“คุณรณกรคะ สื่อสำนักใหญ่สามแห่งกำลังรอสัมภาษณ์คุณเรื่อง ‘เอกสารหลุด’ เกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณโครงการล่าสุด... คุณพร้อมจะตอบคำถามที่อาจจะทำลายทุกอย่างที่คุณสร้างมาไหมคะ?”
เสียงของธันวาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับชั้นบนสุดของตึกสูงเสียดฟ้า ลลินยืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังโต๊ะทำงาน สายตาของเธอจับจ้องไปยังร่างสูงสง่าของรณกรที่ยืนนิ่งอยู่หน้าลิฟต์ ราวกับรูปปั้นที่ถูกสลักจากน้ำแข็ง ไร้ซึ่งร่องรอยของความตื่นตระหนก แต่ดวงตาคมกริบนั้นกลับไหวระริกเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อประสานเข้ากับสายตาของเธอ
รณกรไม่ได้หันกลับไปมองธันวาที่ยืนยิ้มเยาะด้วยท่าทีผู้ชนะ เขายังคงยืนตระหง่าน ชุดสูทสีเทาเข้มเข้ารูปขับเน้นความภูมิฐานที่เขาถือเป็นเกราะป้องกันตนเองมาตลอดชีวิต ลลินกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเย็นเยียบแล่นผ่านสันหลังเมื่อรับรู้ว่าความเจ็บปวดจากการ ‘ต้องอยู่ห่างกัน’ ในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ มันทรมานมากกว่าการถูกทอดทิ้งเสียอีก
“คุณธันวาครับ...” รณกรเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังจนบรรยากาศในห้องเปลี่ยนไป “การต้อนรับแขกของผม อาจจะไม่เหมือนกับวิธีสกปรกที่คุณใช้บ่อยๆ หรอกนะ”
รณกรก้าวเดินผ่านลลินไปอย่างเชื่องช้า ทว่าหนักแน่น แต่ละย่างก้าวเปรียบดั่งการนับถอยหลังสู่สงคราม ลลินรีบสาวเท้าตามไปติดๆ หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความกังวล เธอไม่ได้กลัวความผิดที่เขาไม่ได้ทำ แต่เธอหวาดกลัว ‘ช่องว่าง’ ที่ธันวาพยายามสร้างขึ้นระหว่างเขากับเธอต่างหาก
เมื่อประตูห้องโถงเปิดออก แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปก็วูบวาบจนแทบพร่ามัว นักข่าวสามคนก้าวเข้ามาพร้อมไมโครโฟนและคำถามที่เตรียมพร้อมจะฉีกกระชากความน่าเชื่อถือของรณกรให้เป็นชิ้นๆ
“คุณรณกรคะ มีหลักฐานว่าบริษัทของคุณมีการยักย้ายถ่ายเทเงินทุนไปที่บริษัทนอมินีจริงหรือไม่?” หนึ่งในนักข่าวรุกถามทันทีโดยไม่มีการเกริ่นนำ
รณกรหยุดยืนนิ่ง ไม่แยแสต่อเลนส์กล้องที่จ่ออยู่ตรงหน้า เขากลับหันมาสบตาคนเพียงคนเดียวในห้อง... ลลิน สายตาของเขามีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าที่คนนอกจะเข้าใจ มันเป็นทั้งความขอโทษ ความรัก และคำสั่งทางสายตาที่บอกให้เธอ ‘ถอยออกไป’ เพื่อความปลอดภัย
“เอกสารที่เห็นนั่นคือความจริงเพียงครึ่งเดียวครับ” รณกรตอบนิ่งๆ “และถ้าคุณอยากได้ความจริงทั้งหมด ผมยินดีจะเปิดเผย... แต่ไม่ใช่ตอนนี้”
“คุณรณกร! คุณไม่มีสิทธิ์หนีคำถาม!” ธันวาแทรกขึ้น พยายามกดดันให้สถานการณ์ดิ่งลงเหว
ลลินมองแผ่นหลังที่ดูกำยำแต่กลับดูโดดเดี่ยวของรณกร เธอรู้ดีว่าในยามที่เขารู้สึกถูกคุกคามที่สุด เขาจะยิ่งปิดกั้นตัวเองออกจากโลกภายนอก รวมถึงตัวเธอด้วย ความเจ็บปวดจากการไม่ได้อยู่เคียงข้างในยามที่เขาเผชิญพายุโหมกระหน่ำ ทำให้ลลินรู้สึกเหมือนลมหายใจของเธอขาดห้วง การเป็นเลขาที่ต้องดูเขาถูกรุมเร้าโดยไม่สามารถยื่นมือเข้าไปช่วยได้ดั่งใจนึก คือบททดสอบที่โหดร้ายที่สุดของความสัมพันธ์ที่ยังไม่ทันได้เรียกชื่อว่า ‘คนรัก’
