พันธะรักละอองดาว•ตอนที่ 49

วิกฤตศรัทธา

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
กระดาษแผ่นบางในมือของธันวาไม่ได้มีน้ำหนักอะไรมากมายในทางกายภาพค่ะ แต่มันกลับมีอานุภาพมากพอที่จะบดขยี้ความพยายามตลอดสามปีของลลินให้แหลกละเอียดได้ในพริบตา รอยยิ้มมุมปากของเขาไม่ได้สื่อถึงชัยชนะอันสวยงาม หากแต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมบนหน้าผาชัน "คุณรณกรคงยังไม่ได้บอกคุณสินะคะ... ว่าเอกสารชุดนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อเจรจา แต่มันมีไว้เพื่อเซ็นรับรองความล่มสลาย" เสียงทุ้มต่ำของธันวาเจือความเย้ยหยัน จงใจปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่กัดกินหัวใจของคนฟัง ลลินยืนตัวแข็งทื่ออยู่กึ่งกลางห้องทำงานหรูหรา กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นที่เธอบงการชงให้รณกรเมื่อเช้า บัดนี้กลับระเหለกลายเป็นความอึดอัดที่เสียดแทงลำคอ เอกสารในแฟ้มสีดำสนิทเปิดเผยสัญญาฉบับลับที่ระบุชัดเจนว่า บริษัทกำลังจะถูกเทคโอเวอร์ผ่านนโยบายภายในที่เธอมีส่วนเกี่ยวข้องโดยไม่รู้ตัว ชื่อของเธอถูกใช้เป็นหมากตัวสำคัญในการเปิดทางให้ธันวาเข้ามาฮุบกิจการ โดยที่รณกร—ผู้ชายที่เธอทั้งรักและทุ่มเทหัวใจให้—กลับเป็นคนกุมข้อมูลทั้งหมดนี้ไว้ตั้งแต่ต้น ประตูห้องทำงานเปิดผางขึ้นอย่างแรง รณกรก้าวเข้ามาด้วยสีหน้านิ่งเรียบ ทว่าดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับไหววูบเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อประสานสายตากับลลิน ความสุขุมเยือกเย็นที่เขาสวมใส่เป็นเกราะป้องกันตัวมาตลอด บัดนี้กลับดูเหมือนกำแพงเปราะบางที่กำลังจะพังทลายลง "ลลิน..." เสียงของรณกรแหบพร่าเล็กน้อย เขายื่นมือออกไปหมายจะคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้ตามสัญชาตญาณของการปกป้อง แต่นิ้วเรียวยาวของเขากลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า เมื่อลลินถอยหลังกรูดออกห่างราวกับเขามีพิษภัย "คุณรู้อยู่แล้วใช่ไหมคะ" น้ำเสียงของลลินสั่นเครือ ทว่านัยน์ตาคู่สวยกลับเต็มไปด้วยความร้าวรานที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเยียวยา "เรื่องเอกสารพวกนี้... เรื่องที่ฉันกำลังจะกลายเป็นแพะรับบาปในเกมธุรกิจของคุณกับคุณธันวา... คุณรู้มาตลอดใช่ไหมคะรณกร" รณกรเม้มริมฝีปากแน่นสันกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่น ความเงียบที่ตอบกลับมาคือคำสารภาพที่ชัดเจนที่สุด หัวใจของลลินกระหน่ำรัวด้วยความเจ็บปวด เธอนึกถึงคำเตือนของครอบครัว คำทัดทานจากผู้เป็นแม่ที่กรอกหูเธอมาตลอดว่า โลกของนักธุรกิจระดับสูงไม่มีที่ยืนสำหรับความรักที่แท้จริง มีเพียงผลประโยชน์และการหักหลัง ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนวานผุดขึ้นมาซ้ำๆ ในหัว โทรศัพท์จากมารดาที่ร้องไห้คร่ำครวญขอให้เธอลาออกจากตำแหน่งและกลับบ้านที่ต่างจังหวัด เพื่อหลีกหนีจากเงื้อมมือของสังคมกระหายเลือดนี้ เสียงสะอื้นของแม่และความกดดันจากญาติพี่น้องที่มองว่าเธอเอาอนาคตไปผูกติดไว้กับผู้ชายที่ไร้หัวใจ... บัดนี้ คำพูดเหล่านั้นไม่ได้เป็นเพียงเสียงบ่นอีกต่อไป แต่มันคือความจริงอันโหดร้ายที่กำลังกรีดแทงหัวใจเธอ "ผมทำเพื่อปกป้องบริษัท และ... ปกป้องคุณในแบบของผม" รณกรเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่แฝงความสั่นไหวที่พยายามควบคุมไว้ "ลลิน ฟังผมก่อน ทุกอย่างมันมีเหตุผล..." "เหตุผลเหรอคะ?" ลลินหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่น่าเวทนาที่สุดในชีวิตของเธอ หยาดน้ำใสคลอหน่วยดวงตาทั้งสองข้างแต่ไม่มีวันไหลร่วงลงมา "ความรักที่คุณมอบให้ฉันตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา การดูแลเอาใจใส่อย่างอบอุ่นที่คุณสร้างขึ้นมาเพื่อให้ฉันตายใจ... ทั้งหมดนี้มันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการด้วยหรือเปล่าคะ?" ธันวายืนมองฉากดราม่าตรงหน้าด้วยความพึงพอใจ เขากอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานอย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะเอ่ยแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศที่ตึงเครียด "คุณลลินเป็นผู้หญิงฉลาดครับ คงไม่ต้องให้ผมอธิบายซ้ำหรอกกระมัง ว่าคนอย่างรณกรไม่เคยเอาความรู้สึกมาเดิมพันกับความเสี่ยง... เขาก็แค่ใช้คุณเป็นเกราะกำบัง จนกระทั่งเกราะชิ้นนี้มันหมดประโยชน์แล้ว ก็แค่นั้นเอง" คำพูดของธันวาเปรียบเสมือนหมัดฮุกที่ซัดเข้าที่ลิ้นปี่ของลลินจนจุกไปหมด เธอมองหน้าชายหนุ่มที่เธอเคยมอบหัวใจให้ รณกรไม่ได้ปฏิเสธคำพูดของธันวา ดวงตาคมกริบคู่นั้นหลบตาเธอเป็นครั้งแรกในชีวิต—และนั่นคือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่ฆ่าลลินให้ตายทั้งกลม ความกดดันจากครอบครัวที่โถมทับ ความคาดหวังที่พังทลาย และความจริงอันน่ารังเกียจของโลกธุรกิจ ผสมปนเปกันจนกลายเป็นความกลัวฝังใจ ลลินรู้ตัวดีว่าเธอไม่ใช่คนแข็งแกร่งพอที่จะยืนหยัดท่ามกลางสงครามประสาทนี้ได้อีกต่อไปแล้ว ร่างบางสั่นเทาเล็กน้อยก่อนที่เธอจะตัดสินใจถอยหลังกรูดอีกสองก้าว จนแผ่นหลังชนเข้ากับบานประตูห้อง "พอแค่นี้เถอะค่ะ" เสียงของเธอนุ่มนวลแต่มั่นคงอย่างน่าประหลาด เป็นความนิ่งงันที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงกรีดร้อง "ฉันเหนื่อยแล้วค่ะคุณรณกร... ฉันยอมแพ้แล้ว" "ลลิน! คุณจะไปไหน?" รณกรก้าวพรวดเข้าไปหาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นแววตาที่ว่างเปล่าไร้ซึ่งเยื่อใยในดวงตาของหญิงสาว "กลับบ้านค่ะ... กลับไปในที่ที่ฉันควรจะอยู่ ตั้งแต่แรก" ลลินคว้ากระเป๋าถือของตัวเองขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา เธอไม่แม้แต่จะชายตามองเอกสารบนโต๊ะหรือร่างสูงที่พยายามจะเอื้อมมือมาคว้าเธอไว้ มือเรียวบิดลูกบิดประตูแล้วผลักออกไปอย่างเด็ดเดี่ยว ทิ้งให้รณกรยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บที่เขาสร้างขึ้นมาเอง ทว่า... ในวินาทีที่ประตูห้องทำงานเปิดกว้างออกจนสุดเพื่อเปิดทางให้ลลินหนีหายไปจากขุมนรกนี้ ร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันกลับก้าวสวนเข้ามาหยุดยืนขวางทางไว้เสียก่อน หญิงวัยกลางคนในชุดสูทผ้าไหมราคาแพง ใบหน้าเรียบเฉยทว่าทรงอำนาจและคุ้นตาเป็นอย่างดี ปรายตามองรณกรด้วยแววตาตำหนิ ก่อนจะหันมาสบตากับลลินด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "จะรีบไปไหนล่ะยายลลิน... ในเมื่อเกมกระดานนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ ต่างหาก" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ลลินและรณกรมาจนถึงตอนนี้ค่ะ หวังว่าจะติดตามตอนต่อไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละอองดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%