มก้าวเดินเข้ามาใกล้ ช้าๆ ทว่าทุกย่างก้าวกลับสร้างแรงกดดันและความสั่นไหวในหัวใจของหญิงสาวได้อย่างประหลาด กลิ่นน้ำหอมบุรุษผสมผสานกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านลอยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้พื้นที่กว้างขวางในห้องทำงานดูแคบลงถตาเห็น
"คุณทำให้ผมทึ่ง, ลลิน" รณกรหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่ก้าวเดียว โน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อยจนเธอต้องเงยหน้าขึ้นสบตา "สายตาที่คุณใช้มองธันวาเมื่อครู่... มันสมบูรณ์แบบ จนผมเกือบจะคิดว่าคุณรู้ความลับบริษัทเราจริงๆ เสียอีก"
"มันคือหน้าที่ค่ะ... ฉันต้องปกป้องผลประโยชน์ของบริษัท" เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามรักษาเสียงไม่ให้สั่น ขณะที่หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน
"นั่นคือหน้าที่ในเวลางาน" รณกรทวนคำ เสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย เจือความอบอุ่นที่หาได้ยากยิ่ง "แล้วหน้าที่นอกเวลางานล่ะ... คุณยังจำได้ไหม?"
คำถามนั้นทิ้งน้ำหนักลงกลางใจ ลลินนิ่งงัน ภาพความทรงจำจากคืนก่อนๆ แวบเข้ามาในหัว—ยามที่เขาผ่อนคลาย ยามที่ดวงตาสوมุขคู่นี้ทอดมองเธอด้วยความห่วงใยยามที่เธอทำงานดึกดื่น รณกรไม่ใช่แค่เจ้านายที่สมบูรณ์แบบ แต่เขาคือความท้าทายที่เธอเผลอเอาหัวใจเข้าไปผูกพันไว้ทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว
"ดึกมากแล้วค่ะ..." ลลินเบี่ยงประเด็น พยายามถอยหลังหนี แต่สะโพกกลับชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานเสียแล้ว "เดี๋ยวฉันไปชงกาแฟมาให้นะคะ คุณจะได้มีสิทธิ์เคลียร์เอกสารส่วนที่เหลือ"
รณกรไม่ยอมให้เธอถอยหนี เขายกมือขึ้นวางทับบนขอบโต๊ะทั้งสองข้าง กักตัวเธอไว้ตรงกลางวงแขนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สัมผัสจากไอร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขาทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความเย้ายวนอย่างเงียบเชียบ
"ผมไม่ได้อยากดื่มกาแฟ..." เสียงกระซิบนั้นต่ำลึกจนเกือบชิดริมฝีปากของเธอ "ผมอยากได้การพักผ่อน... ที่ไม่ใช่การทำงานมากกว่า"
ลลินหายใจติดขัด สมองขาวโพลนไปหมด ร่างกายของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ยามที่ปลายนิ้วอุ่นจัดของเขายื่นมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มออกให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นเต็มไปด้วยความทะนุถนอม แต่มันกลับทำให้หัวใจของเธอเต้นเร็วจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก ความเหนื่อยล้าจากการทำงานทั้งวันละลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความรู้สึกวาบหวามที่ถูกปลุกเร้าขึ้นทีละนิด
"คุณกร... ถ้ามีใครเข้ามาเห็น..." เธอกระซิบเสียงสั่น พยายามเบือนหน้าหนีความใกล้ชิดที่อันตรายเกินต้านทาน
"ไม่มีใครกล้าขึ้นมาบนชั้นนี้หรอก ลลิน... ยกเว้นคุณกับผม" เขายิ่งโน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้น จนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้มเนียน "บอกผมซิ... เมื่อกี้ตอนที่ยืนอยู่ต่อหน้าธันวา คุณกลัวไหม? กลัวว่าผมจะพาคุณซวยไปด้วยหรือเปล่า?"
ลลินเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง ในแววตาคู่สวยนั้นไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความกล้าหาญและความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าเจ้านายกับลูกน้อง
"ถ้าฉันกลัว... ฉันคงไม่ยอมยืนถือแฟ้มกระดาษเปล่าให้คุณหรอกค่ะ" เธอยิ้มบางๆ ที่มุมปาก แฝงความเย้ายวนอย่างที่เธอเองก็ไม่รู้ตัวว่ามี "เพราะฉันเชื่อใจคุณ... รณกร"
นั่นคือครั้งแรกที่เธอกล้าเรียกชื่อเขาห้วนๆ โดยไม่มีคำนำหน้า และนั่นก็เป็นดั่งประกายไฟที่จุดชนวนความอด 555 อดกลั้นทั้งหมดของชายหนุ่มให้พังทลายลง
รณกรไม่รอช้าอีกต่อไป มือหนาเลื่อนจากขอบโต๊ะมาประคองเอวบางของเธอไว้แน่น รั้งเข้าหาตัวจนแนบชิด ไม่มีช่องว่างหลงเหลืออีกต่อไป ก้มลงเตรียมจะมอบจุมพิตที่เขาอดทนรอมาตลอดทั้งคืน—
*กริ๊งงงงงง!*
เสียงโทรศัพท์พื้นฐานบนโต๊ะทำงานแผดเสียงดังลั่นทำลายบรรยากาศสีชมพูละมุนในทันที รณกรขมวดคิ้วอย่างขัดใจ ขณะที่ลลินสะดุ้งสุดตัว รีบดันอกแกร่งของเขาออกเบามือแล้วหันไปมองหน้าจอเครื่องโทรศัพท์
สายเรียกเข้าด่วนจากฝ่ายรักษาความปลอดภัยชั้นล่าง
รณกรถอนหายใจยาวอย่างหัวเสีย ก่อนจะเอื้อมมือไปกดรับด้วยสีหน้าหงุดหงิด "มีอะไร?"
*(เสียงปลายสายกระหืดกระหอบและตื่นตระหนก)* "ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... ทางเราเพิ่งเช็กกล้องวงจรปิดรอบอาคารเมื่อครู่นี้ พบว่ามีคนแอบย่องเข้าไปในห้องเอกสารลับชั้นใต้ดินเมื่อสิบนาทีที่แล้ว และ... และตอนนี้ ระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมดถูกล็อกดาวน์โดยไม่ทราบสาเหตุครับ!"
รณกรชะงัก สีหน้าที่เคลิบเคลิ้มเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและคมกริบในพริบตาเดียว เขาวางสายทันที แล้วหันขวับมามองลลินที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่เบื้องหน้า
"ธันวาไม่ได้มาเพื่อเจรจาธุรกิจ..." รณกรเอ่ยเสียงลอดไรฟัน แววตาดุดันราวกับพยัคฆ์ร้าย "เป้าหมายที่แท้จริงของมัน คือการล่อให้เราสนใจเกมบนนี้... เพื่อเปิดทางให้คนของมันลงไปขโมย 'ความจริง' ที่ซ่อนอยู่ข้างล่างต่างหาก!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางไปกับความตื่นเต้นนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้ากับ "ละอองดาวเดือนเก้า" ครับ!
พันธะรักละอองดาว•ตอนที่ 5
กาแฟยามดึก
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละอองดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!