เสียงล็อกกลอนประตูดัง *คลิก* หนักหน่วง สะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นเพนต์เฮาส์ของอาคารสำนักงานใหญ่ ลลินสะดุ้งสุดตัว หัวใจดวงน้อยกระหน่ำรัวราวนกตื่นสั่น ก่อนที่ร่างบางจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเจ้าของอาณาจักรที่เพิ่งก้าวเข้ามาขวางทางออกไว้อย่างจงใจ
รณกรไม่ได้รีบร้อน เขาถอดสูทเนื้อดีพาดไว้กับพนักเก้าอี้หนังสีเข้มอย่างใจเย็น ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวลงสองเม็ด เผยให้เห็นผิวเนื้อเนียนและแผงอกกว้างที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะลมหายใจ ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองเธอด้วยประกายที่อ่านไม่ออก—มีทั้งความดื้อรั้น ความปรารถนาอันคุกกรุ่น และความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะเผาผลาญทุกข้ออ้างที่เธอยกขึ้นมา
"จะรีบไปไหนล่ะยายลลิน... ในเมื่อเกมกระดานนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ ต่างหาก"
คำพูดเดิมจากวินาทีสุดท้ายของตอนที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แต่วันนี้... มันไม่ใช่แค่เกมบนโต๊ะธุรกิจอีกต่อไปแล้ว เมื่อระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว
"ดิฉันหมดหน้าที่สำหรับวันนี้แล้วค่ะท่านประธาน" ลลินเชิดหน้าขึ้น พยายามรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีเพื่อซ่อนมือที่กำลังสั่นระริกไว้ใต้ชายเสื้อเบลเซอร์ "อีกอย่าง เอกสารสรุปโครงการของธันวา ดิฉันก็ได้จัดการส่งมอบให้ทางฝ่ายกฎหมายเรียบร้อยแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะต้อง..."
"เหตุผลเหรอ?" รณกรทวนคำ เสียงทุ้มต่ำนั้นพร่าพร่าและชวนให้ขนลุกเกรียว เขาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงและบุคลิกสุขุมนุ่มลึกราวกับแม่เหล็กดึงดูดเธอกรายๆ "ลลิน... คุณทำงานกับผมมานานเท่าไหร่แล้ว คุณน่าจะรู้ดีนะว่า คนอย่างรณกรไม่มีทางปล่อยให้ใครมาถือไพ่เหนือกว่า โดยเฉพาะคนที่ผม... ไว้ใจที่สุด"
คำว่า 'ไว้ใจที่สุด' กระแทกเข้ากลางใจของเลขาฯ สาวจนเธอเผลอกลั้นหายใจ ดวงตากลมโตไหวระริกยามเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมเข้มคู่นั้น ความทรงจำอันอบอุ่นยามที่เขาคอยดูแลเอาใจใส่เธอในยามวิกาล ยามที่เขายื่นมือเข้ามาโอบกอดประคับประคองเธอผ่านพ้นวิกาลทางธุรกิจมาด้วยกัน... ทุกอย่างไหลทะลักเข้ามาในหัวจนขอบตาเริ่มร้อนผ่าว
แต่เธอจะอ่อนแอไม่ได้ ธันวาอยู่ข้างนอกนั่นกำลังรอจังหวะที่จะเล่นงานบริษัท และถ้าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับรณกรล้ำเส้นคำว่าเจ้านายกับลูกน้องไปมากกว่านี้ คนที่จะเจ็บที่สุดก็คือเธอเอง
"คุณรณกรกำลังใช้อารมณ์ค่ะ" ลลินพยายามถอยหลังหนี แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับบานประตูกั้นกระจกเย็นเฉียบ "ปล่อยดิฉันกลับบ้านเถอะนะคะ พรุ่งนี้ยังมีประชุมใหญ่กับผู้ถือหุ้น..."
"ประชุมเหรอ?" รณกรโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มเนียน ปลายจั๊กจี้และเย้ายวนใจในคราวเดียวกัน มือหนายื่นออกไปทาบลงบนบานกระจกทั้งสองข้าง กักขังร่างเพรียวบางไว้ในอ้อมแขนโดยไม่ต้องแตะต้องเนื้อตัวแม้แต่น้อย "ผมไม่สนใจประชุมอะไรทั้งนั้น ในเมื่อตอนนี้... ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของผมกำลังพยายามจะหนีหน้าผมไปไหนก็ไม่รู้"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกไปจนแทบหายใจไม่ออก ความเงียบงันภายในห้องทำงานกว้างขวางถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวใจเต้นโครมครามของคนทั้งคู่ รณกรจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นลẫกซึ้งและอ่อนโยนลงอย่างกะทันหัน ความดุดันเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเว้าวอนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึม
"ทำไมลลิน..." น้ำเสียงของเขาอ่อนลงจนแทบกระซิบ "ทุกครั้งที่คุณทำท่าเหมือนจะเดินจากไป หัวใจผมมันถึงได้กระวนกระวายนัก... คุณเกลียดผมเหรอ?"
