“ถ้าคุณยังไม่หยุดรบกวนเลขาส่วนตัวของผม เกรงว่าค่ำคืนนี้อาจจะเป็นคืนสุดท้ายที่คุณได้ปรากฏตัวในฐานะแขกของงานนะครับ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลกของรณกรดังขึ้นท่ามกลางเสียงเพลงบรรเลงคลอในงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ ลลินรู้สึกถึงสัมผัสอบอุ่นและหนักแน่นที่วางลงบนลาดไหล่บาง แรงบีบกระชับเพียงเล็กน้อยจากมือหนาของชายหนุ่มส่งสัญญาณให้เธอรับรู้ว่า เขาไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่เขามาเพื่อ ‘คุ้มกัน’
ชายร่างท้วมในชุดสูทราคาแพงที่ยืนคุกคามเธออยู่เมื่อครู่ถึงกับหน้าถอดสี สบถเบาๆ ในลำคอแล้วถอยห่างออกไปทันทีเมื่อเผชิญกับสายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวของ CEO หนุ่ม รณกรไม่แม้แต่จะปรายตามองคู่สนทนาที่เดินจากไป เขายังคงยืนเคียงข้างลลิน ปล่อยให้รัศมีข่มขวัญรอบตัวทำหน้าที่ของมัน
“คุณรณกร... ลลินไม่ได้ตั้งใจจะให้เรื่องมันวุ่นวายนะคะ” เธอพึมพำขณะจัดระเบียบเดรสสีน้ำเงินเข้มที่เพิ่งถูกมือหยาบโลนของแขกคนนั้นฉวยโอกาสสัมผัส
รณกรหันมามองเธอ แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงทันทีเมื่อจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแวววิตกกังวล เขาขยับตัวเข้ามาใกล้จนลลินได้กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์ผสมความสะอาดสะอ้านที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา มันเป็นกลิ่นที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยเสมอ แม้ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดเช่นนี้
“เรื่องวุ่นวายไม่ได้เกิดจากคุณ” เขากล่าวพลางยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบเบาๆ สายตาคมกวาดมองไปรอบห้องโถงกว้าง “แต่มันเกิดจากความไร้มารยาทของคนอื่น ต่างหากที่ทำให้ผมต้องออกโรง... หรือคุณอยากจะจัดการด้วยวิธีอื่นล่ะครับ?”
ลลินเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงผิดจังหวะ เธอรู้ดีว่ารณกรเป็นคนหวงอาณาเขตเพียงใด และการที่เขาเลือกจะ ‘ปกป้อง’ เธออย่างเปิดเผยต่อหน้าแขกเหรื่อระดับวีไอพีเช่นนี้ ย่อมเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีให้กับพวกนักข่าวสังคม
“ลลินแค่ไม่ต้องการให้คุณเสียภาพลักษณ์ค่ะ งานฉลองวันนี้สำคัญกับบริษัทมาก”
“ภาพลักษณ์ของผมไม่ได้สำคัญไปกว่าความสบายใจของคนใกล้ตัว” รณกรโน้มใบหน้าลงมากระซิบใกล้ใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาทำเอาลลินขนลุกซู่ “โดยเฉพาะเลขาสาวที่เก่งกาจและดื้อรั้นอย่างคุณ”
บรรยากาศรอบข้างเริ่มตึงเครียดขึ้นเมื่อธันวาก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูไม่น่าไว้วางใจ เขาถือแก้วไวน์ในมือพลางเดินตรงดิ่งมาทางทั้งคู่ สายตาของธันวาจ้องมองรณกรด้วยความสะใจที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มการค้า
“ยินดีด้วยนะครับคุณรณกร งานฉลองวันนี้หรูหราสมฐานะจริงๆ แต่ไม่ทราบว่า... คุณจะฉลองชัยชนะครั้งนี้ได้นานแค่ไหนกัน?” ธันวาเปรยขึ้นพลางปรายตามองลลิน “เลขาสาวของคุณดูเหนื่อยๆ นะครับ หรือว่าภาระงานที่ผมส่งไปให้เมื่อเช้ามันหนักเกินไป?”
