“คุณธันวาคะ... นี่คือเอกสารทั้งหมดที่ฝ่ายตรวจสอบภายในส่งมาให้ดิฉันตามคำขอ แต่ดิฉันขอย้ำอีกครั้งนะคะว่า ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในโปรเจกต์ของท่านประธานรณกร”
เสียงของพนักงานบัญชีสาวสั่นเครือราวกับใบไม้ที่กำลังจะร่วงหล่นจากกิ่ง ธันวาไม่ได้ตอบรับทันที เขายังคงจ้องมองภาพถ่ายสะท้อนในกระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่หลังโต๊ะทำงานหรูหรา ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยไฟแห่งความกระหายอำนาจ เขาหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับหล่อน แววตาคมกริบราวกับใบมีดที่เพิ่งถอนออกจากฝัก
“ความจริงที่ควรเป็น หรือความจริงที่เธอถูกสั่งให้พูดกันแน่ครับ... อ้อ ขอโทษที ผมลืมตัวไปหน่อย” เขาเหยียดยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหาหญิงสาวที่ตัวลีบเล็กอยู่หน้าโต๊ะ “ในโลกธุรกิจน่ะ ความถูกต้องมักจะพ่ายแพ้ให้กับจังหวะเวลาเสมอ และตอนนี้... จังหวะของผมมันมาถึงแล้ว”
ธันวารับแฟ้มเอกสารมาเปิดผ่านๆ ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะด้วยเสียงดังปัง สันแฟ้มสีเข้มกระแทกพื้นไม้ขัดเงาจนเกิดเสียงดังกังวานไปทั่วห้องทำงานที่เงียบสงัด เขาหยิบปากกาด้ามหรูขึ้นมาเซ็นชื่อกำกับลงบนเอกสารที่ผ่านการจัดฉากมาอย่างประณีต เอกสารชุดนี้ไม่ใช่แค่กระดาษ แต่มันคือปืนกระบอกใหญ่ที่เขากำลังจะจ่อเข้าที่ขมับของรณกร
“เอาไปวางบนโต๊ะของกรรมการบริษัทในเช้าวันพรุ่งนี้ และจำไว้ว่าถ้าเรื่องนี้หลุดปากออกไปถึงหูของลลินก่อนที่ผมจะอนุมัติ... งานที่เธอเพิ่งจะได้รับมอบหมายให้ทำโปรเจกต์ใหม่ที่ต่างประเทศ คงต้องมีอันเป็นต้องยกเลิก”
หญิงสาวก้มหน้านิ่งก่อนจะรีบก้าวเท้าออกจากห้องไปด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งราวกับแบกหินไว้บนบ่า
ในขณะเดียวกัน ที่ชั้นบนสุดของตึกสูงตระหง่าน รณกรกำลังยืนกอดอกมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสบานกว้าง ท้องฟ้ายามโพล้เพล้เริ่มเปลี่ยนสีเป็นส้มอมม่วง ลลินก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับถ้วยชาอุ่นๆ กลิ่นคาโมมายล์จางๆ ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดภายในห้องลงไปได้บ้าง แต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้ผลกับหัวใจของคนที่กำลังจมอยู่กับปมในอดีต
“คุณรณกรคะ... พักสายตาสักนิดเถอะค่ะ งานส่วนที่เหลือดิฉันจัดการต่อเองได้” ลลินวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้โอ๊กอย่างแผ่วเบา สัมผัสจากปลายนิ้วของเธอที่แตะโดนหลังมือของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง
รณกรหันกลับมามองใบหน้าเนียนใสของเลขาสาว แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงอย่างประหลาด เขาชอบความรู้สึกที่ได้อยู่ใกล้เธอ ความอบอุ่นที่เธอมีให้มันเปรียบเสมือนเกาะกำบังที่คอยปัดเป่าความหนาวเหน็บจากบาดแผลในใจที่เขาพยายามปิดตายมาตลอดหลายปี
“บางครั้งผมก็อดคิดไม่ได้นะลลิน... ว่าถ้าวันนั้นผมไม่ได้ตัดสินใจก้าวเข้ามาเป็นผู้นำที่นี่ ชีวิตของผมจะเรียบง่ายกว่านี้ไหม”
ลลินเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะขยับตัวเข้ามาใกล้ เธอไม่ได้พูดอะไรตอบโต้ด้วยถ้อยคำสวยหรู แต่เลือกที่จะใช้ความเงียบและความใกล้ชิดเป็นเครื่องปลอบประโลม “ความเรียบง่ายอาจจะทำให้เราสบายใจ แต่ความท้าทายต่างหากค่ะที่ทำให้เราเห็นว่าเรามีค่ามากแค่ไหน คุณไม่ใช่คนที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตา... และดิฉันก็เชื่อเสมอว่าคุณทำทุกอย่างด้วยความโปร่งใสและหัวใจที่ซื่อตรง”
ถ้อยคำนั้นเปรียบเสมือนน้ำเย็นที่รินรดลงบนใจที่ร้อนรุ่ม รณกรโน้มตัวลงไปใกล้เธอจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนผม ลลินไม่ได้ถอยหนี เธอสบตาเขาด้วยความรักที่ยากจะปิดบัง ความเย้ายวนของบรรยากาศในยามค่ำคืนเริ่มปกคลุมไปทั่วห้องทำงานแห่งนี้
