"ถ้าคุณจะทำลายทุกอย่างทิ้งเพียงเพราะคำพูดของธันวา... คุณก็กำลังทำลายศรัทธาที่ดิฉันมีต่อตัวคุณไปด้วยนะคะ"
เสียงของลลินเย็นเฉียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยในตอนท้าย เธอไม่ได้ก้าวถอยหลังแม้แต่นิ้วเดียว แม้รณกรจะเพิ่งเหวี่ยงแฟ้มเอกสารสำคัญลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เศษกระดาษกระจายเกลื่อนพื้นห้องทำงานที่เงียบงันราวกับป่าช้า
รณกรยืนหันหลังให้เธอ ไหล่กว้างที่เคยดูสง่างามดุจรูปปั้นในตอนนี้กลับดูทรุดโทรมและแบกรับความหนักอึ้งไว้จนแทบจะแตกสลาย เขานิ่งงันไปนานจนลลินเริ่มได้ยินเสียงลมหายใจหอบถี่ของเขา
"คุณไม่รู้อะไรเลย ลลิน..." เสียงของเขาแหบพร่า เป็นความแหบพร่าที่ไม่ได้เกิดจากความเหนื่อยล้าทางกาย แต่มาจากรอยร้าวในใจที่ถูกธันวาขุดขึ้นมาซ้ำเติม "สิ่งที่เขาถืออยู่ในมือนั่น... มันคือสิ่งที่ผมพยายามฝังมันไว้ใต้ก้นบึ้งของความทรงจำมาตลอดสิบปี ถ้ามันหลุดออกไป ทั้งชื่อเสียง ความภูมิใจ... และตัวผมเอง ก็จะไม่เหลืออะไรเลย"
ลลินสูดลมหายใจลึก ก้าวเท้าเข้าไปหาเขาอย่างช้าๆ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของเธอกลายเป็นสิ่งเดียวที่แทรกซึมเข้าไปในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นความเครียดและไออุ่นของชายหนุ่ม เธอไม่ได้แตะต้องตัวเขาในทันที แต่เลือกที่จะยืนเคียงข้างในระยะที่เขารู้สึกปลอดภัย
"ถ้ามันคือความผิดพลาด... เราก็แค่แก้ไข ถ้ามันคือแผลเป็น... เราก็แค่เรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน แต่การที่คุณเลือกจะปิดตายตัวเองแล้วปล่อยให้คนเลวๆ อย่างธันวามาตัดสินคุณแบบนี้... คุณคิดว่ามันยุติธรรมกับคนที่เขารักและซื่อสัตย์กับคุณแค่ไหนคะ?"
รณกรหมุนตัวกลับมา สายตาของเขาแดงก่ำด้วยอารมณ์ที่พรั่งพรู มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความเปราะบางที่เขาพยายามปกปิดมาตลอดชีวิต แววตาที่เคยคมปลาบดุจมีดโกนตอนนี้กลับดูสับสนและอ้างว้างอย่างน่าประหลาด
"ผมไม่มีใครอีกแล้ว ลลิน... ตั้งแต่วันที่ครอบครัวแตกสลาย ผมไม่เคยมีใครที่ผมจะวางใจให้เห็นมุมที่พังทลายที่สุดของผมได้เลย"
ลลินขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนได้กลิ่นไอจากกายแกร่ง เธอเอื้อมมือไปแตะที่ต้นแขนของเขาอย่างแผ่วเบา สัมผัสของเธอนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นดุจคำมั่นสัญญา รณกรสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ ผ่อนคลายลง ปล่อยให้ร่างของเขาโน้มลงมาซบที่ไหล่ของเธออย่างหมดท่า
เธอยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังเขาช้าๆ สัมผัสความสั่นไหวของกล้ามเนื้อภายใต้เชิ้ตราคาแพง "คุณมีดิฉันค่ะ... ลลินคนนี้จะไม่มีวันหันหลังให้คุณ ต่อให้โลกทั้งใบจะตัดสินว่าคุณผิด แต่ถ้าในหัวใจของคุณยังยืนหยัดเพื่อความถูกต้อง ดิฉันจะเป็นคนแรกที่ยืนเคียงข้างคุณเอง"
รณกรโอบกอดเธอไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากคลายมือออก ลลินจะสลายกลายเป็นเพียงภาพฝัน เขาซุกใบหน้าลงกับซอกคอของหญิงสาว ปล่อยให้น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินผ่านผิวแก้มของเขาลงสู่ลาดไหล่ของเธอ เป็นความเงียบงันที่มีเสียงหัวใจเต้นจังหวะเดียวกันเป็นเครื่องยืนยันความรู้สึกที่ไม่มีชื่อเรียก แต่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบาย
"ทำไม... ทำไมต้องเป็นคุณลลิน" เขาพึมพำเสียงแผ่ว
"เพราะดิฉันเห็นมากกว่าแค่ CEO ที่สมบูรณ์แบบค่ะ ดิฉันเห็นรณกร... คนที่ยังมีความฝัน คนที่ยังเจ็บปวด และคนที่ต้องการใครสักคนมาเป็นที่พักพิงในวันที่ฝนตกหนักที่สุดของชีวิต"
ท่ามกลางความเงียบงัน ลลินรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ เธอไม่ใช่แค่เลขา ไม่ใช่แค่ลูกน้อง แต่ในวินาทีนี้ เธอคือโลกทั้งใบของเขา
ทว่า... ในขณะที่รณกรกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับอ้อมกอดที่ปลอบประโลม เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศ หน้าจอแสดงชื่อผู้โทรเข้าที่ทำให้ลลินใจหายวาบ มันเป็นเบอร์ที่ไม่ได้บันทึกชื่อ ทว่ากลับมีข้อความเด้งขึ้นมาบนหน้าจอที่สว่างวาบในความมืด:
*'รูปถ่ายใบสุดท้ายในแฟ้มนั้น... อยู่ที่ห้องทำงานของเลขาสาวของคุณนะ รณกร' - ธันวา*
รณกรผละออกจากอ้อมกอดทันที สายตาของเขาเปลี่ยนจากความอ่อนโยนกลายเป็นความสงสัยที่สั่นคลอนหัวใจ เขาหันมาจ้องมองลลินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามที่ทำให้เธอนิ่งงันไปชั่วขณะ
"ลลิน... คุณอธิบายได้ไหมว่าทำไมธันวาถึงรู้ว่ารูปใบนั้นอยู่ที่ไหน?"
ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและวินาทีแห่งความลับนี้ไปพร้อมกับรณกรและลลินนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
พันธะรักละอองดาว•ตอนที่ 37
อ้อมกอดที่ปลอบประโลม
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละอองดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!