รณกรกระตุกยิ้มมุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ถึงดวงตา “ธุรกิจก็เหมือนเกมหมากรุกครับคุณธันวา คนที่มัวแต่จ้องจะกินรุกตัวเบี้ย จนลืมมองว่าคิงของตัวเองกำลังจะถูกล้อม... มักจะจบไม่สวยเสมอ”
คำพูดเชือดเฉือนนั้นทำให้บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบ ธันวากำแก้วในมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน แต่ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ รณกรก็ถือวิสาสะคว้าข้อมือลลินแล้วพาเธอเดินหลบออกมาทางระเบียงด้านนอกที่เงียบสงบและมีลมเย็นพัดผ่าน
เมื่อลับตาคน รณกรก็ปล่อยมือจากเธอแล้วหันไปมองทิวทัศน์ยามค่ำคืน ลลินยืนห่างออกไปหนึ่งก้าว ความเงียบระหว่างเขากับเธอช่างแตกต่างจากความวุ่นวายข้างในลิบลับ
“ทำไมคุณถึงทำขนาดนั้นคะ?” ลลินถามขึ้น ทำลายความเงียบ “ในงานนั้นมีแต่ผู้ทรงอิทธิพล คุณไม่จำเป็นต้องเอาตัวมาเสี่ยงเพื่อปกป้องเลขาส่วนตัวเลย”
รณกรหันกลับมามองเธอ ดวงตาที่มักจะซ่อนความรู้สึกไว้ใต้มาดสุขุมบัดนี้กลับมีความโหยหาบางอย่างที่ลลินไม่เคยเห็น “คุณยังไม่เข้าใจอีกหรือลลิน... สำหรับผม คุณไม่เคยเป็นแค่เลขาส่วนตัว”
เขาก้าวเข้าหาเธอช้าๆ จนระยะห่างระหว่างคนสองคนแทบจะมลายหายไป “คุณคือความอบอุ่นเพียงอย่างเดียวที่ผมยอมให้เข้ามาในกำแพงที่ผมสร้างขึ้น... และผมไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องส่วนที่เป็นของผม”
คำว่า ‘ของผม’ ทำให้ลมหายใจของลลินสะดุด รณกรยกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าเธอเบาๆ สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่กลับหนักแน่นในความรู้สึก ราวกับเขากำลังถ่ายทอดความลับที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากาก CEO มาโดยตลอด
“คุณรณกร...” เธอเรียกชื่อเขาเสียงสั่น
ทว่าก่อนที่รณกรจะได้เอ่ยอะไรต่อ เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็ดังขึ้น รณกรขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหยิบขึ้นมาดู แสงจากหน้าจอสะท้อนให้เห็นสีหน้าของเขาที่เปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความเคร่งขรึมทันที
เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะส่งสายตาเชิงขออภัยให้ลลิน “ผมต้องไปจัดการอะไรบางอย่าง... อย่าไปไหนจนกว่าผมจะกลับมา”
เขาสาวเท้าเดินจากไป ทิ้งให้ลลินยืนเคว้งคว้างอยู่ที่ระเบียงคนเดียว แต่แล้วเธอก็สังเกตเห็นซองจดหมายสีขาวที่ร่วงลงจากกระเป๋าเสื้อของรณกรในจังหวะที่เขาเร่งรีบ เธอรีบหยิบขึ้นมาหวังจะเรียกเขากลับมา แต่เมื่อเห็นข้อความบนหน้าซอง ลมหายใจเธอก็แทบหยุดเต้น
มันเป็นเอกสารลับจากสำนักงานบัญชีกลาง... ที่หน้าปกประทับตราสีแดงฉานว่า ‘หลักฐานการยักยอกทรัพย์ในบริษัท’ และชื่อผู้รับผิดชอบโครงการที่ถูกกล่าวหาในเอกสารฉบับนั้น... คือชื่อของ ‘บิดา’ ที่ลลินพยายามลืมไปตลอดชีวิต
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่มันคือปมในอดีตที่เชื่อมโยงเธอกับรณกรเข้าไว้ด้วยกันอย่างโหดร้ายที่สุด และในจังหวะนั้นเอง ประตูกระจกทางออกระเบียงก็เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของคนที่เธอไม่อยากพบมากที่สุดในคืนนี้
“คุณลลิน... ดูเหมือนเราจะมีเรื่องต้องคุยกันยาวเลยนะครับ เกี่ยวกับความลับที่เจ้านายคุณกำลังซ่อนอยู่” ธันวายืนพิงกรอบประตูพร้อมรอยยิ้มล่าเหยื่อ
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรอยน้ำตาและความลับที่เริ่มเปิดเผยในบทนี้ไปพร้อมกับละอองดาวเดือนเก้านะคะ
พันธะรักละอองดาว•ตอนที่ 14
งานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละอองดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!