“ศูนย์จุดสองมิลลิเมตร”
เสียงทุ้มต่ำของรณกรเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงหัวใจเต้นของตัวเอง ลลินยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่สีดำขลับ ดวงตาคู่สวยจ้องมองเอกสารสัญญาที่เขาส่งคืนมาพร้อมกับไม้บรรทัดเหล็กที่วางทาบไว้บนขอบกระดาษ
“คะ?” ลลินเงยหน้าขึ้น สบเข้ากับดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวของชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงาน
“คุณจัดเรียงเนื้อหาในหน้าภาคผนวกเยื้องจากแนวตั้งของเอกสารหลักไปศูนย์จุดสองมิลลิเมตร” รณกรพูดโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเอกสารที่เขาเพิ่งโยนกลับมา “สำหรับคนอื่น มันอาจดูผ่าน แต่สำหรับผม... ความผิดพลาดแม้เพียงเศษเสี้ยวคือความล้มเหลวของมาตรฐานบริษัท”
ลลินสูดหายใจเข้าลึก พยายามสะกดกลั้นความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก เมื่อคืนเธอเพิ่งร้องไห้จนตาบวมเพราะกดดันกับงานใหม่ แต่เช้านี้ เขาไม่ได้ให้โอกาสเธอได้พักหายใจเลยแม้แต่นาทีเดียว
“ฉันต้องขอโทษด้วยค่ะ คุณรณกร” ลลินรับเอกสารมาไว้ในมือ สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบของกระดาษที่สะท้อนถึงความเย็นชาของเจ้านาย “แต่ฉันตรวจสอบตามลำดับขั้นตอนของบริษัทที่ระบุไว้ในคู่มือแล้ว ความคลาดเคลื่อนระดับนี้ ปกติจะถือว่าอยู่ในเกณฑ์ยอมรับได้นะคะ”
รณกรชะงักมือที่กำลังเซ็นชื่อลงบนแฟ้มอีกเล่ม เขาวางปากกาสีเงินลงอย่างแผ่วเบา แต่เสียงนั้นกลับดังก้องไปทั่วห้องทำงานที่เงียบสงัด เขาเอนหลังพิงเก้าอี้หนังราคาแพง สายตาที่เคยมองผ่านเธอไปเหมือนมองอากาศธาตุ บัดนี้กลับจ้องเขม็งมาที่ลลินราวกับจะแผ่รังสีเผาไหม้
“คุณไม่ได้ถูกจ้างมาให้ทำตามเกณฑ์ยอมรับได้ ลลิน” เขาลดระดับเสียงลงจนกลายเป็นโทนต่ำที่เย้ายวนและอันตรายในเวลาเดียวกัน “คุณถูกจ้างมาเพื่อให้ ‘ไร้ที่ติ’ ถ้าคุณต้องการทำงานกับผม... คุณต้องลืมคำว่า ‘พอประมาณ’ ออกจากพจนานุกรมของคุณไปซะ”
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบก้าวเข้ามาใกล้เธอจนลลินต้องก้าวถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะรับแขก กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์จางๆ ผสมกับกลิ่นอายความสำเร็จที่โชยมาจากตัวเขามันทำให้สมองของเธอพร่าเลือนไปชั่วขณะ
“ไปแก้มาให้เสร็จภายในสิบห้านาที” เขาสั่งพลางก้มลงมองนาฬิกาข้อมือราคาแพง “และถ้าครั้งนี้ยังมีจุดผิดแม้แต่จุดเดียว... ผมแนะนำให้คุณเตรียมตัวยื่นใบลาออกตั้งแต่ตอนนี้เลย เพราะผมจะไม่เสียเวลาซ้ำสองกับคนที่ไม่ใส่ใจรายละเอียด”
ลลินเม้มปากแน่น ความโกรธขึ้งพุ่งพล่านอยู่ในอก แต่เธอก็เลือกที่จะเปลี่ยนมันให้กลายเป็นแรงผลักดัน เธอพยักหน้าสั้นๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของเธอที่อยู่หน้าห้องของเขา เธอไม่ได้ตระหนักเลยว่าทุกท่วงท่าการเดินที่ดูมั่นคงนั้น ตกอยู่ในสายตาของคนที่เพิ่งเดินกลับเข้าไปในห้องทำงาน
รณกรยืนมองผ่านกระจกฝ้าที่ขุ่นมัวจนเห็นเพียงเงาร่างระหงของลลินที่กำลังตั้งใจทำงาน มือหนาเอื้อมไปแตะที่หน้าอกซ้ายของตัวเอง จังหวะหัวใจของเขาเต้นรัวผิดปกติเพียงเพราะเห็นแววตาที่ดื้อรั้นแต่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นของเธอ... ยิ่งเขาผลักไส เธอคนนี้กลับยิ่งน่าสนใจมากขึ้น
สามสิบนาทีผ่านไปหลังจากที่เธอส่งงานรอบที่สองเข้าไป ลลินนั่งกำมือแน่นอยู่ใต้โต๊ะ ขณะที่รณกรเดินออกมาจากห้องทำงานของเขาด้วยใบหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิม เขาไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่วางแฟ้มลงบนโต๊ะเธอเบาๆ ก่อนจะเดินไปยังโซนรับแขกส่วนตัว
