กลิ่นชาเอิร์ลเกรย์ชั้นดีที่ลอยกรุ่นอยู่ในห้องรับแขกเรือนไทยประยุกต์หลังใหญ่ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย กลับกัน ทุกอณูอากาศในห้องนี้ราวกับถูกบีบอัดด้วยความอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
"ชาจืดไปหน่อยนะคะ..."
คุณหญิงรณี – มารดาผู้ให้กำเนิดรณกร เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าบาดลึก ทรงอำนาจจนคนฟังต้องเผลอกลั้นหายใจ สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาแพรวพราวด้วยเพชร กวาดมองร่างโปร่งในชุดสูทกระโปรงเข้ารูปสีครีมของลลินตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังประเมินราคาสินค้าในตลาดโคตต์ตูร์ที่ไร้ซึ่งป้ายราคา
ลลินไม่ได้หลบสายตานั้น เธอยังคงรักษาท่าทีสง่างาม รอยยิ้มบางเบายังคงประดับบนเรียวปากอิ่ม แม้ปลายนิ้วที่ประสานกันไว้บนตักจะเย็นเฉียบจนแทบไร้ความรู้สึก
"ดิฉันเลือกใบชาเกรดที่ท่านประธาน... เอ឵ คุณรณกรโปรดปรานเป็นพิเศษค่ะ เกรงว่าอาจจะเข้มข้นไม่ถูกปากคุณหญิง ท่านอาจจะโปรดชาจีนรสละมุนมากกว่า เดี๋ยวรอบหน้าลลินจะลองจัดเตรียมมาถวายนะคะ" ลลินตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ นุ่มนวล ทว่าหนักแน่นพอที่จะแสดงให้เห็นว่าเธอไม่ได้มาที่นี่ในฐานะเด็กสาวไร้เดียงสาที่จะยอมให้ใครโขกสับได้ง่ายๆ
รณกรที่นั่งเงียบอยู่บนโซฟาเดี่ยวข้างๆ ขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาคมกราบเข้มฉายแววไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด มือหนาเอื้อมไปกุมมือบางของลลินที่วางอยู่บนตักไว้แน่น เป็นการส่งผ่านความอบอุ่นและปกป้องโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด
"คุณแม่ครับ ลลินเพิ่งเลิกงาน และเราก็ตั้งใจมาเยี่ยมคุณแม่ตามสัญญา..." เสียงทุ้มต่ำของรณกรเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่มั่นคง "ผมคิดว่าเราควรคุยกันด้วยเรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องชา หรือเรื่องของว่างนะครับ"
คุณหญิงรณีปรายตามองมือของบุตรชายที่กุมมือเลขาฯ สาวไว้แน่น ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มหยันขึ้นเล็กน้อย ช่างเป็นภาพที่บาดตาบาดใจผู้เป็นแม่เสียเหลือเกิน ผู้หญิงคนนี้เข้ามามีอิทธิพลกับลูกชายของเธอมากเกินไป มากจนน่ากลัว
"กร... ลูกกำลังปกป้องผู้หญิงคนนี้จากแม่เหรอ?" คุณหญิงรณีวางถ้วยมาชาลงบนจานรองเสียงกระทบกันดังกร๊ングเบาๆ แต่ดังก้องในความเงียบ "แม่แค่กำลังต้อนรับแขกตามมารยาท หรือว่า... ลูกกลัวว่าแม่จะทำอะไรแขกคนสำคัญของลูกเข้าล่ะ?"
"ลลินไม่ใช่แขกครับคุณแม่" รณกรเน้นเสียงทีละคำ ชัดเจนและเด็ดขาด "เธอคือคนสำคัญของผม"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นจนถึงขีดสุด ลลินแอบสูดหายใจเข้าลึกๆ เธอย่อมรู้ดีว่าการก้าวเข้ามาในโลกของรณกร ซึ่งเป็นตระกูลผู้ดีเก่าแก่และทรงอิทธิพลนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ช่องว่างระหว่างฐานะและสังคมมันกว้างใหญ่เกินกว่าจะข้ามผ่านไปได้ด้วยความรักเพียงอย่างเดียว คุณหญิงรณีมองเห็นรอยร้าวในอนาคต และเธอกำลังพยายามใช้ความสูงส่งของตนเองบดขยี้ความสัมพันธ์นี้ให้แหลกคราบ
"คนสำคัญงั้นเหรอ..." คุณหญิงรณีแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกวาดมองลลินอีกครั้งด้วยแววตาดูแคลนที่ไม่คิดจะปิดบัง "เลขาฯ ที่คอยดูแลตารางงาน กับผู้หญิงที่จะมาเคียงข้างทายาทตระกูลอัศววรกุล มันมีเส้นบางๆ ที่เรียกว่า 'ความเหมาะสม' กั้นอยู่เสมอนะคะคุณลลิน"
ลลินเงยหน้าขึ้นสบตาผู้มีพระคุณของชายหนุ่มตรงๆ เธอยกยิ้มอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว แต่แฝงไว้ด้วยความมั่นใจที่ทำให้อีกฝ่ายต้องชะงัก