“ถ้าคุณอยากได้ข่าวหน้าหนึ่ง วันนี้คุณได้สมใจแน่ครับ” รณกรหันไปหาธันวา สายตาคู่นั้นเย็นเยียบจนอีกฝ่ายถึงกับชะงัก “แต่ก่อนที่คุณจะตีพิมพ์ ผมแนะนำให้คุณเช็คดูให้ดีว่า ‘ต้นฉบับ’ ที่คุณได้มานั้น... ใครกันแน่ที่เป็นคนวางแผนให้คุณถือมันอยู่”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมทันที ธันวาขมวดคิ้วแน่น เขารู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง รณกรไม่ได้ดูเหมือนคนที่กำลังจะพ่ายแพ้ แต่มันดูเหมือน ‘เหยื่อที่กำลังล่อเสือเข้าถ้ำ’ มากกว่า
ลลินลอบถอนหายใจยาว เธอเริ่มเข้าใจเกมที่เขากำลังเล่น รณกรไม่ได้แค่กำลังปกป้องบริษัท แต่เขากำลังกวาดล้างหนอนบ่อนไส้ที่อยู่ในองค์กรของเขาเอง โดยใช้ธันวาเป็นเครื่องมือ ทว่าความเหนื่อยล้าในแววตาของเขาที่แอบส่งผ่านมาถึงเธอ ทำให้ลลินรู้ว่าลึกๆ แล้ว เขากำลังแบกรับความโดดเดี่ยวที่หนักอึ้งเพียงใด
“คุณลลินครับ...” รณกรเรียกเธอขณะที่นักข่าวเริ่มวุ่นวายกับการตรวจเช็คเอกสารที่รณกรเพิ่งโยนลงบนโต๊ะกลางห้อง “ช่วยจัดการเรื่องที่เหลือแทนผมที ผมมีธุระที่ต้องไปเคลียร์ให้จบ... ด้วยตัวเอง”
เขาเดินผ่านเธอไป โดยที่มือหนาแกล้งสัมผัสเบาๆ ที่ต้นแขนของเธอเพียงชั่วครู่ ลมหายใจที่อบอุ่นและกลิ่นหอมสะอาดประจำตัวของเขาทำให้ลลินใจสั่น แต่มันคือสัมผัสที่เหมือนการบอกลามากกว่าการทักทาย
เมื่อรณกรเดินลับสายตาไปพร้อมกับบอดี้การ์ดคนสนิท ธันวาก็หน้าถอดสีเมื่อพลิกเอกสารในมือดูทีละแผ่น เขารีบหันมาหาลลินที่ยืนนิ่งด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“ลลิน! บอกฉันมาว่านี่มันเรื่องอะไร! นายรณกรมันกำลังเล่นตลกอะไรกันแน่!”
ลลินไม่ได้ตอบ เธอเพียงแต่ยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ดูเยือกเย็นและทรงพลังอย่างที่เธอไม่เคยแสดงออกมาก่อน เธอเดินเข้าไปใกล้ธันวา จนอีกฝ่ายต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว
“คุณไม่ได้แค่แพ้ในเกมนี้หรอกค่ะ คุณธันวา” ลลินกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความรู้สึก “แต่คุณกำลังจะสูญเสียทุกอย่างที่ตั้งใจสร้างมา เพียงเพราะความใจร้อนที่อยากจะทำลายคนอื่นโดยไม่ดูให้ดีเสียก่อนว่า... ใครกันแน่ที่ถือไพ่เหนือกว่า”
ทว่าในวินาทีที่ลลินกำลังจะหมุนตัวเดินออกจากห้อง ประตูลิฟต์อีกฝั่งที่ไม่ได้ใช้งานมานานกลับเปิดออกพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคย ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดเดรสสีแดงเพลิงก้าวออกมา ใบหน้าที่ลลินจำได้ติดตาจากภาพถ่ายในแฟ้มประวัติส่วนตัวของรณกร... คนที่เขาสั่งห้ามไม่ให้ใครพูดถึงเด็ดขาด
“รณกรไม่ได้บอกคุณเหรอคะว่า... เขามีหนี้ชีวิตที่ต้องชดใช้ให้ฉัน?” หญิงสาวคนนั้นเอ่ยพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของลลินกระตุกวูบ จนมือที่ถือแฟ้มงานอยู่แทบจะหลุดร่วงลงพื้น
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ละอองดาวเดือนเก้าเสมอมานะคะ
พันธะรักละอองดาว•ตอนที่ 51
วันเวลาที่ห่างเหิน
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละอองดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!