“กาแฟ” เขาพูดขึ้นลอยๆ โดยไม่หันกลับมา “เอสเปรสโซช็อตเดียว อุณหภูมิแปดสิบห้าองศา ห้ามเกิน ห้ามขาด”
ลลินลุกขึ้นทันที เธอไม่ได้บ่น เธอรีบตรงไปยังมุมเครื่องดื่ม จัดการทุกอย่างด้วยความประณีตที่สุดเท่าที่มือมนุษย์จะทำได้ เธอวัดอุณหภูมิด้วยเทอร์โมมิเตอร์ที่เตรียมไว้จนมั่นใจว่าทุกอย่างสมบูรณ์แบบ ก่อนจะนำไปเสิร์ฟให้เขาที่โต๊ะรับแขก
ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะวางถ้วยกาแฟลง มือของรณกรที่เอื้อมมาหยิบถ้วยก็เลื่อนมาสัมผัสกับนิ้วมือของเธอโดยไม่ได้ตั้งใจ ความร้อนจากปลายนิ้วของเขาทำให้ลลินสะดุ้งเล็กน้อยจนถ้วยกาแฟสั่นไหวเล็กน้อย กาแฟเพียงหยดเดียวกระเด็นออกมาโดนหลังมือของเธอ
“ขอโทษค่ะ!” ลลินรีบดึงมือกลับ
รณกรนิ่งไปครู่หนึ่ง สายตาของเขามองไล่ตั้งแต่ปลายนิ้วที่ขึ้นสีแดงจางๆ ของเธอ ไปจนถึงใบหน้าที่เริ่มระเรื่อด้วยความประหม่า แทนที่จะดุด่าเหมือนที่เขาทำมาตลอดทั้งวัน เขากลับคว้าข้อมือของเธอไว้ด้วยน้ำหนักที่พอเหมาะ ก่อนจะดึงไปที่อ่างล้างมือเล็กๆ มุมห้อง
เขาเปิดน้ำเย็นให้ไหลผ่านมือของเธออย่างนุ่มนวล ความเย็นที่ปะทะกับผิวหนังทำให้ลลินลืมหายใจ เธอเงยหน้ามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเจ้านายจอมเนี้ยบที่บัดนี้ดูอ่อนโยนอย่างเหลือเชื่อ
“อย่าซุ่มซ่าม” เขาพึมพำ แต่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่มือของเธอ “มือของคุณ... สำคัญกว่ากาแฟแก้วนี้”
คำพูดที่เหมือนจะใจดีแต่แฝงไว้ด้วยความหมายที่ก้ำกึ่งทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบที่เกิดขึ้นไม่ได้มีไว้สำหรับความกดดัน แต่มันกลับเต็มไปด้วยมวลความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ รณกรค่อยๆ ปล่อยมือเธอ แต่สายตายังไม่ยอมละไปจากใบหน้าของลลิน
เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง—บางอย่างที่อาจจะทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างเจ้านายกับเลขานุการ แต่แล้วเสียงเคาะประตูที่หนักแน่นและไร้มารยาทก็ดังขึ้นสองครั้ง ก่อนที่บานประตูจะถูกเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต
ร่างของชายในชุดสูทสีเทาเข้มก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน ธันวาเดินตรงเข้ามาหยุดอยู่ข้างหลังลลิน สายตาของเขาจ้องมองรณกรด้วยความสะใจ
“ขอโทษที่ขัดจังหวะช่วงเวลาหวานชื่นนะ รณกร” ธันวาพูดพลางหัวเราะในลำคอ “แต่ดูเหมือนว่าเอกสารลับที่นายทิ้งไว้ในแฟ้ม ‘ความผิดพลาด’ ของเลขาคนใหม่ของนาย... ตอนนี้มันจะหลุดไปอยู่ในมือของคณะกรรมการบริษัทเรียบร้อยแล้วล่ะ”
ใบหน้าของรณกรเย็นชาลงฉับพลัน เขามองไปที่แฟ้มที่ลลินเพิ่งส่งคืนมาให้เขาเมื่อสักครู่ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ลลินหน้าถอดสี เธอไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เธอก็รู้ดีว่าตอนนี้ ตัวเธอเองนั่นแหละที่เป็นคนถือแฟ้มนั้นเดินผ่านจุดที่ธันวาอาจจะแอบดูได้
รณกรหันมามองลลินด้วยสายตาที่เย็นเยียบจนหัวใจของเธอร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม “บอกผมมา... ลลิน... นี่คือวิธีที่คุณใช้ตีสนิทผมเพื่อส่งงานลับให้ศัตรูใช่ไหม?”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสมบูรณ์แบบครับ - ละอองดาวเดือนเก้า
พันธะรักละอองดาว•ตอนที่ 3
เจ้านายจอมเนี้ยบ
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละอองดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!