"ลลินเข้าใจความกังวลของคุณหญิงดีค่ะ..." น้ำเสียงของเธอหวานละมุน ทว่าสะกดทุกสายตาให้หยุดนิ่ง "ความเหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนนอกที่มองเข้ามา แต่สำหรับคนสองคนที่มีหัวใจตรงกัน ความเข้าใจและการจับมือเดินผ่านพายุไปด้วยกันต่างหากล่ะคะที่สำคัญกว่า... ลลินไม่ได้เข้ามาในชีวิตคุณรณกรเพื่อแทนที่ตำแหน่งทางสังคมที่ใครกำหนด แต่ลลินเข้ามาเพื่อเติมเต็มในส่วนที่ชีวิตเขาขาดหายไปต่างหากล่ะคะ"
คำพูดนั้นทรงพลังและบาดลึก รณกรหันมามองหญิงสาวข้างกายด้วยสายตาที่ไหววับ เต็มไปด้วยความรัก ความซาบซึ้ง และความหลงใหลในความกล้าหาญของเธอ มือหนากระชับมือบางแน่นขึ้นอีกนิด คล้ายจะบอกว่าเขาไม่มีวันปล่อยมือจากผู้หญิงคนนี้เด็ดขาด
คุณหญิงรณีหน้าตึงขึ้นเล็กน้อย ไม่คิดว่าเลขาฯ สาวคนนี้จะกล้าต่อปากต่อคำด้วยวาจาที่คมคายและไร้ที่ติเช่นนี้
"ปากเก่งเสียจริงนะ... สมแล้วที่เป็นมือขวาคนสนิทของตาภีม เอ๊ย... ของรณกร" คุณหญิงรณีเปลี่ยนเรื่องทันควันเมื่อเริ่มเพลี่ยงพล้ำ "แต่ความรักอย่างเดียวมันกินไม่ได้หรอกค่ะคุณลลิน ยิ่งในแวดวงธุรกิจที่ธันวาและคนอื่นๆ จ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้ลูกชายฉันอยู่ทุกวัน ผู้หญิงที่จะยืนเคียงข้างกรต้องพร้อมสนับสนุนเขาในทุกๆ ด้าน ไม่ใช่เป็นภาระที่คอยถ่วงแข้งถ่วงขา หรือพาความซวยมาให้..."
ประโยคสุดท้ายของคุณหญิงรณีทำให้รณกรขมวดคิ้วมุ่น "คุณแม่หมายความว่ายังไงครับ?"
ก่อนที่คุณหญิงรณีจะได้เอ่ยปากตอบ ประตูห้องรับแขกก็ถูกผลเปิดออกอย่างรวดเร็วโดยแม่บ้านส่วนตัว สีหน้าของหญิงสูงวัยตื่นตระหนกจนเห็นได้ชัด หอบหายใจถี่กระชั้นราวกับวิ่งหนีอะไรมา
"คุณหญิงคะ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!" แม่บ้านละล่ำละลักเอ่ยขึ้น "มีเจ้าหน้าที่จาก ป.ป.ช. และตำรวจบุกเข้ามาที่คฤหาสน์ด้านหน้าแล้วค่ะ พวกเขามีหมายศาล... มาขอตรวจค้นห้องทำงานส่วนตัวของคุณรณกรค่ะ!"
รณกรผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันที นัยน์ตาคมกริบฉายแวววับด้วยความตกใจปนโกรธกริ้ว ขณะที่คุณหญิงรณีถึงกับหน้าถอดสี ลุกขึ้นยืนจนเซเล็กน้อย หันขวับมามองบุตรชายด้วยสายตาหวาดระแวงระคนตกใจ
ลลินนิ่งงันไปชั่วขณะ สมองประมวลผลด้วยความรวดเร็ว... หมายศาลบุกค้น? นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน มันคือกับดักที่ถูกวางไว้อย่างสมบูรณ์แบบ และเป้าหมายของมันคือการทำลายความน่าเชื่อถือของรณกรให้ย่อยยับในพริบตาเดียว!
รณกรหันมาสบตาลลิน ชั่วขณะนั้นเองที่ความหวาดกลัวลึกๆ ในอดีตกลับมาเล่นงานเขาอีกครั้ง ปมความหลังเรื่องครอบครัวที่เคยพังทลายเพราะอำนาจมืดกำลังจะย้อนกลับมาซ้ำรอย ลลินเห็นความสั่นไหวในดวงตาคู่นั้น เธอลุกขึ้นยืนตามทันที สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งของชายหนุ่มเบาๆ ส่งผ่านความอบอุ่นมั่นคงไปให้
"ตั้งสติค่ะคุณรณกร..." ลลินกระซิบเสียงเบาข้างหูเขา แววตาของเธอนิ่งสงบเด็ดเดี่ยว "เราไม่ได้ทำอะไรผิด... และลลินจะยืนอยู่ตรงนี้ เคียงข้างคุณ ไม่ไปไหนทั้งนั้นค่ะ"
ทว่า... ท่ามกลางความชุลมุนและเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้ห้องรับแขกเรื่อยๆ ร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุดในเวลานี้ ก็ก้าวพ้นกรอบประตูเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น
"สวัสดีครับคุณรณกร... และสวัสดีครับคุณแม่ยายในอนาคต"
ธันวาก้าวเข้ามาพร้อมเอกสารในมือ และรอยยิ้มของผู้ชนะที่ทำให้บรรยากาศในห้องหนתเยือกขึ้นฉับพลัน!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ลลินและรณกรมาจนถึงบทนี้นะคะ ละอองดาวเดือนเก้าซาบซึ้งใจเสมอค่ะ
พันธะรักละอองดาว•ตอนที่ 48
บททดสอบจากแม่รณกร
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละอองดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!