“ขยับอีกนิดไม่ได้หรือคะ... รณกร”
เสียงกระซิบแผ่วเบาของลลินไม่ได้มาจากความรำคาญ แต่เป็นความหวงแหนพื้นที่อุ่นบนไหล่กว้างที่เธอกำลังซุกตัวอยู่ ลมหายใจอุ่นร้อนของชายหนุ่มรินรดอยู่เหนือกลุ่มผมของเธอ สัมผัสถึงแรงกระเพื่อมจากหน้าอกแกร่งที่ขยับจังหวะสม่ำเสมอ เป็นจังหวะที่หัวใจของเธอไม่เคยได้ยินมาก่อน ตลอดชีวิตการทำงานที่ต้องเผชิญกับความกดดันในฐานะเลขาสาวผู้สมบูรณ์แบบ นี่เป็นครั้งแรกที่กำแพงน้ำแข็งของซีอีโอหนุ่มละลายลงจนกลายเป็นหยดน้ำที่อ่อนละมุนที่สุดในชีวิต
รณกรไม่ได้ขยับหนี แต่เขากลับกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นจนลลินรู้สึกถึงความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผิวเนื้อเนียนละเอียด ปลายจมูกโด่งคมสันกดลงบนขมับของเธอเบาๆ อย่างลืมตัว
“ถ้าขยับ... ผมกลัวว่าความฝันนี้จะหายไป” รณกรพึมพำ น้ำเสียงที่เคยเย็นชาและเด็ดขาดในการประชุม กลับแหบพร่าและสั่นไหวอย่างหาได้ยาก “คุณรู้ไหมลลิน... ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมเหมือนคนที่พยายามต่อจิ๊กซอว์ที่ขาดหายไป แต่ไม่เคยรู้เลยว่าชิ้นส่วนที่สำคัญที่สุดวางอยู่ตรงหน้ามาตลอด”
ลลินเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมกริบที่มักจะมองใครต่อใครด้วยความระแวง แต่ในนาทีนี้ แววตาคู่นั้นกลับสะท้อนเพียงภาพของเธอคนเดียว มือเรียวบางเอื้อมขึ้นสัมผัสสันกรามของเขาอย่างแผ่วเบา สัมผัสถึงความสากของไรหนวดที่เพิ่งขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าเขานอนไม่หลับมาทั้งคืน หรืออาจจะเป็นเพราะเขากำลังจดจ่ออยู่กับการเก็บเกี่ยวความสุขในวินาทีนี้
“มันไม่ใช่ความฝันค่ะ” ลลินยิ้มบางๆ ความเซ็กซี่ที่ซ่อนอยู่ในแววตาไม่ได้มาจากการแต่งแต้ม แต่มาจากความมั่นใจที่เธอมอบให้เขา “แต่มันคือความเป็นจริงที่เราต้องตื่นขึ้นมาพบกัน... ในทุกๆ วันหลังจากนี้”
รณกรนิ่งไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่าน เขาไม่ได้เป็นคนพูดเก่งเรื่องความรัก และที่ผ่านมาเขาก็ไม่เคยต้องการมัน แต่การมีลลินอยู่ในอ้อมกอดในพื้นที่ส่วนตัวที่เขาไม่เคยเปิดให้ใคร มันเปลี่ยนนิยามคำว่า ‘ความสำเร็จ’ ของเขาไปอย่างสิ้นเชิง
เขาโน้มใบหน้าลงไปใกล้จนปลายจมูกคลอเคลียกัน ลมหายใจที่ประสานกันสร้างบรรยากาศที่เย้ายวนเกินกว่าจะหักห้ามใจ “ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นคนเห็นแก่ตัว... จนกระทั่งได้กอดคุณไว้แบบนี้ ผมไม่อยากปล่อยให้คุณไปเผชิญโลกข้างนอกคนเดียวเลย”
“แต่โลกข้างนอกก็ยังรอเราอยู่ไม่ใช่หรือคะ?” ลลินแย้มยิ้ม แม้จะรู้ดีว่าคำถามของเธอแฝงไปด้วยความกังวลที่ค้างคา “งานของคุณ ปัญหาของบริษัท... และ ‘เขา’ คนนั้น”
ชื่อของธันวาดูเหมือนจะทำให้บรรยากาศที่อบอุ่นเย็นเยียบลงชั่วขณะ รณกรขมวดคิ้ว มือที่กอดเอวเธอเปลี่ยนเป็นบีบเบาๆ อย่างใช้ความคิด ความเครียดที่เขาพยายามวางทิ้งไว้เมื่อคืนเริ่มคืบคลานเข้ามาอีกครั้ง แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะเอ่ยถึงเรื่องงาน เสียงโทรศัพท์บนหัวเตียงก็แผดเสียงขึ้นทำลายความเงียบ รณกรชะงักไปก่อนจะคว้าเครื่องขึ้นมาดู
ดวงตาของเขาวูบไหวเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นชื่อผู้โทรเข้า
“เกิดอะไรขึ้นคะ?” ลลินถามพลางลุกขึ้นนั่ง แผ่นหลังเนียนละเอียดปรากฏแก่สายตาของเขา รณกรพยายามเก็บซ่อนความวุ่นวายใจไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
“ธันวา... มันเพิ่งส่งอีเมลถึงบอร์ดบริหารเรื่องการตรวจสอบบัญชีโครงการใหม่ที่เราเพิ่งทำไปเมื่อวาน” รณกรกดตัดสายและโยนโทรศัพท์ทิ้งไปบนที่นอนอย่างไม่แยแส เขาสบตาลลินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป “มันรู้ว่าผมไม่อยู่ในจุดที่จะรับมือเรื่องนี้ได้ทันทีที่สำนักงาน แต่มันลืมนึกไปว่า... เลขาของผมเก่งกว่าที่มันคิด”
“คุณหมายความว่ายังไงคะ?”
รณกรลุกขึ้นยืน ร่างสูงโปร่งในสภาพกึ่งเปลือยท่อนบนดูทรงพลังและน่าเกรงขาม เขาก้าวเข้าหาลลินที่ยังนั่งอึ้งอยู่บนเตียง ก่อนจะโน้มตัวลงจูบหน้าผากเธออย่างทะนุถนอม “เตรียมตัวเถอะลลิน เรามีงานที่ต้องสะสาง แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น...”
เขากดปุ่มเปิดหน้าจอแท็บเล็ตที่วางอยู่ข้างเตียง ภาพถ่ายใบหนึ่งปรากฏขึ้นบนหน้าจอ เป็นภาพถ่ายของพยานปากเอกที่เขาเคยพยายามตามหามาตลอดสามปี... คนที่ธันวาพยายามซ่อนไว้เพื่อปิดบังคดีฉ้อโกงที่กำลังจะถูกเปิดโปง
“คนที่อยู่ในภาพนี้ ไม่ใช่แค่กุญแจสำคัญของบริษัทเรา แต่มันคือบัตรตายของธันวา... และคนคนนี้กำลังยืนรอเราอยู่ที่ล็อบบี้โรงแรมข้างล่างนี้เอง”
ลลินเบิกตากว้าง ความตกใจแล่นริ้วไปทั่วร่าง นี่ไม่ใช่แค่การแก้เกมทางธุรกิจ แต่มันคือการเผชิญหน้าครั้งสำคัญที่รณกรเตรียมการไว้ล่วงหน้าอย่างเงียบเชียบ หากธันวารู้ว่าเขาอยู่ที่นี่กับเธอตอนนี้ และเขายังครอบครองหลักฐานชิ้นนี้อยู่... สถานการณ์จะบีบคั้นจนแทบระเบิด
ทว่าก่อนที่ลลินจะได้เอ่ยถามอะไร ประตูห้องสวีทหรูที่ควรจะล็อกสนิทกลับค่อยๆ แง้มเปิดออกอย่างช้าๆ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นแต่เชื่องช้าก้าวเข้ามาด้านใน ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับหัวใจของทั้งคู่ ชายในชุดสูทสีเทาเข้มคนหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืดของห้องนั่งเล่น พร้อมรอยยิ้มที่ดูเยือกเย็นและแฝงความหมายบางอย่าง
“ขอโทษที่รบกวนเวลาส่วนตัวนะครับ คุณรณกร...” ธันวากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แววตาของเขากลับกวาดมองไปที่ลลินด้วยท่าทีคุกคาม “แต่ผมเกรงว่าแผนการของคุณคงต้องพักไว้ก่อน เพราะสิ่งที่อยู่ในมือคุณ... มันเป็นของปลอม”
ละอองดาวเดือนเก้าหวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะยังคงเป็นกำลังใจให้ลลินและรณกรผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ในตอนหน้านะคะ
พันธะรักละอองดาว•ตอนที่ 39
ตื่นขึ้นมาพบกัน
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละอองดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!