"ดิฉันไม่ได้เกลียดค่ะ..." ลลินเผลอหลุดปากตอบออกไปด้วยความสัตย์จริง ก่อนจะเม้มปากแน่นเมื่อรู้ตัวว่าพลาดท่าเสียทีให้กับคำถามจิตวิทยาของเขา
รณกรมุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้เย่อหยิ่ง แต่เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจราวกับผู้ล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมได้อย่างงดงาม นิ้วเรียวแกร่งเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียแก้มเนียนออกให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นอบอุ่นและจงใจปรนเปรอความรู้สึกของเธอให้เคลิบเคลิ้มจนแทบละลาย
"ในเมื่อไม่ได้เกลียด... แล้วทำไมถึงต้องเอาตัวไปพัวพันกับแผนการตื้นๆ ของธันวาด้วย คุณก็รู้ว่ามันหวังผลอะไร" รณกรขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีก จนหน้าผากของเขาสัมผัสเข้ากับหน้าผากมนของเธอเบาๆ ความใกล้ชิดที่ไร้ระยะห่างทำให้ลลินแทบหยุดหายใจ กลิ่นอายความเป็นชายและอ้อมแขนที่โอบล้อมรอบตัวทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและสั่นไหวในเวลาเดียวกัน
"ดิฉันแค่อยากปกป้อง..."
"ปกป้องบริษัท หรือปกป้องตัวผม?" รณกรตัดบทขึ้นอย่างรู้ทัน ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการค้นหาความจริงทั้งหมดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านตาคู่นั้น "ตอบผมมาสิ ลลิน"
หัวใจของลลินเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก เธออยากจะปฏิเสธ อยากจะผลักไสเขาออกไปให้พ้นทาง แต่ฝ่ามือหนาที่เลื่อนมาประคองข้างแก้มของเธอกลับอบอุ่นเกินกว่าจะขัดขืน ปลายนิ้วหัวแม่มือของเขาไล้เบาๆ บนพวงแก้มแดงระเรื่ออย่างทะนุถนอม ความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเด็ดขาดของชายหนุ่มคืออาวุธที่ร้ายกาจที่สุดที่ทำให้เธอพ่ายแพ้ราบคาบ
"คุณมันคนเอาแต่ใจ..." เสียงของเธอสั่นพร่า เจือไปด้วยหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยอย่างน่าสงสาร
"ใช่... ผมเอาแต่ใจ และผมก็ไม่เคยยอมแพ้ให้อะไรทั้งนั้น โดยเฉพาะกับเรื่องของคุณ"
รณกรโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด ริมฝีปากอุ่นจัดเฉียดผ่านพ้นแก้มเนียนไปเพียงนิดเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนทำให้ลลินสะท้านเฮือก เผลอแอ่นอกรับสัมผัสอันวาบหวามโดยไม่รู้ตัว มือเรียวบางที่เคยดันแผงอกเขาไว้ ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นขึ้นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น
ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของเขากำลังจะทาบทับลงมาเพื่อปิดกั้นคำปฏิเสธทั้งหมด... เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของรณกรบนโต๊ะทำงานก็แผดเสียงดังลั่นลายความเงียบขึ้นอย่างไม่รู้กาลเทศะ
รณกรขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เขาผละใบหน้าออกห่างจากเธอเล็กน้อยอย่างไม่เต็มใจนัก แต่สายตายังคงไม่ละไปจากเรียวปากอิ่มของเธอเลยแม้แต่น้อย มือหนากดตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใย แต่ไม่ทันที่เขาจะได้ดึงเธอกลับเข้าสู่อ้อมกอดอีกครั้ง หน้าจอโทรศัพท์ก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนด่วนจากระบบรักษาความปลอดภัยชั้นล่าง
รณกรก้มลงมองหน้าจอแวบหนึ่ง ก่อนที่นัยน์ตาคมกริบจะเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ด้วยความระ3แวดระวังทันที
"มีอะไรเหรอคะ?" ลลินเอ่ยถามด้วยความตกใจเมื่อเห็นสีหน้าของเขาเปลี่ยนไป
รณกรเงยหน้าขึ้นมองเธอ แววตาเต็มไปด้วยความซับซ้อน เขายังคงกุมมือเธอไว้แน่นราวกับไม่ยอมให้เธอหลุดมือไปไหนเด็ดขาด ก่อนจะเอ่ยชื่อคนที่ไม่คาดฝันที่สุดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
"ธันวาไม่ได้ส่งแค่เอกสารมาขู่เราหريكลลิน... แต่ตอนนี้ เขายืนอยู่หน้าลิฟต์ส่วนตัวชั้นนี้ พร้อมกับนักข่าวสำนักใหญ่สามคน"
**************************************************
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนความรักที่อบอุ่นและเย้ายวนใจของรณกรกับลลินมาจนถึงตอนนี้นะคะ!
พันธะรักละอองดาว•ตอนที่ 50
รณกรไม่ยอมแพ้
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละอองดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!