ทว่า... เสียงเคาะประตูที่รัวและเร็วเกินความจำเป็นก็ดังขึ้นขัดจังหวะห้วงเวลาที่แสนสำคัญ
รณกรผละออกจากลลินด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขาปรับท่านั่งให้เป็นปกติก่อนจะเอ่ยอนุญาต “เข้ามาได้”
หัวหน้าฝ่ายกฎหมายของบริษัทก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด ในมือของเขามีซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูคุ้นตา รณกรขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่เห็นท่าทางลนลานของชายวัยกลางคน “มีอะไร? ทำไมถึงทำหน้าเหมือนเจอผีแบบนั้น”
“ท่านประธานครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ มีการร้องเรียนเรื่องการยักยอกเงินในโปรเจกต์จัดซื้อเมื่อไตรมาสที่ผ่านมา และหลักฐานทั้งหมด... มันชี้เป้ามาที่คุณครับ”
หัวใจของรณกรเต้นจังหวะหนึ่งไปอย่างผิดปกติ เขาคว้าซองเอกสารนั้นขึ้นมาเปิดดู มือที่หยิบเอกสารสั่นเทาเพียงชั่วครู่ก่อนจะนิ่งสนิท ทันทีที่เขาเห็นชื่อผู้ลงนามในบันทึกข้อความลับนั่น เขาก็รู้ได้ทันทีว่าพายุลูกใหญ่นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่มันถูกสร้างขึ้นโดยคนที่เขาเคยไว้ใจที่สุด
“ธันวา...” เขาพึมพำชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
ลลินที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบขยับเข้ามาดูเอกสารในมือเขา ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ “นี่มัน... นี่มันการปั้นน้ำเป็นตัวชัดๆ ค่ะคุณรณกร! ข้อมูลชุดนี้มันไม่ใช่ข้อมูลจริง เราต้องรีบชี้แจงกับคณะกรรมการนะคะ!”
“ไม่ทันแล้วลลิน...” รณกรวางเอกสารลงบนโต๊ะด้วยท่าทีสงบอย่างน่าประหลาด “เขาจงใจเลือกวันประชุมผู้ถือหุ้นในวันพรุ่งนี้... เขาต้องการให้ผมไม่มีโอกาสได้ตั้งตัว และต้องการให้กรรมการเห็นเอกสารนี้พร้อมๆ กับแรงกดดันจากสื่อที่เขาเตรียมไว้”
ขณะที่ความตึงเครียดกำลังพุ่งสูงถึงขีดสุด เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนของลลินก็ดังขึ้นรัวๆ หล่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก่อนจะหน้าถอดสี “คุณรณกรคะ... ในโซเชียลมีเดียเริ่มมีการปล่อยข่าวลือเรื่องการทุจริตของคุณแล้วค่ะ และตอนนี้... มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังยืนรออยู่หน้าบริษัท พวกเขาเรียกร้องให้คุณออกมาแถลงการณ์!”
รณกรเดินกลับไปที่หน้าต่างอีกครั้ง ท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืน แสงไฟจากรถยนต์หลายคันที่จอดอยู่หน้าตึกสำนักงานดูราวกับดวงตาของสัตว์ร้ายที่กำลังจ้องจะขย้ำเขาอยู่เงียบๆ ธันวาไม่ได้แค่ต้องการทำลายชื่อเสียง แต่มันต้องการเหยียบเขาให้จมดินและยึดครองทุกอย่างที่เขาสร้างมากับมือ
ชายหนุ่มหันมาสบตาลลินด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว “ในเมื่อพายุเริ่มพัดเข้ามาแล้ว... เราก็แค่ต้องยืนหยัดให้อยู่ท่ามกลางมันให้ได้”
ทว่าก่อนที่รณกรจะได้ตัดสินใจทำอะไรต่อไป เสียงข้อความเข้าในโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นสั้นๆ เป็นรูปภาพที่ทำให้ทั้งคู่ต้องหยุดหายใจ... มันเป็นภาพของลลินที่กำลังเดินออกจากห้องทำงานของธันวาเมื่อช่วงเย็น และใต้ภาพนั้นมีข้อความสั้นๆ เขียนไว้ว่า
“อย่าไว้ใจเลขาสาวของคุณให้มากนัก... เพราะบางทีคนที่อยู่ใกล้ที่สุด อาจจะเป็นคนที่ถือมีดไว้รอเสียบกลางหลังคุณอยู่ก็ได้”
ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุลูกนี้ไปกับตัวละครของฉันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
พันธะรักละอองดาว•ตอนที่ 33
พายุลูกใหม่
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละอองดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!